14203384_968698529925001_8198100263205897913_n….การบ้าน….พอพูดคำนี้เด็กๆทุกคนมักส่าหน้ากันทั้งนั้น เพราะวันๆหนึ่งเรียนตั้งหลายวิชาและมีการบ้านทุกวิชา(อันนี้ครูเข้าใจค่ะ)แต่..เหตุผลของการให้การบ้านในทุกวิชาที่เรียน มันก็เพื่อทบทวนบทเรียนเพื่อฝึกทักษะความเข้าใจ โดยเฉพาะในวิชาหลัก เช่น คณิต อังกฤษ วิทย์ ไทย สังคมฯลฯ โดยเฉพาะเลขต้องมีการบ้านในทุกครั้งที่เรียน(ซึ่งเด็กๆไม่อยากได้เป็นพิเศษ) เพื่อทบทวนความเข้าใจ ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะช่วยเด็กคิดและทำการสอนการบ้านในวิธีการที่เราเคยเรียนผ่านมาก่อนซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีในการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว แต่การสอนตามที่เราเคยเรียนมาก่อนนั้นใช้ได้กับในบางวิชาเท่านั้น เพราะในบางวิชาก็มีวิธีคิดวิธีหาคำตอบในแบบของเค้า โดยเฉพาะวิชาจินตคณิตที่ใช้ลูกคิดเป็นสื่อในการสอนจะมีวิธีคิดตามแบบฉบับของตัวมันเองซึ่งผู้ที่เรียนเท่านั้น ที่จะสามารถใช้วิธีดีดลูดคิด เทคนิคการคำนวณ สูตรการคิด และการอ่านค่าลูกคิดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ..ดังนั้นหากบุตรหลานของท่านใดเรียนจินตคณิตครูอยากแนะนำว่า..ปล่อยให้เค้าทำการบ้านลูกคิดด้วยตัวของเค้าเอง เพราะเค้าเป็นคนเรียน ทักษะ เทคนิควิธีคิดต่างๆ เค้าเรียนจากครูผู้สอนมาแล้ว หากเค้าทำการบ้านไม่ได้(ทำไม่ได้จริงๆนะค่ะไม่ใช่ไม่อยากทำละบอกทำไม่ได้ แต่เอาเวลาไปไล่จับโปรเกม่อนแบบนี่ไม่ได้นะค่ะ) ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกศิษทกับครูจะดีกว่า..ผู้ปกครองจะต้องเชื่อก่อนว่า การเรียนจินตคณิต และสถาบันที่สอนสามารถช่วยลูกๆในเรื่องของคณิตศาสตร์ การคำนวณ ได้จริง เชื่อมั่นในสถาบันที่สอนและเทคนิคของครูผู้สอน.. หากเชื่ออย่างนั้นแล้วก้อปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครูผู้สอนเป็นคนสอนเค้าจะดีกว่า..ส่วนผู้ปกครองช่วยได้โดยการกวนขันให้เค้าทำการบ้านตามที่ครูกำหนด ไม่ใช่…. ไปบอกคำตอบเค้า ให้เค้านับนิ้ว ร้ายสุดให้เค้าใช้เครื่องคิดเลขในที่หาคำตอบ เพื่อให้การบ้านเด็กจะได้เสร็จๆไปหมดไปอีกหนึ่งภาระ การทำแบบนั้นจะเป็นการทำร้ายเด็กโดยตรงเลยทีเดียว..คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีคำตอบที่ตายตัว แต่มีวิธีคิดที่หลายหลาย..ปล่อยให้เค้าได้ใช้วิธีคิดด้วยตัวเค้าเองในแบบฉบับที่เค้าเรียนมาดีที่สุด..ขอบคุณและสวัสดีค่ะ..

Tags : , , , , , , , , | add comments

เสริมทักษะเพื่อพัฒนาสมองสองด้าน ควบคู่กับสมาธิที่ดี ด้วยจินตคณิต , โจทย์คณิตคิดง่าย หรือศิลปะเชิงสร้างสรรค์ ช่วงปิดภาคเรียนกับสถาบันคิดสแควร์ โดยแบ่งเป็น 2 รอบ คือ
รอบแรก ; 3 – 14 ตุลาคม 2559
รอบสอง ; 17-28 ตุลาคม 2559
ติดค่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูจิ๋ม 084-527365114369949_977478845713636_7779803429405157938_n

Tags : , , , , , , , , , , , , | add comments

ปลายดินสอ

Posted by malinee on Monday Aug 29, 2016 Under เกร็ดความรู้
Pencil and pencil shavings studio isolated on white background

Pencil and pencil shavings studio isolated on white background

นานมาแล้วที่การเรียนในโรงเรียนของหลายๆ โรงเรียน หรือแม้แต่การสอบคัดเลือกก็ตามจะมีการแบ่งห้องเรียนของเด็กตามศักยภาพที่แสดงเป็นผลของการเรียน แต่ก็ยังมีหลายๆ โรงเรียนที่คละเด็ก ไม่ได้แบ่งตามผลการเรียน หลายๆ คนอาจมองว่าการคละเด็กที่มีการเรียนที่ต่างกันจะทำให้การเรียนในห้องจะต้องรอเด็กที่เรียนรู้ช้ากว่า และจะทำให้ครูผู้สอนมีความยากลำบากในการสอนมากขึ้น

แต่หลายๆ คนอาจคิดว่าการแบ่งเด็กตามศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กจะทำให้ง่ายต่อครูผู้สอน เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนอย่างเต็มที่ เด็กจะแข่งกันเรียน

คราวนี้เรามามองถึงการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในห้องกิฟเต็ท (gifted) ของโรงเรียนต่างๆ เด็กหลายๆ คนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนอาจต้องมีการเรียน การติวอย่างหนัก จนได้รับคัดเลือกเข้าเรียน (เด็กที่อยู่ในกลุ่มท้ายๆ ของการคัดเลือก) การเตรียมตัวอย่างหนักก่อนสอบ เป็นการฝึกฝนการทำข้อสอบ เสมือนกับการเหลาดินสอของตนเองให้แหลมขึ้นๆ เรื่อยๆ จนเทียบเท่ากับของคนอื่นๆ แต่เมื่อเข้าเรียนแล้ว การเรียนในกลุ่มก็จะต้องมีการฝึกฝนตลอดเวลา หากเด็กที่อยู่ในกลุ่มท้ายของห้อง การเรียนจะต้องใช้การฝึกฝนมากกว่าเพื่อนในชั้นเดียวกัน เปรียบเหมือนดินสอแท่งที่ผ่านการเหลาแล้วเหลาอีก จนเหลือปลายดินสอที่สั้นจนไม่สามารถเหลาได้อีก เมื่อเทียบกับเพื่อนในห้องที่ปลายดินสอยังยาวอยู่ ก็อาจส่งผลต่อทรรศนคติในด้านลบของเขา ซึ่งมีผลเสียมากกว่าการที่เด็กที่มีการเรียนรู้ในเกณฑ์ดี แต่ไม่ได้ถูกคัดเลือกให้อยู่ในห้องที่ดีมาก ผลการเรียนอาจอยู่ในเกณฑ์ดีมากในห้องดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลดีต่อทรรศนคติในเรื่องของการเรียนมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับว่าห้องที่รองลงมา ต้องไม่ใช่ห้องที่เกเร ไม่ตั้งใจเรียน ซึ่งทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะกับการเรียนรู้ด้วย

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

วันนี้ครูdownloadมีเรื่องเล่าอีกแล้ว เรื่องมีอยู่ว่ามีเด็กแฝดคู่หนึ่งที่ถูกเลี้ยงด้วยพี่เลี้ยงคนละคนกัน แฝดผู้พี่ไม่มีปัญหาการเรียนใดๆ เลย ในขณะที่แฝดผู้น้องไม่ว่าจะมีการประเมินผลอย่างไร ไม่เคยได้คะแนนไล่เลี่ยกันซักที ซ้ำร้ายล่าสุด แฝดผู้น้องไม่สามารถผ่านเกณฑ์การประเมิน เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ทั้งๆ ที่เป็นลูกฝาแฝดจากพ่อแม่เดียวกัน

คราวนี้เรามาวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้ผลการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เราสามารถตัดปัจจัยหลักเรื่องพันธุกรรมได้อย่างแน่นอน คราวนี้เรามาพิจารณาที่สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ เนื่องจากการดูแลเด็กทั้งสองคนที่แตกต่างกันของพี่เลี้ยงแต่ละคน กลายเป็นปัจจัยหลักของการเรียนรู้ (ณ ที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์) ที่แตกต่างกันของทั้งคู่

ก่อนอื่น จะกล่าวถึงเนื้อหาการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ใน ประถม 1 ก่อน การเรียนยังไม่มีการคิดวิเคราห์โจทย์ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เตรียมความพร้อมทางด้านภาษาก่อน เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องเรียนรู้เรื่องการนับเพิ่ม นับลด แบบรูป ความสัมพันธ์ ซึ่งมีเพียงแต่เรื่องของการคำนวณเท่านัน ซึ่งเด็กๆ ที่ถูกปูพื้นฐานทางด้านจำนวน หรือการคำนวณ จะไม่มีปัญหาในการเรียนในชั้น ป.1 แต่เมื่อขึ้น ป.2 การเรียนคณิตศาสตร์จะต้องมีการคิด วิเคราะห์ โจทย์มากขึ้น ให้เด็กๆ วิเคราะห์ว่าต้องใช้วิธีใดในการแก้ไขโจทย์ปัญหาดังกล่าว และการวิเคราะห์โจทย์ก็จะซับซ้อนมากขึ้นๆ เมื่อเรียนในระดับที่สูงขึ้น

หลังจากที่เรามองเห็นภาพรวมของการเรียนคณิตศาสตร์แล้ว เราย้อนกลับมาดูสิ่งที่แตกต่างของพี่น้องฝาแฝดคู่ดังกล่าว แฝดผู้พี่ มีพี่เลี้ยงที่เมื่อมีปัญหาในการแก้โจทย์ จะมีการติดต่อกับครูที่สถาบัน เพื่อขอคำชี้แนะ หรือวิธีการสอน โดยทางสถาบันย้ำว่าต้องให้ตัวเด็กเป็นผู้คิด วิเคราะห์ด้วยตนเอง ส่วนแฝดผู้น้อง เนื่องจากถูกเลี้ยงอยู่กับคุณยาย ซึ่งมีทีวีเป็นเพื่อน เมื่อน้องกลับจากโรงเรียน กิจกรรมทุกอย่างรวมไปถึงการบ้านก็อยู่หน้าทีวี เมื่อทำการบ้านช้า หรือคำที่เด็กๆ มักอ้างนั่นคือ “หนูทำไม่ได้” พี่เลี้ยงกลัวว่าจะไม่มีการบ้านส่งในวันที่กำหนด จึงคิดและวิเคราะห์โจทย์ หรือบางครั้งก็บอกคำตอบให้กับตัวน้องเลย สิ่งที่เกิดขึ้น แทนที่น้องจะค่อยๆ มีกระบวนการในการฝึกประสบการณ์ในการคิด และวิเคราะห์โจทย์จากการบ้าน (ซึ่งถือเป็นการทบทวนเนื้อหาที่เรียนในแต่ละวัน) ก็ขาดไป เมื่อสอบวัดความรู้ ก็ไม่มีทางที่เค้าจะสามารถคิด วิเคราะห์โจทย์ได้เลย และเมื่อนานวันเข้า สิ่งที่เค้าต้องฝึกมันยากขึ้นเรื่อยๆ การประเมินผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะกลายเป็นปมที่ส่งผลให้เกิดทรรศนะคติที่ในเชิงลบต่อการเรียนในที่สุด

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ก็น่าจะพอสรุปได้แล้วว่า พันธุกรรม ส่งผลต่อการเรียนรู้ก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรจะมีการดูแล เอาใจใส่ในเรื่องการเรียนของบุตรหลานอย่างสมเหตุสมผล และมีขอบเขต เพื่อประโยชน์ของตัวบุตรหลานของท่านเอง

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments

อย่าวางมือ

Posted by malinee on Sunday Jul 3, 2016 Under เกร็ดความรู้

palliative-care-hold-hands-22024209            วันนี้หัวข้อที่จะเขียนก็สืบเนื่องมาจาก มีผู้ปกครองเดินมาปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ ในแนวอื่นๆ เนื่องจากโรงเรียนที่ลูกแฝดของตนเรียนอยู่นั้น เป็นโรงเรียนในแนวบูรณาการ

เรามารู้จักแนวการเรียนในแนวบูรณาการ เป็นแนวการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งหมายถึงความพร้อมและความสนใจของผู้เรียน สิ่งที่เป็นปัญหาในปัจจุบันก็คือตัวผู้เรียน ซึ่งไม่ค่อยให้ความสนใจในการเรียน ส่งผลให้การเรียนไม่เป็นไปตามแผนการเรียนที่วางไว้ หรือหากต้องการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ก็จำเป็นจะต้องสอนเนื้อหาในแต่ละบทแบบคร่าวๆ ทำให้เด็กมีความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ไม่ดีพอ ประกอบกับการวางมือเรื่องการเรียนให้กับทางโรงเรียนมีหน้าที่รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว ทำให้กว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจะรู้ว่าบุตรหลานไม่สามารถนำความรู้ที่เรียนมาไปสอบคัดเลือกที่ไหนได้ ก็สายเกินแก้ สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากทุกครอบครัวช่วยกันดูแลเอาใจใส่บุตรหลานตั้งแต่ก่อนวัยเรียน ให้เค้ารักการเรียนรู้ รู้จักสังเกต ให้เขาอยู่ห่างจากเทคโนโลยี ยิ่งนานเท่าไรได้ยิ่งดี ให้เค้าได้สร้างจินตนาการจากการอ่านนิทาน ไม่ใช่การดูการ์ตูน ส่งเสริมพัฒนาการตามวัยให้กับเค้า เมื่อเข้าสู่วัยเรียนก็เตรียมความพร้อมให้กับเค้าเพื่อให้การเรียนรู้เร็วขึ้น แต่การเอาใจใส่ ไม่ใช่การคิด อ่าน เขียน หรือ ทำทุกอย่างแทนทั้งหมดเพราะเค้าจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยแบ

ครูจา

Tags : , , , , , , , | add comments

images (7)            สัปดาห์นี้เรามาคุยกันเรื่องการวางแผนการศึกษาของบุตรหลานกันดีกว่า การศึกษาของบ้านเรา (ไม่รวมถึงการศึกษาในแนวของโรงเรียนนานาชาติ) จะมีการแบ่งช่วงชั้นที่ชัดเจน ได้แก่ อนุบาล , ประถมศึกษา , มัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา

หากแยกกันตามลักษณะการเรียนรู้ ก็มีทั้งแนวบูรณาการ แนวเร่งเรียน แต่ถ้าแยกตามความเข้มข้นทางด้านภาษาก็จะมี 2 แนวหลักๆ คือ แนวที่ยังเป็นแบบปกติ และแนวที่มีการเรียนเน้นภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยการเพิ่มวิชาเรียนได้แก่ Math , Social และ Science ซึ่งหลักๆ จะกล่าวถึงการเลือกโรงเรียนให้กับบุตรหลานจะเลือกแนวทางของภาษาเป็นหลัก

ในการปรับตัวของบุตรหลานที่เปลี่ยนแนวทางการศึกษาจะส่งผลกระทบกับตัวเด็กไม่มากนั้ก หากช่วงเวลาในการเปลี่ยนแนวการศึกษาไม่เกินประถมต้น แต่หากบุตรหลานต้องเปลี่ยนแนวในช่วงตั้งแต่ประถมปลายขึ้นไป การสอบแข่งขันจะยากขึ้น รวมถึงหากบุตรหลานได้รับคัดเลือกในการสอบ การปรับตัวในเรื่องการเรียนก็ยากไม่แพ้กัน เหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากหากเด็กเรียนในแนวของการเรียนแบบสองภาษา เวลาที่จะเรียนคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ก็จะถูกแบ่งไปเรียน Math และ  Science ทำให้ความเข้มข้นในเนื้อหาของ 2 วิชาดังกล่าวก็จะน้อยลงไปด้วย ส่วนเด็กที่ถูกเปลี่ยนแนวจากการเรียนในแบบปกติ มาเป็นแบบสองภาษา ก็ต้องปรับตัวในการเรียนเนื่องจากต้องมีการจำคำศํพท์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะที่นอกเหนือจากความเข้าใจพื้นฐานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

หากเด็กๆ สามารถปรับตัวได้ การเรียนรู้ก็จะไม่มี่ปัญหาเกิดขึ้น แต่หากเด็กไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้เขาไม่มีความสุขกับการเรียน จนถึงวันที่ต้องเข้าสู่สนามการสอบคัดเลือก อาจจำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว หรือเสียค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกติใน

ดังนั้น การศึกษาของบุตรหลานของท่าน ควรมีการวางแผนกันเป็นช่วงยาวๆ จะดีกว่าการเปลี่ยนม้ากลางศึก เพราะเขาอาจจะแพ้สงครามเนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับม้าที่นำมาเปลี่ยน เมื่อเทียบกับม้าที่กรำศึกมาด้วยกันมานาน

ครูจา

 

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments

may_3            ในช่วงนี้เรามีข่าวดีของชาวไทยนั่นคือ น้อยเมย์ รัชนก อินทนนท์ ครองตำแหน่งนักแบตมินตันหญิงเดี่ยวอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวไทยกันทั่วหน้า

นอกจากความภาคภูมิใจในตัวสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้แล้ว ยังมีข้อคิดดีๆ หรือเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราควรนำมาปรับใช้นั่นคือข้อมูลจาก โค้ชเซี๊ยะ จือหัว ซึ่งเป็นชาวจีน และฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านทองหยอดมากว่า 20 ปี เผยว่า กว่าน้องเมย์ จะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่แค่เรื่องพรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวง ด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก โดยเธอต้องใช้ชีวิตฝึกซ้อมแบดอยู่ที่โรงยิมตลอด 365 วัน ไม่มีวันหยุด!โดยซ้อมหนักสุดวันละ 7 ชั่วโมงและน้อยสุดวันละ 3 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือ เธอทำเช่นนี้ทุกวันๆ นับตั้งแต่อายุ 6 ปี

จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ว่า ความสำเร็จของใครก็ตาม มักมีเบื้องหลังที่แลกมาด้วยความเพียรพยายาม การฝึกฝน อย่างจริงจัง เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนในวิชาใดๆ ในช่วงแรกของการเรียนรู้ ไม่มีใครรู้ว่าตนเองมีพรสวรรค์ด้านไหน แต่คนที่มีพรสวรรค์ทางด้านไหน มักชอบทำในสิ่งนั้นเป็นประจำ เช่นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์มักชอบแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ ซึ่งถือเป็นการฝึกฝนที่มากกว่าทำให้เกิดทักษะและความชำนาญที่มากกว่า การฝึกทักษะในโจทย์ที่หลากหลายจะทำให้เกิดวิธีคิด วิเคราะห์ที่หลากหลายมากขึ้นตามประสบการณ์ที่ได้จากการแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่ไม่มีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์จะต้องเรียนคณิตศาสตร์แย่ทุกคน แต่เด็กจะต้องใช้พรแสวง ที่ต้องเก็บเกี่ยวทีละเล็กทีละน้อย อย่างค่อยเป็นค่อยไปก็ได้เช่นกัน

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , , , | add comments

บททดสอบบทแรก

Posted by malinee on Sunday Apr 3, 2016 Under เกร็ดความรู้
เมื่อวาน…คงเป็นวันที่เด็กๆหลายคนดีใจและเด็กอีกหลายคนเสียใจ เพราะเป็นวันประกาศผลสอบเข้าเรียนต่อม.1ของทุกๆโรงเรียน..ครูขอแสดงความยินดีกับเด็กๆ ที่สอบได้ในรร.เรียนที่เลือก ที่ตั้งใจเอาไว้ …เก่งมากๆ..ที่สามารถฝ่าฟันผู้ลงสนามสอบเป็น1000คนเข้าไปเรียนได้สำเร็จ..แต่อีกมุมนึงครูอยากบอกว่า…การสอบเข้าไปได้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น เปลี่ยนแปลงสังคมใหม่ๆ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ และเนื้อหาที่ยากขึ้นตามลำดับของการเรียน ทั้งหมดคือการเปลี่ยนแปลงที่เด็กๆต้องเจอกับมัน โดยเฉพาะเนื้อหาของการเรียนที่เข้มข้นขึ้น ต้องการการตั้งใจเรียนที่มากขึ้น ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญมาก..
….ส่วนคนที่พลาดหวัง..ไม่ได้เรียนในรร.ที่ตั้งใจไว้ ครูอยากบอกว่า..การเสียใจเป็นเรื่องปกติของการพลาดในสิ่งที่เราหวังเอาไว้..เสียใจได้แต่อย่าท้อ…เพราะยังมีอีกหลายรร. ที่ดีและพร้อมรองรับพวกหนูเข้าไปเรียนกัน การที่เราพลาดไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งสู้คนอื่นไม่ได้ บางคนพูดว่า..หนูโง่..อย่าว่าตัวเองอย่างนั้น..เพียงแต่..เรายังเตรียมตัวมาไม่มากพอ คนที่เตรียมตัวมาได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบเรามากว่าจำความผิดพลาดนี้ไว้เป็นบทเรียนและปรับปรุงมันให้ดีขึ้น..
……………..เชื่อครูเถอะว่า….เรียนรร.ไหนก็เหมือนกัน ต่อให้สอบเข้าไปเรียนในรร.ที่เป็นอันดับต้นๆของประเทศแต่..หนังสือไม่อ่าน การบ้านไม่ทำ แบบฝึกหัดไม่ทบทวน วันๆเล่นแต่ ipad
เล่นแต่มือถือ เล่นแต่เกม ก็สอบตกได้เหมือนกัน..
………………แต่ถ้าหากเรียนในรร.ธรรมดา ไม่ได้มีชื่อเสียงเหมือนที่อื่นๆ แต่ตั้งใจเรียน หมั้นฝึกฝน ทบทวนเนื้อหา เตรียมความพร้อมเยอะๆ เกรด4 ไม่หนีไปไหน ไม่น้อยหน้าคนอื่นแน่นนอน....สถามบันคิดสแควร์ทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้กับเด็กทุกคน..สู้กันต่อไปนะค่ะ..แล้วพบกันใหม่..บ้ายบาย

12512654_871649192963269_2922076687200383852_n

Tags : , , , , , , | add comments

ฆัมเมอร์แคมป์

Posted by malinee on Saturday Feb 27, 2016 Under กิจกรรม

สถาบันคิดสแควร์เปิดรับนักเรียนช่วงซัมเมอร์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูจิ๋ม 084-5273651 คะdaycamp_18c

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

ถูกจริงหรือ

Posted by malinee on Monday Dec 21, 2015 Under เกร็ดความรู้

สวัสดีค่ะ..วันนี้ครูไม่มีvdoมาให้ครูแต่..ครูมีบางอย่างมาให้ช่วยกันหน่อย..จากแบบฝึกหัดด้านล่างนี้ คิดว่าที่คุณครูเค้าตรวจถูกมา..มันถูกจริงมั้ย แล้วถ้ามันถูกจริงๆตามที่คุณครูเค้าตรวจมา มันถูกยังงัย ใครอธิบายได้บ้าง ครูรบกวนหน่อย เพราะครูเองก็พยายามหาคำตอบอยู่ ถ้าใครมีคำอธิบายว่ามันถูกยังงัย บอกกันหน่อยนะค่ะ..ช่วยครูด้วย..แล้วครูจะมาบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแบบฝึดหัดนี้..ช่วยครูด้วยนะ..ขอบคุณค่ะ..12390873_810960295698826_8404294124038857550_n

Tags : , , , , , , , , | add comments