Morning Tuesday

Posted by malinee on Tuesday Oct 3, 2017 Under Uncategorized, กิจกรรม

สวัสดีเช้าวันอังคาร…

ฝึกคิดเลขพร้อมกับเด็กๆกันนะคะ..เริ่มเรียนคณิคเริ่มที่  คิดสแควร์..#เด็กคิดสแควร์

 

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

เรียนที่เดียวดีมั้ย

Posted by malinee on Tuesday May 30, 2017 Under Uncategorized

ในสังคมในยุคปัจจุบัน ที่พ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องทำงานพร้อมกับการดูแลบุตรหลานไปพร้อมๆ กัน เมื่อถึงสุดสัปดาห์ก็รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรงที่จะคอยดูแลวิชาการของบุตรหลาน จึงส่งบุตรหลานเรียนในสถาบันต่างๆ ที่ได้เลือกไว้ว่าเหมาะสมกับบุตรหลานของตนเอง

การเรียนตามสถาบันต่างๆ คุณพ่อคุณแม่มักเลือกสถาบันที่มีการเรียนการสอนครบทุกวิชา เพื่อให้เด็กได้เดินทางภายในที่เดียว เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเดินทาง เช่นเด็ยวกับคุณพ่อคุณแม่ น้องๆ ก็ถือว่าตนเองเรียนมาทั้งสัปดาห์แล้ว ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมานั่งอ่านทบทวนสิ่งที่เรียนมา คุณพ่อคุณแม่จึงเห็นว่าการเรียนเสริมเป็นการช่วยทบทวนในสิงที่บุตรหลานได้เรียนมา เพื่อเป็นทางลัดในการอ่านทบทวนของเด็กๆ แต่ในการเรียนการสอนแต่ละวิชานั้น ครูผู้สอนจะมีความถนัดในแต่ละวิชาแตกต่างกัน ยิ่งในวัยที่โตขึ้น ครูในแต่ละวิชายิงจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในการเรียนในแต่ละวิชา จึงควรเรียนในแต่ละสถาบันที่มีความถนัดในแต่ละวิชาจะได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุด

แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่ดีที่สุดคือการให้บุตรหลานได้อ่านและทบทวนในสิ่งที่ตนเองได้เรียนมา โดยมีคุณพ่อคุณแม่ ช่วยเสริมและเพื่อการพัฒนาทักษะของการอ่านและการคิดวิเคราะห์

Tags : | add comments

        images (1)ในการดูแลเด็กๆ ผู้ปกครองหลายๆ คนมักมีการศึกษาถึงการดูแลเลี้ยงดูจากรุ่น คุณปู่คุณย่า จากผู้มีประสบการณ์ หรือแม้แต่จาก website ต่างๆที่มีข้อมูลทางจิตวิทยามากมาย ซึ่งข้อมูลทางจิตวิทยาของทางฝั่งตะวันตกบางข้อมูล ก็แตกต่างจากข้อมูลจิตวิทยาในฝั่งตะวันออกอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม การเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือเรื่องของการส่งเสริมจุดเด่น และการแก้ไขจุดด้อยในตัวเด็ก  นั่นคือนักจิตวิทยาในฝั่งของชาวตะวันตก มักกล่าวว่า การแก้ไขจุดด้อยในเด็ก เปรียบเหมือนกับการกลบพื้นที่ที่เป็นหลุม ซึ่งให้ผลไม่คุ้มค่า ต้องเสียทั้งเวลาและทรัพยาการมากมาย เมื่อเทียบกับการส่งเสริมจุดเด่นในเด็ก ซึ่งเปรียบได้กับการทุ่มถมเนิน ที่ใช้เวลาและทรัพยากรที่น้อยกว่าการทุ่มถมหลุมมาก แต่ในฝั่งของชาวตะวันออกของบ้านเรานั้น นักจิตวิทยามักส่งเสริมให้กลบหลุมเพื่อให้มีพื้นที่ราบให้มากที่สุด มากกว่าการถมเนินให้สูงขึ้น

ข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดนี้ อาจทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีความสับสนว่า เราจะเลี้ยงดูบุตรหลานไปในแนวทางใด ก่อนอื่นต้องมาพิจารณาว่าวัฒนธรรมการเลี้ยงดูของเรา เหมาะกับการเลี้ยงดูแบบใด แบบตะวันตกนั้น พ่อ แม่ ส่วนใหญ่จะสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานตนเองว่า เขามีอัจฉริยภาพในด้านใด นอกจากนี้ยังมีการบันทึก หรือทดลองอัจฉริยภาพของบุตรหลานจนแน่ชัด หลังจากนั้นก็มีการปรึกษากับนักจิตวิทยาที่เป็นที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ไม่ลังเลที่จะส่งเสริมอัจฉริยภาพให้กับบุตรหลานอย่างเต็มที่ และมักลืมเรื่องจุดด้อยไปเลย แต่การเลี้ยงดูของชาวตะวันออกที่ พ่อแม่ผู้ปกครอง มีเวลาอยู่กับเจ้าตัวน้อยเพียงช่วงเวลาสั้นๆ การแสดงอัจฉริยภาพของเด็ก ก็ไม่แน่ชัด ไม่มีการติดตามอัจฉริยภาพ ปล่อยให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติ จึงไม่มีโอกาสที่จะได้ส่งเสริมอัจฉริยภาพอย่างต่อเนื่อง ส่วนจุดด้อยนั้น มักมีการส่งสัญญาณจากทางโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น หากคุณพ่อคุณแม่มีความเห็นที่แตกต่าง เข้ามาแชร์กันได้นะคะ

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , | add comments

ทัศนของผู้ปกครองหลาย ๆ คนที่ส่งบุตรหลานมาเรียนจินตคณิตส่วนใหญ่มุ่งหวังให้บุตรหลานมีการคิดคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดเนื่องจากการทำการตลาดการตลาดของสถาบันการสอนจินตคณิตเกือบทุกแห่งมักเน้นเรื่องความเร็วในการคิดคำนวณ นอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันคณิตคิดเร็วกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ถ้าเด็ก ๆ ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง ที่ต้องให้เวลากับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาเรื่องความเร็วและความแม่นยำ แต่ในปัจจุบันนี้สิ่งที่เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้และฝึกฝนมีมากขึ้น เมื่อเทียบกับเวลาที่เด็ก ๆ มีอยู่ ทำให้การฝึกฝนของเขาต้องมีการจัดสรรเวลาให้เหมาะสมกับแต่ละครอบครัว

นอกจากเรื่องของเวลา(ของการฝึกฝนที่ต้องแบ่งไปให้กับการเรียนที่มาก) แล้ว ธรรมชาติของเด็กที่ถูกอบรมเลี้ยงดู หรือสิ่งแวดล้อมของเด็ก หล่อหลอมให้เด็กแต่ละคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ คงหนีไม่พ้นกระต่ายกับเต่า ซึ่งธรรมชาติของกระต่ายก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเป็นสัตว์ที่มีความว่องไวมากเมื่อเทียบกับเต่า ดังนั้นหากเด็กที่ถูกเลี้ยงมาให้เป็นเด็กที่ทำงานทุกชิ้นอย่างประณีต มักใช้เวลากับงานแต่ละชิ้นเป็นเวลานาน หรือใช้เวลากับงานแต่ละอย่างแบบช้า ๆ การฝึกให้คิดเลขเร็ว ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะกับธรรมชาติของเด็กคนนั้น แต่เมื่อเทียบกับเด็กที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ถูกกระตุ้นให้ใช้เวลากับการทำงานแบบเร็ว ๆ การคิดเลขเร็วก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา หากเด็กได้รับการฝึกฝน อย่างสม่ำเสมอจะทำให้เขาคิดเลขได้เร็วและแม่นยำ แต่ในทางตรงกันข้ามหากเด็กไม่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่เกิดคู่กันกับความเร็วคือความผิดพลาด เมื่อเทียบกับเด็กที่ช้ากว่าแต่มีความรอบคอบ และแม่นยำมากกว่าน่าจะมีประโยชน์กว่าการที่จะฝึกให้เด็กเน้นแต่ความเร็วเพียงอย่างเดียว  เช่นเดียวกับนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า ที่เด็กหลาย ๆ คนที่ได้ฟังเรื่องนี้มักอยากเป็นเต่าที่มีมานะอดทนมากกว่าการเป็นกระต่ายที่มีแต่ความประมาท

หากเรามองถึงเรื่องเส้นชัย นั่นคือการที่เด็กสามารถสร้างศักยภาพของสมองทั้งสองด้าน ผ่านการคิดคำนวณ ก็ถือเป็นผลสำเร็จที่น่าชื่นชม

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , | Comments Off on เส้นชัยของเต่ากับกระต่าย

imagesCATKOF32เด็กสมาธิสั้นกับจินตคณิต

จากบทความเรื่องเด็กสมาธิสั้น พอจะมองเห็นภาพหรือคำจัดความของเด็กสมาธิสั้นกันบ้างแล้ว หลาย ๆ ครอบครัวมักคิดว่า เด็กสมาธิสั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรง และหลาย ๆ ครอบครัวก็ไม่เปิดใจยอมรับกับการเป็นเด็กสมาธิสั้นของบุตรหลานของตน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหากพ่อ แม่ ผู้ปกครองเปิดใจยอมรับ และพาเด็กไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง ให้บรรเทาอาการที่เป็นอยู่ให้ทุเลาลง และเพื่อส่งเสริมให้เด็กสามารถจดจ่อมีสมาธิอยู่กับกิจกรรมที่ทำได้มากขึ้นต่อไป

จินตคณิตก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ปกครองหลาย ๆ คน ซึ่งจินตคณิตเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ฝึกให้เด็กได้มีวินัยในการทำงาน (การบ้านนอกเวลา) ดังนั้นการเรียนจินตคณิตจึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับเด็กสมาธิสั้นในกลุ่มที่เข้ารับการรักษาเบื้องต้น ที่มีอาการไม่รุนแรงนักได้ เนื่องจากเด็กยังมีสมาธิในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่บ้าง  แต่จะไม่เหมาะกับเด็กที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษา เนื่องจากในการใช้ลูกคิดนั้น เด็กจะต้องจดจ่ออยู่กับโจทย์และแกน (หลักหน่วย) ในการหาคำตอบแต่ละข้อ แต่เด็กในกลุ่มที่ไม่ได้รับการฝึกจะมีสมาธิไม่ครบข้อ ในขณะที่เด็กในกลุ่มที่ได้รับการฝึกมาบ้าง จะเป็นการกระตุ้นให้จดจ่ออยู่กับโจทย์ในแต่ละข้อ จนกลายเป็นแต่ละแถว และในที่สุดก็เป็นหน้า ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ดังนั้นสิ่งแรกที่จำเป็นต่อครอบครัวของเด็กสมาธิสั้น คือ การเปิดใจยอมรับ และเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อรักษา และเพิ่มกิจกรรมเสริมสมาธิต่าง ๆ เช่นการเล่นกีฬา โยคะ หรือศิลปะ เป็นต้น เพื่อพัฒนาสมาธิให้ยาวนานต่อเนื่องพอที่จะสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากโรงเรียนที่มีมากขึ้นเมื่อเขาโตขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากเด็กไม่ได้เป็นสมาธิสั้น แต่ด้วยวิธีการเลี้ยงดูที่ไม่กระตุ้นให้เด็กได้ทำกิจกรรมพัฒนาตนเอง หรือการเลี้ยงดูที่ปล่อยปละละเลย ทำให้เด็กขาดระเบียบวินัย วิธีการเลี้ยงดูดังกล่าวนี้ ส่งผลกระทบในด้านลบมากกับเด็กในปัจจุบัน เนื่องจากทำให้เด็กปกติ กลายเป็นเด็กที่ขาดความสนใจในการเรียนรู้ เฉื่อย ไม่พยายามคิด หรือ ทำกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องใช้ความพยายามเลย ส่งผลให้ไม่ว่าจะมีการพัฒนาระบบการศึกษาอย่างไร เด็กไทยก็ยังคงเป็นเด็กที่อยู่ในแนวหลัง เมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ต่อไป

Tags : , , , , , , , , , | add comments

20130920_161033 20130920_160604 20130920_145726 20130920_145701 20130920_143940

Tags : , , , , , , | add comments

7310383-a-failed-rubber-stamp-illustration            มีข่าวว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการมีการทบทวนการนำนโยบายการเรียนซ้ำชั้นกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง หากมาลองคิดดู เราก็น่าจะได้คำตอบว่า สาเหตุของการนำนโยบายดังกล่าวมาใช้นี้ เนื่องจากปัญหาเด็กในรุ่นหลัง ๆ มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มส่งผลกระทบรุนแรงขึ้น ทำให้เด็กที่ผ่านการเรียนการสอนในชั้นประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการนำนโยบายดังกล่าวกลับมาใช้ จะสามารถแก้ไขระบบการศึกษา ที่มีปัญหาได้ทั้งหมด

ปัญหาการศึกษาที่เกิดขึ้น เราต้องมองแยกออกเป็น 3 ส่วน นั่นคือ สถาบันการศึกษา , สถาบันครอบครัว และตัวเด็กเอง การเรียนการสอนแน่นอนเราต้องดูที่สถาบันการศึกษาเป็นอันดับแรก ว่ามีอัตราส่วนระหว่างจำนวนเด็กต่อครูเหมาะสมหรือไม่ , ความทุ่มเทของครูในปัจจุบันเทียบไม่ได้กับครูรุ่นก่อน ๆ  ต่อมามาดูถึงสถาบันครอบครัว เราจะพบว่าในปัจจุบันสถาบันครอบครัวในบ้านเราไม่เข้มแข็ง เมื่อเด็กกลับถึงบ้าน ก็จะไม่เจอกับพ่อ หรือแม่ เพื่อปรึกษา หรือถามสิ่งที่ไม่เข้าใจในการเรียนในแต่ละวัน และพ่อแม่เองก็ไม่มีเวลาถามไถ่เรื่องชีวิตประจำวันของลูกซักเท่าใดนัก ปัจจัยสุดท้าย คือตัวเด็กเอง ซึ่งในปัจจุบันพบว่าสิ่งเร้าในชีวิตของเขามีเยอะจนทำให้การเรียนมันดูน่าเบื่อ และไม่มีใครคอยชี้แนะว่าการเรียนสำคัญอย่างไร ไม่มีจุดมุ่งหมายของการเรียน หากเราปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เด็กที่กำลังเป็นอนาคตของชาติ ก็จะมีคุณภาพที่น้อยลงเรื่อย ๆ แล้วลองนึกภาพประเทศชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป

Tags : | add comments

การยุบ ควบรวมโรงเรียน ที่เหมือนจะไกลตัวเด็กกรุงเทพ

ปัจจุบันข่าวของการควบรวม โรงเรียนหนาหูขึ้น บางกระแสก็ว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ บางกระแสก็ออกมาคัดค้าน บางกระแสก็สนับสนุนกับการควบรวม เพื่อพัฒนาการศึกษาให้เป็นระบบ

ก่อนอื่นเรามาพิจารณาที่ต้นเรื่องก่อน เรื่องเริ่มต้นที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายให้ยุบหรือรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ซึ่งมีประมาณ 14,000 โรงเรียน เหตุของการยุบรวมโรงเรียน เนื่องจากงบประมาณที่ให้ในแต่ละโรงเรียนคิดเป็นงบประมาณต่อหัวเด็ก ซึ่งถ้าจำนวนเด็กน้อย งบประมาณที่ให้ไปก็ไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ สื่อการเรียนที่ดี ให้กับโรงเรียนได้ หากมีการยุบรวมโรงเรียน งบประมาณก็จะมากขึ้น และง่ายต่อการจัดการเรียนการสอน

เรื่องดังกล่าว หลาย ๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว และไม่มีผลกระทบกับเด็กกรุงเทพเท่าไรนัก อาจเป็นความจริงที่เรื่องดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อเด็กกรุงเทพในระยะเวลาอันใกล้ แต่หากโรงเรียนในชุมชนถูกทำลาย ความผูกพันความสำนักรักบ้านเกิด ก็อาจลดน้อยลง ในอดีต เด็กชนบทจะเรียน หมู่บ้าน แล้วค่อยย้ายไปเรียนตามโรงเรียนประจำจังหวัดเมื่อเข้าสู่มัธยมศึกษา จนกระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบระดับอุดมศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ก็จะมีความสำนึกต่อบ้านเกิดที่ตนเองเติบโต และใช้ชีวิตในวัยเด็ก มักจะนำความรู้ ความสามารถ กลับมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตน  หากเราตัดความสัมพันธ์ดังกล่าวออกไป ความผูกพัน อาธร ต่อบ้านเกิดย่อมจางหายไป หลังจากที่จบการศึกษาก็จะไปทำงานตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการแข่งขันกระจุกตัว แต่ในชนบท ก็จะมีประชากรน้อยลงเรื่อย ๆ จนไม่เหลือความทรงจำใด ๆ เลย

Tags : , , , , , , , , | add comments

A pigeon is seen in a cage at a yard, in central Beijingมื่อฤดูกาลสงกรานต์ผ่านไป ประเทศไทยที่กำลังร้อนระอุ ก็คืบคลานเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ซึ่งก็จะเริ่มเข้าหน้าฝน สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงหน้าฝน หรือช่วงที่อากาศเริ่มเย็นขึ้น ก็คือ การแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข้หวัด ซึ่งเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ทุก ๆ หน้าฝน แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มีข่าวว่าในประเทศจีน มีการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9  ซึ่งติดต่อระหว่างสัตว์ปีกสู่คน และในทางทฤษฏีพบว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการแพร่ระบาดจากคนสู่คน  แต่ทางสำนักข่าววินหวาของประเทศจีนรายงานว่า ทางศูนย์ควบคุมและป้องกันเชื้อโรงคแห่งจีน ชี้ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ของการติดต่อเชื้อไวรัส H7N9 “ระหว่างคนสู่คน” เนื่องจาก 40%  ของผู้ติดเชื้อ ไม่ได้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับสัตว์ปีก ก่อนเกิดอาการไข้หวัดนก

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ไข้หวัดนกกลายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัส H7N9 ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันเชื้อโรคแห่งจีน นาย เผิง จื่อเจี้ยน กล่าวว่า แม้ว่าอกาสการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่จากคนสู่คนเป็นไปได้ยาก แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ในทางทฤษฏี โดยการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเป็นเวลานาน และไม่มีการป้องกันใด ๆ ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในหมู่คนได้

จากข่าวดังกล่าว เราควรมีการเตรียมพร้อมรับมือ กับสถานการณ์ที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

จาก http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000046674

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

time_flies_2ปัญหาของพ่อแม่ผู้ปกครองหลาย ๆ คน ในช่วงปิดภาคเรียน คือการที่ไม่มีใครคอยดูแลบุตรหลาน จึงทำให้ต้องฝากบุตรหลานไว้กับญาติ หรือคุณปู่คุณย่าให้อยู่กับบ้าน โดยมีเครื่องทุ่นแรงอย่างเกมส์ หรือคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเวลาในการทำงานของพ่อแม่ผู้ปกครองนั้นจะอยู่ระหว่าง 8 – 10 ชั่วโมง ผลเสียที่เกิดขึ้นคือ ไม่มีใครเป็นคนกำหนดเวลาในการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเกมส์ ทำให้เด็กจดจ่ออยู่กับเกมส์เป็นเวลานาน ปัญหานี้จะมีความรุนแรงในเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต เนื่องจากเด็กเล็กต้องการการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆ เช่นเรื่องการอ่าน ซึ่งต้องมีประสบการณ์คือการอ่านให้มาก การเขียน ซึ่งเป็นการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่ยากกว่าการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการฝึกให้เด็กมีความอดทน หรือสมาธิกับการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จ ในขณะที่เด็กโตผ่านการเขียน การอ่าน จึงไม่ต้องการการฝึกฝนในทักษะดังกล่าว ผู้ปกครองหลาย ๆ คนมักถือว่าช่วงเวลาปิดภาคเรียน ต้องการให้เด็ก ได้หยุดพักกับการคร่ำเคร่ง ร่ำเรียนวิชามากมาย แต่หากเราปล่อยให้เขาหยุดพักกับเกมส์ โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนเวลา สิ่งที่ได้กลับมา ก็คือเวลาที่หายไป

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments