กิจกรรม นิทานกับพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก

ภายใต้ โครงการศูนย์พัฒนาศักยภาพนิทานในการพัฒนาเด็ก

วิทยากร  : อาจารย์ปรีดา  ปัญญาจันทร์

วันเวลา    :   วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553  เวลา 09.00-16.00 น.

สถานที่    :   ณ ห้องประชุมสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว  มหาวิทยาลัยมหิดล 

ค่าลงทะเบียน :  400 บาท (รวมอุปกรณ์/อาหารว่าง/อาหารกลางวัน)

กำหนดการ

08.30–09.00 น. ลงทะเบียน

09.00-10.30 น. อบรม “นิทานกับพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก” บรรยายสลับกับ workshop (1)

10.30-10.45 น. รับประทานอาหารว่าง

10.45-12.00 น. อบรม “นิทานกับพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก” บรรยายสลับกับ workshop (2)

12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00-14.30 น. กิจกรรมเสริมทักษะเพิ่มพัฒนาการทางสมองของเด็กปฐมวัย “วาด-ตัด-ปะ ศิลปะ”

14.30-14.45 น. รับประทานอาหารว่าง

14.45-16.00 น. อบรม “สื่อภาษาเพื่อพัฒนาการอ่าน” บรรยายสลับกับ workshop

16.00 น.               จบการอบรม

Tags : , , , , , , , , , , , , | add comments

       การปูพื้นฐานที่มั่นคงในการเรียนคณิตศาสตร์ให้กับเด็กนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากเด็กขาดทักษะทางคณิตศาสตร์อาจทำให้เขามีปัญหาในการเรียน หรือขาดความมั่นใจในการเรียนรู้ เด็กที่ขาดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์จะเพิ่มความรู้สึกยุ่งยากและความสับสนในการเรียนคณิตศาสตร์เรื่อย ๆ แต่เมื่อเด็กได้รับการพัฒนาให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เราจะพบว่าความกดดันที่เด็กได้รับจากทักษะทางคณิตศาสตร์ก็หมดไปเช่นกัน จนเราอาจจะได้ยินว่าลูกชอบคณิตศาสตร์ในที่สุด
        การสร้างทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กนั้นจะมีวิธีการอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีส่วนในการสร้างความมั่นใจและความเข้าใจเชิงลึกให้กับเด็ก สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองมักสับสนกับการเป็นผู้สอนเด็กมีดังนี้
-อาจเกิดจากการมุ่งเน้นในบางเรื่องเท่านั้น เช่นการมุ่งเน้นในเรื่องของจำนวนจนลืมหัวข้ออื่น ๆ ที่เด็กต้องเรียนรู้ในระดับต้น การทบทวนแบบไม่มีลำดับขั้น

        การมุ่นเน้นคณิตศาสตร์ให้กับชั้นประถมปีที่นั้นจะมีหัวข้อสำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้
–  ระบบจำนวน ซึ่งหมายรวมลำดับขั้นของกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และค่าประจำหลักด้วย
–  ความสัมพันธ์ ในชั้นประถมต้นจะเรียนแบบรูปที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ซับซ้อน หรืออาจเป็นการหาตัวแปรแบบง่าย ๆ
–  เรขาคณิต และมิติสัมพันธ์ เด็กจะเรียนรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน แล้วจึงเพิ่มในเรื่องของมิติสัมพันธ์ การอ่านแผนที่ และการแก้ปัญหาเรขาคณิต
–  การวัด และการเปรียบเทียบเชิงปริมาณทั้งในเรื่องความยาว น้ำหนัก อุณหภูมิ ความจุ เวลา และเรื่องเงิน
–  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น การใช้ตาราง แผนภูมิ กราฟ เพื่อจัดรูปแบบข้อมูล
      คณิตศาสตร์สำหรับชั้นประถมปีที่ 1 – 3
     ชั้นประถมปีที่ 1 มุ่งเน้นการเรียนเรื่องจำนวนและระบบปฏิบัติการ ซึ่งจะเรียนเรื่องการบวก-ลบ จำนวนจาก 1 – 100 นอกจากนี้ยังมีการเรียนเรื่องรูปทรงเรขาคณิต การวัด เงิน แผนภูมิ กราฟ การวิเคราะห์ข้อมูล และแบบรูปทางคณิตศาสตร์
     ชั้นประถมปีที่ 2 เรียนเรื่องการจับกลุ่ม 10 , 100 และลำดับของระบบปฏิบัติการจำนวนไม่เกิน 1,000   ค่าประจำหลัก การคูณและการหาร
     ชั้นประถมปีที่ 3 จะยังคงเรียนเรื่องเดิมแต่เน้นในเรื่องของการแก้โจทย์ปัญหา การเรียนเรื่องเศษส่วน และทศนิยม เด็กในวัยนี้จะเพิ่มความเข้าใจในเรื่องของการวัด รูปทรงเรขาคณิต และความสัมพันธ์
     ชั้นประถมปีที่ 4 เรียนในเรื่องเดิมแต่มีความลึกมากขึ้น เช่นในเรื่องของเศษส่วน จะมีการเปรียบเทียบเศษส่วน การบวกลบ เศษส่วน มีการเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของปริมาตร พื้นที่ เส้นรอบรูป และเรื่องของการวัดมุม
     ชั้นประถมปีที่ 5 มีการเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของตัวประกอบ ตัวประกอบเฉพาะ 
     ชั้นประถมปีที่ 6 มีการแปลงทศนิยมเป็นเศษส่วน และการบวกลบคูณหารเศษส่วนและทศนิยม การเรียนเรื่องเปอร์เซ็นต์ ร้อยละ อัตราส่วน การสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางคณิตศาสตร์
      จากแนวทางการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษานั้นจะเห็นได้ว่า โดยหลักสูตรไม่ได้เน้นหนักในเรื่องของจำนวนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงต้องมีการเสริมเนื้อหาในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้เด็กมีความสุขกับการเรียน และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาต่าง ๆ อีกหลายวิชาในอนาคต

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

Singapore Math

Posted by malinee on Thursday Nov 4, 2010 Under เกร็ดความรู้

           ในปัจจุบันนี้การเรียน การสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษามีแนวการสอนหลาย

รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบนั้นมีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือเพื่อให้เด็กเกิดทักษะในการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ซึ่ง Singapore Math ก็เป็นอีกรูปแบบที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

              Singapore Math เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการพิจารณาว่ามีประสิทธิภาพในการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็ก 

Singapore Math เป็นการสอนคณิตศาสตร์พื้นฐานในการแก้โจทย์ปัญหาในระดับ

ประถมศึกษา โดยการวาดเป็นแผนภาพ (model drawing)

เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจในเชิงลึกและแก่นแท้ของวิชาคณิตศาสตร์

ข้อดีของการใช้ Singapore Math มีหลายประการ คือ

1.เด็ก ๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์และตีความโจทย์ที่เป็นนามธรรมให้เป็นแผนภาพที่เป็นรูปธรรม

 

2.เด็กๆ มีความเข้าใจโจทย์ในเชิงลึกได้มากขึ้น โดยไม่ขาดใจความสำคัญที่ให้ไว้ในโจทย์

 

3.เด็ก ๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์และแก้โจทย์ได้อย่างเป็นระบบโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

 

4.เด็ก ๆ มีสมาธิดีขึ้น เนื่องจากเป็นการใช้สมองซีกขวา (ส่วนจินตนาการ) ในการแก้โจทย์

 

5.เด็กๆ มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์

โดย : Smantha Watson

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

หลังจากเรียนกันจนเหนื่อขอพักเอาแรงกันซักนิดกันในสวนที่มีอากาศดี ๆ หน่อยคร้าบ.บ.บ

   

   

       

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments

รอบที่ 1 ตั้งแต่วันที่   5 ต.ค. 53 ถึงวันที่  15 ต.ค. 53   รอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่  11 ต.ค. 53 ถึงวันที่  21 ต.ค. 53 รอบที่ 3ตั้งแต่วันที่  18ต.ค. 53 ถึงวันที่  29 ต.ค. 53 หลักสูตรที่เปิดสอน คือ หลักสูตรลูกคิด สำหรับน้อง ๆ ระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของสมองทั้งสองซีก  และหลักสูตรโจทย์คณิตคิดง่าย สำหรับน้อง ๆ ระดับ ประถมศึกษา เพื่อปรับพื้นฐาน และ เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเทอมรอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง พิเศษ สำหรับน้อง ๆ ที่สมัครเรียนในช่วงคอร์สปิดเทอมนี้ สามารถเข้าร่วม กิจกรรมนอกสถานที่ กับทางสถาบันฯ ฟรี 1 วันเต็ม ซึ่งน้อง ๆ จะได้พบกับกิจกรรมที่สนุกสนานมากมายพร้อมสอดแทรกทักษะทางคณิตศาสตร์และทักษะด้านการใช้เหตุผล ผ่านกิจกรรม

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

552000011973201

หมอสมองชี้ เด็กประถมอ่อนภาษาไทย มีผลต่อการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แนะเก่งภาษา ต้องให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริงไปหาตัวอักษร ด้านการอ่านนิทานให้ลูกฟัง ภาษาที่อยู่ในนิทานจะถูกบันทึกลงในสมอง ทำให้เด็กมีพื้นภาษาที่ดี อย่างไรเสีย ทุกครั้ง ก่อนจะให้เด็กเรียนรู้ พ่อแม่ครู ต้องเปิดสมองให้เด็กมีความสุขด้วยกิจกรรมต่างๆ แล้วเด็กจะรับ และเข้าใจภาษาได้มากขึ้น

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ บุญเกิด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประสาทวิทยา เปิดเผยว่า การเรียนภาษา เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปสู่ความเข้าใจในวิชาอื่น เช่น ถ้าภาษาไทยไม่แน่น เด็กจะอ่านหนังสือไม่ออก หรือตีความหมายไม่เข้าใจ โดยเฉพาะตัวโจทย์ที่ต้องคิดออกมาเป็นตัวเลข ส่งผลให้การเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์เป็นไปได้ยากโดยเฉพาะเด็กประถมที่จะต้องเริ่มแก้โจทย์ออกเป็นตัวเลข

สอดรับกับข้อมูลของสถาบันทดสอบทางการศึกษา ที่ทำการประเมินผลรายวิชาต่างๆ ของเด็กใน 30,000 โรงในระดับประถมทั่วประเทศพบว่า วิชาภาษาไทยเด็กสอบแย่ที่สุด ส่วนคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียง ซึ่งผลที่แสดงออกมานี้ ย่อมส่งผลต่อตัวเด็ก และประเทศไทยในวันข้างหน้า โดยเฉพาะการแข่งขันทางเศรษฐกิจจากนานาประเทศที่รุกคืบเข้ามาทุกที

“ภาษาเป็นหน้าต่าง และบานข้อมูลที่จะต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในรายวิชาอื่นๆ เพราะสมองจะทำงานโดยการเชื่อมต่อการเรียนรู้ใหม่เข้ากับความรู้เดิมเสมอ ทั้งนี้ช่องทางการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เด็กจะต้องเรียนรู้จากของจริงไปหาสัญลักษณ์ สมองจึงจะเข้าใจความหมาย เปิดรับเป็นความจำ และนำไปสู่ความเข้าใจเป็นความรู้ต่อไป” ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประสาทวิทยากล่าว

นอกจากนี้ คุณหมอได้ขยายความถึงการเรียนรู้จากของจริง (ประสบการณ์) ไปหาสัญลักษณ์ (ตัวอักษร) ด้วยว่า เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่ดึงสัญลักษณ์มาสอนเด็ก เช่น 1+1 เท่ากับ 2 แต่ทั้งนี้พ่อแม่ หรือครู ควรจะหาสิ่งของใกล้ตัวเด็กมาสอน อย่างไรก็ดี ทุกครั้งก่อนจะสอนเด็ก พ่อแม่ครูควรจะเปิดสมองให้เด็กมีความสุข ด้วยการทำกิจกรรมใดๆ ก็ได้ เพื่อให้เด็กเข้าใจ และเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้เด็กเก่งภาษา พ่อแม่ และครูต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้รู้ เห็น และสัมผัสสิ่งรอบตัว เช่น คน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ให้มากที่สุด รวมไปถึงการอ่านนิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้ภาษาที่อยู่ในนิทานถูกบันทึกในสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพื้นภาษาที่ดี แต่ทั้งนี้ต้องเป็นหนังสือที่เด็กสนใจด้วย การรับข้อมูลถึงจะมีประสิทธิภาพ

Tags : , , , , , | add comments