คอร์สปิดเทอม 2555

Posted by malinee on Friday Feb 24, 2012 Under กิจกรรม

คอร์สปิดเทอม  2555

เปิดตั้งแต่ช่วง
19 มี.ค. – 4 พ.ค. 2555

สามารถติดต่อ
สอบถามรายละเอียด ได้ที่สถาบันคิดสแควร์ ค่ะ

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

IQ หรือ I kill

Posted by malinee on Monday Sep 5, 2011 Under Uncategorized, ทฤษฎีลูกคิด

อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ว่า ณ ปัจจุบันนี้ในบ้านเรามีแนวการศึกษาให้เลือกในแบบต่าง ๆ มากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังไม่เห็นความโดดเด่นในเรื่องของวิชาการในเด็กรุ่นนี้มากนัก หากแต่สิ่งที่เราเห็นนั้นมันกับตรงกันข้าม บ่อยครั้งที่เราจะได้ยินได้ฟังจากพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ลูกเรียนแล้วไม่ได้อะไร ไม่มีความรับผิดชอบ ต้องคอยดูแลจนกระทั่งโต หรือได้ยินได้ฟังจากครูว่าเด็กรุ่นนี้ ไม่เอาใจใส่ต่อการเรียน ไม่มีความพยายาม หรือแม้กระทั่งบทความต่าง ๆ ที่เรามักจะได้อ่านพบว่าเด็กไทย ไอคิวต่ำลง ทั้งนี้ทั้งนั้นมันคงไม่ได้เป็นที่กลุ่มของเด็ก หรือวัยของเด็ก หากเกิดมาจากหลายปัจจัย ซึ่งพอจะประมวลได้ดังนี้
– กฏกระทรวงที่สร้างสรรค์ ให้โรงเรียนรับนโยบายที่ว่าไม่มีการตกซ้ำชั้น ซึ่งไม่ว่าเด็กคนนั้นจะไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ ก็สามารถสอบขึ้นชั้นได้ โดยที่มีคะแนนเก็บ ซึ่งเป็นรายงาน คะแนนความประพฤติ แล้วนำมารวมกับคะแนนสอบ กลางภาค (ประมาณ 10%) กับคะแนนสอบปลายภาค (อีก 20%) ซึ่งรวมคะแนนสอบแล้วไม่สามารถบอกความสามารถ หรือความรู้พื้นฐานของเด็กได้ ซึ่งเมื่อเด็กเรียนในชั้นที่สูงขึ้นไป ความสามารถในการรับรู้ หรือในเรื่องของการอ่านยังไม่ได้ถูกฝึกให้พัฒนาขึ้น ทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถที่จะต่อยอดความรู้หรือเนื้อหาใหม่ให้เด็กได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ ปล่อยให้ครูผู้สอนระดับต่อไปรับเด็กต่อไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเมื่อเด็กไปโรงเรียนก็ขาดความกระตือรือร้นในการเรียน ไม่ขวนขวายหาความรู้ เพราะติดขัด ไม่มีความสุข ไม่มีความภูมิใจในตัวเอง เด็กกลุ่มนี้ก็จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และรวมกลุ่มกันหาสิ่งที่ทำโดยที่ตัวเองมีความสุข ซึ่งถ้าสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขเป็นประโยชน์กับตัวเองก็ไม่น่าเป็นห่วงซักเท่าใด แต่ความสุขที่เด็กกลุ่มนี้พบมักเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา กว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจะรู้เท่าทันทุกอย่างก็สายเสียแล้ว
– สิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าว นอกจากจะเป็นในส่วนของการบริหารระบบแล้ว ยังเกิดจากสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกประการคือ ความใกล้ชิด ดูแลเอาใจใส่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งมักมีข้ออ้างหลักที่คนกลุ่มนี้ใช้คือ ไม่มีเวลา ต้องทำงาน แล้วให้จัดหาคน หรือ สิ่งของที่ดูแลลูกอย่างขาดวิจารณญาน ไม่ได้ไตร่ตรองถึงข้อเสียว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่เรายอมเสียให้กับลูกหรือไม่ ผู้ใหญ่มักคิดว่าตนเองมีหน้าที่รับผิดชอบต่าง ๆ มากมาย เห็นว่าเด็กยังไงก็ไม่ยอมรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง ซึ่งมีเพียงการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ขาดความรู้เท่าทันไปว่า สิ่งที่ตนเองให้กับลูก (เกมส์ , iPad , iPhone หรือแม้กระทั่งทีวี) นั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กขาดวินัย และความรับผิดชอบ เห็นเพียงแต่ว่าเมื่อเด็กอยู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ทำให้เขาไม่เข้ามากวนใจ หรือต้องคอยหาอะไรให้ทำ เพราะเด็กจะอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้นานเป็นหลายชั่วโมง
สิ่งที่น่าเศร้าคือ เคยได้ยินว่าจะมีนโยบายจากกระทรวงให้เด็กชั้นประถม 1 (ซึ่งยังจับดินสอไม่ถนัด เขียนหนังสือยังไม่ได้ ต้องหัดลากตามรอยเส้นประ) ใช้ tablet เพื่อให้เด็กได้เข้าถึงเทคโนโลยี คาดว่านโยบายนี้จะเป็นนโยบายเพิ่ม I kill เด็กไทย ไม่ใช่ IQ ซะแล้ว

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

จากการเปิดสอนคณิตศาสตร์ของทางสถาบันมาหลายปี พบว่าเด็กในแต่ละยุคเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ แต่มีแนวโน้มที่ค่อนข้างแย่ลง อาจเป็นเพราะระบบการศึกษาในปัจจุบันนี้ไม่มีการซ้ำชั้น ไม่มีการตีนักเรียน หรือแม้กระทั่งเกรดในและระดับนั้นจะมีการรวบรวมจากคะแนนเก็บประมาณ 70 -80 % ที่เหลือเป็นคะแนนสอบ ซึ่งทำให้ผลการเรียนไม่ใช่ผลการเรียนหรือความเข้าใจที่แท้จริงของเด็ก ซึ่งเราพบว่าเด็กหลาย ๆ คนอ่านหนังสือไม่คล่องหรือแม้กระทั่งการสะกดคำที่ไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่เด็กกำลังจะขึ้นฃั้นป. 4 โดยที่เด็กไม่เคยมีประวัติการสอบตกเลย ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่ดูแลเด็กเพียงแค่ผลการสอบ หรือสมุดพกในแต่ละเทอม ก็อาจจะไม่ทราบว่าลูกนั้นมีปัญหาเรื่องการอ่าน กว่าจะรู้อีกทีก็เมื่อลูกเติบโตจนเค้ามีความรู้สึกที่ตนเองด้อยกว่าเพื่อนร่วมชั้นมาก และมีผลต่อเนื่องทำให้เขาไม่มีความกระตือรือร้นในการเรียน หรือคิดว่าการเรียนนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากน่าเบื่อ เนื่องจากการอ่านเป็นพื้นฐานการเรียนในทุก ๆ วิชา ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลลูกในช่วงปฐมวัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เขาเหล่านั้นเติบโตพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เมื่อเขาโตขึ้น

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

                การเริ่มต้นการเรียนรู้สำหรับเด็กนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าวนี้เราผู้เป็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง จะต้องสรรหาสิ่งต่าง ๆ ในสิ่งที่ลูกน้อยสนใจ นอกจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว คุณพ่อ คุณแม่ยังต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของพื้นฐานทางการศึกษาด้วย เมื่อกล่าวถึงการศึกษานั้นวิชาคณิตศาสตร์จะเป็นวิชาที่มีความท้าทาย เด็กหลาย ๆ คนจะมีความรู้สึกว่าวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยากที่สุด เราสามารถเปลี่ยนวิชาคณิตศาสตร์ให้เป็นวิชาที่มีความสนุกสำหรับลุกได้ โดยการใช้กิจกรรมหรือเกมส์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจขั้นพื้นฐาน เช่น อาจคิดเกมส์การล่าขุมทรัพย์ ที่ใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานเป็นการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจหลักคณิตศาสตร์  หรือคุณอาจพาลูกไปห้างสรรพสินค้า ซึ่งเด็กสามารถมีความเข้าใจเรื่องเงิน เงินทอน หรือแม้แต่การคำนวณราคาเมื่อมีส่วนลด หรือการเรียนเรื่องเศษส่วน เราก็สามารถใช้พิซซ่า เค๊ก หรือพาย สอนการแบ่งส่วนที่เท่ากัน
                 จากตัวอย่างต่าง ๆ ด้านบน พบว่าเราสามารถสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กได้อย่างสร้างสรรค์ เพียงแต่พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าในการดูแลปลูกฝังลูกน้อย เพื่อให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

บทความจาก : ezinearticle     โดย    Connor R Sullivan

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

การสร้างวินัยให้กับลูกรัก
      การสร้างกิจวัตรและแบบแผนของอุปนิสัยให้กับเด็กนั้นเป็นเป้าหมายสำคัญอีกประการที่คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังให้กับลูกรักหลาย ๆ ครอบครัวมักวนกลับไปกลับมาระหว่างกิจกรรมแต่ละกิจกรรม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านมักยอมแพ้กับการต่อต่านของลูกรัก อีกทั้งความรู้สึกกระวนกระวายกับการบ้าน ความขัดแย้งกันเองระหว่างพ่อ-แม่ และความล่าช้าเมื่อต้องเปลี่ยนสถานที่ที่มีการนัดหมายกัน ความยากลำบาก หรือความขัดแย้งต่าง ๆ เหล่านี้อาจทำให้ลูกรักขาดการพัฒนาในเรื่องของกิจวัตร หรืออาจเป็นวินัยติดตัวจนกระทั่งเด็กนั้นโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมันอาจส่งผลไปถึงเรื่องของการพึ่งพาตนเองและเรื่องความรับผิดชอบ ซึ่งในฐานะที่เราเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองนั้นเราสามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งในการฝึกให้เด็กเกิดวินัยในตนเองนั้นถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพ่อ-แม่เช่นกัน การฝึกให้เด็กมีแบบแผนในการดำเนินชีวิตนั้นเราจะต้องฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปในแต่ละวัย โดยแบ่งเป็นวัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
– วัยทารก เด็กจะสามารถเรียนรู้ถึงแบบแผนของการให้อาหาร , การนอน และการเล่นที่เป็นเวลา
– วัยเตาะแตะ ได้เรียนรู้แบบแผนของการตื่นนอน , แบบแผนของอาหารว่าง และเวลาในการทำความสะอาด
– ก่อนวัยเรียน จะได้เรียนรู้ถึงแบบแผนของกิจกรรม ,การฟัง ,การนั่ง และเวลานอน
– วัยประถม เรียนรู้แบบแผนของงานเล็ก ๆ , แบบแผนของการบ้าน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
        ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ผ่านการเรียนรู้ โดยที่มีพ่อแม่เป็นครูผู้ฝึก ซึ่งต้องมีความอดทนและเข้าใจในตัวเด็กด้วย
         การฝึกวินัยและกิจวัตรให้กับเด็กในวัยประถมนั้นมี 4 ประการหลัก ๆ ด้วยกันดังนี้
– กิจวัตรยามเช้า ซึ่งหมายถึงเวลาในการตื่นนอน ,การแต่งตัว , การรับประทานอาหารเช้า , การทำความสะอาดร่างกาย
– แบบแผนในโรงเรียน ทางโรงเรียนและครูจะเป็นผู้ฝึกแบบแผนให้กับเด็ก ซึ่งมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทางโรงเรียน
– แบบแผนหลังเลิกเรียน ซึ่งแบบแผนดังกล่าวจะรวมไปถึง กีฬา อาหารว่าง และการทำการบ้านด้วย
– กิจวัตรในเวลากลางคืน ซึ่งกิจวัตรดังกล่าวรวมถึงอาหารค่ำ การทำการบ้าน อาหารว่าง การทำการบ้าน การทำความสะอาดร่างกาย และการนอน
        ซึ่งในการสร้างวินัยให้กับลูกนั้น เขาจะต้องรู้สึกปลอดภัยและสะดวกสบาย ดังนั้นพ่อ-แม่ต้องมีการฝึกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้สำเร็จจะมีแนวทางดังนี้
1. การสร้างแบบแผนของตนเอง โดยปกติทุก ๆ คนจะมีแบบแผนในการดำเนินชีวิตของตนเองเนื่องจากภาระหน้าที่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราควรจะมีการสร้างแบบแผนในชีวิตประจำวันของเราเองซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ลูกมีแบบแผนในการใช้ชีวิตในแบบของเขา
2. สร้างความคาดหวังและกิจวัตรภายในบ้าน  มีการปรึกษากับลุกเพื่อให้เขาได้ออกความคิดเห็นว่าสิ่งใดควรจะเป็นกิจวัตรในยามเช้า , กิจวัตรหลังเลิกเรียน และกิจวัตรในตอนกลางคืน ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นและฝึกให้เด็กนั้นมีวินัยไปจนโต
3. กระตุ้นให้เด็กมีการวางแผน และเน้นย้ำให้เด็กได้รู้ว่าชีวิตจะดำเนินไปได้ง่ายขึ้นถ้ามีวินัย
4. ทบทวนแบบแผนในโรงเรียน เด็กมักมีการต่อต้านและเบื่อหน่ายกับแบบแผนในโรงเรียน แต่ต้องมีการอธิบายให้เขาเข้าใจว่ามันจะเป็นการดีถ้าเขาสามารถจัดเวลาในโรงเรียนได้อย่างเหมาะสม
การสร้างกิจวัตรให้แก่ลูกถือเป็นการสร้างวินัยให้กับลูกรัก ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มดำเนินการ คอยดูแลว่าสิ่งใดที่มีประโยชน์ในระยะยาว และมีการปรับแผนงานกับลูก และอย่าลืมว่าเราต้องมีส่วนรับผิดชอบในการฝึกวินัยให้กับลูก หลังจากการฝึกสร้างวินัยใน 30 วัน จะพบว่าเด็กจะยอมรับ และผ่อนคลายกับแบบแผนหรือกิจวัตรที่ได้สร้างขึ้นแล้ว

ผู้เขียน : Laura Doerflinger, a licensed mental health counselor, is the Executive Director of the Parent Education Group at http://www.familyauthority.com and the author of the audio book, Emotionally Balanced Parenting
Copyright 2008 Parent Education Group

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments