จากที่เคยกล่าวถึงโรงเรียนในแนวต่างๆ  มาแล้ว คราวนี้เราลองมาสอดส่องโรงเรียนไทยที่มีทางเลือกหลากหลายให้กับพ่อ แม่  ผู้ปกครองในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ค่าเทอมของโรงเรียนอินเตอร์มีอัตราที่สูงลิ่ว ซึ่งมีเพียงไม่กี่ครอบครัวเท่านั้นที่สามารถส่งเสริมบุตรหลานให้เรียนได้  ประกอบกับโรงเรียนหลายๆ โรงเรียนมีการปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบ  Gifted ,EP และภาคปกติ  เรามาดูรายละเอียดของการเรียน EP ว่าแตกต่างจากภาคเรียนปกติอย่างไร

พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็หวังว่าการส่งบุตรหลานเรียน EP  จะทำให้บุตรหลานได้มีความเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยอาจรู้เท่าไม่ถึงว่าแนวการเรียนการสอนเป็นอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว โรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนแบบ  EP จะมีการเพิ่มการเรียนการสอนวิชา  Math , Science , Social  Study  ซึ่ง ผู้ปกครองหลายๆ คนที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมเด็กก่อนที่จะเข้าเรียนในแนว EP  ส่งบุตรหลานเรียนอนุบาลในแนวไทย เข้าใจว่าเด็กๆ  จะสามารถปรับตัวได้เอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กไม่สามารถปรับตัวได้เลย เพราะหนังสือที่ใช้ส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาคณิตศาสตร์ หลายๆ โรงเรียนเลือกใช้หนังสือจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหนังสือที่ใช้เป็นหนังสือที่ดีมาก  แต่เราต้องอย่าลืมว่าภาษาอังกฤษของประเทศสิงคโปร์เป็นภาษาแม่ก็ว่าได้ ดังนั้นภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นแบบ  EFL  (English First  Language) ซึ่งเด็กไทยภาษาอังกฤษไม่ใช่ทั้งภาษาแม่และภาษาทางราชการ ทำให้เด็กเกิดปัญหา เพราะไม่ได้ถูกปูพื้นฐานมาตั้งแต่ต้น พ่อแม่ ผู้ปกครองเองบางคนที่ไม่ติดเรื่องภาษา ก็ต้องติดกับเรื่องของการอธิบาย เพราะเค้าใช้วิธี   Singapore  Math ทำให้เกิดปัญหากับการเรียนคณิตศาสตร์

หลายๆ ครอบครัวช่วยบุตรหลานโดยการส่งให้เรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่ม  แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้ทำให้บุตรหลานเข้าใจการเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น  เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะการเรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทย มุ่งเน้นให้เด็กเรียนไวยากรณ์  ท่องศัพท์เพื่อให้รู้หน้าที่ของคำ  แต่การเรียนคณิตศาสตร์จะมีศัพท์เฉพาะทาง เช่น perpendicular,  denominator, parallel, numerator, reciprocal เป็นต้น  กลายเป็นปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

ดังนั้นการเลือกโรงเรียนนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องมีการวางแผนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาให้กับบุตรหลาน  แต่หากเด็กเข้าไปอยู่ในระบบแล้ว ควรช่วยเค้าให้ถูกทาง เลือกเรียน Singapore Math เพื่อให้เกิดความเข้าใจวิธีการแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้แล้วเพื่อไม่ให้ปัญหาค่อยๆ พอกพูนจนไม่สามารถแก้ไขได้ ร่วมกับการที่เวลาที่สอนในโรงเรียนปกติ 8 วิชา เพิ่มอีก 3 วิชาโดยมีเวลาเรียนเท่าเดิม กลายเป็นว่าภาษาไทยก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ วิชาการอะไรก็ไม่ได้สักด้านเดียว……

Tags : , , , , , , , , , , , , | add comments

Singapore Math

Posted by malinee on Thursday Nov 4, 2010 Under เกร็ดความรู้

           ในปัจจุบันนี้การเรียน การสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษามีแนวการสอนหลาย

รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบนั้นมีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือเพื่อให้เด็กเกิดทักษะในการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ซึ่ง Singapore Math ก็เป็นอีกรูปแบบที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

              Singapore Math เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการพิจารณาว่ามีประสิทธิภาพในการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็ก 

Singapore Math เป็นการสอนคณิตศาสตร์พื้นฐานในการแก้โจทย์ปัญหาในระดับ

ประถมศึกษา โดยการวาดเป็นแผนภาพ (model drawing)

เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจในเชิงลึกและแก่นแท้ของวิชาคณิตศาสตร์

ข้อดีของการใช้ Singapore Math มีหลายประการ คือ

1.เด็ก ๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์และตีความโจทย์ที่เป็นนามธรรมให้เป็นแผนภาพที่เป็นรูปธรรม

 

2.เด็กๆ มีความเข้าใจโจทย์ในเชิงลึกได้มากขึ้น โดยไม่ขาดใจความสำคัญที่ให้ไว้ในโจทย์

 

3.เด็ก ๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์และแก้โจทย์ได้อย่างเป็นระบบโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

 

4.เด็ก ๆ มีสมาธิดีขึ้น เนื่องจากเป็นการใช้สมองซีกขวา (ส่วนจินตนาการ) ในการแก้โจทย์

 

5.เด็กๆ มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์

โดย : Smantha Watson

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , | add comments