Feb 10
#นี่เราอยู่ระหว่างสงครามรึปล่าวเนี่ จากเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เราคงต้องย้อนกลับมาดูกันหน่อยมั้ยว่า โครงสร้างทางสังคมของเรามันผิดเพี้ยนไป ลักษณะเด่นของความเป็นคนไทยเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน รู้จักผิดชอบชั่วดี มีน้ำใจ เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่หลังจากเหตุการณ์ข่าวต่างๆที่ได้ยินอย่างต่อเนื่อง ทั้งฆาตกรต่อเนื่อง นายสมคิด , ผ.อ. กอล์ฟ คดีปล้นทอง, ไอซํืหีบเหล็ก และล่าสุดนายทหารคลั่งที่โคราช เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นแนวโน้มของสังคมที่ใช้ความรุนแรงโดยขาดความยั้งคิด ในแต่ละคดีที่เกิดขึ้น เกิดจากความโลภ ใช้เงินเกินรายได้ที่มี อยากได้รับการยอมรับนับหน้าถือตา ประกาศให้ทุกคนรู้เรื่องความสุขของตนในการใช้ชีวิตหรูหราบนสังคมออนไลน์ โดยการกู้หนี้ยืมสิน เมื่อถูกทวงหนักเข้าก็หาทางออกโดยการก่อคดีปล้น เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น คดีของไอซ์หีบเหล็ก เป็นอีกคดีสะเทือนใจ จากข่าวที่มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องถุูกฆ่า แล้วศพก็ถูกอำพรางโดยการใส่หีบเหล็กทิ้งไว้ในบ่อน้ำในบ้านที่ตนเองอยู่ โดยที่ไม่รู้สึกถึงสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป แต่กลับก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากคำให้การของคนที่ทำงานกับทางครอบครัวของไอซ์ อาจวิเคราะห์ได้ใว่าเค้าขาดการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่ ไม่มีใครคอยอบรมบ่มนิสัย ประกอบกับการติดยาเสพติด ทำให้สมองในส่วนของความรู้จักยั้งคิดหายไป ใช้สัญชาตญาณในการดำรงชีวิตเพียงอย่างเดียว คดีสุดท้าย คือคดีของนายทหารคลั่ง เป็นคดีที่สะเทือนใจที่สุดเพราะผู้ก่อคดีเป็นคนในเครื่องแบบ ซึ่งหน้าที่ของทหารคือป้องกันอริราษฎร์ศัครู แต่ในครั้งนี้ ทหารเองเป็นผู้หันปลายกระบอกปืนเข้าหาประชาชนที่ไม่ได้รู้เรื่อง เพียงเพราะคุณคิดว่าคุณอยู่ในโลกของเกมส์ออนไลน์ โดยที่คุณปล้นอาวุธครบมือ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัว แล้วลงใน fb ประกาศตนว่ามีใครจะกล้าลุยกับคุณมั้ย นี่คือผลของจินตนาการจากเกมส์ออนไลน์ที่ออกมาบนโลกของความเป็นจริงกับคนอายุ 32 ที่มีวุฒิภาวะ โศกนาฏกรรมครั้งนี้ที่เกิดขึ้นมันชี้ชัดแล้วว่า จินตนาการในเกมส์ออนไลน์ การฆ่าเป็นการเก็บแต้ม การขโมยอาวุธ เพื่อให้การเก็บแต้มมีประสิทธิภาพ คงเห็นแล้วนะว่าเกมส์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้น.มันเกิดขึ้นกับคนที่มีวุฒิภาวะแล้ว แต่ถ้าคุณจะยังคงส่งเกมส์ลักษณะนะให้กับบุตรหลานที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ ก็คงจะมีข่าวอาชญากรรมเกิดขึ้นไม่ใช่แค่รายวันแล้ว คงต้องตามกันเป็นรายชั่วโมง … ใส่ใจบุตรหลานของตนเองเถอะคะ ให้เวลากับเค้า อย่าให้เครื่องมือสื่อสารมาแทนทีี่เวลาของครอบครัว ที่เหลือจากหลังเวลาเลิกงานที่เหลือไม่ถึง 10 ชัวโมง มานั่งพูดคุยสารทุกข์สุกดิบ เล่าประสบการณ์ของแต่ละวัน เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ สิ่งที่ลูกทำผิดก็อบรม สอนเค้า เรื่องการใช้ความรุนแรงต้องสอนลูก หรือให้เค้าได้แสดงความคิดเห็นหากจะมีการเปลี่ยนแปลง บางอย่าเล็กๆ น้อยๆ ให้เค้าได้รู้ว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งและมีความสำคัญในครอบครัว แล้วเค้าจะไม่ไปพยายามเป็นคนสำคัญนอกบ้าน ไม่ไปแสวงหาความรักจากที่อื่น ถ้าที่บ้านมีให้เค้าจนเต็ม…. #ในนามสถาบันคิดสแควร์ขอแสดงความเสียใจกับครอบผู้เสียชีวิตในทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น #ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานทุกท่านที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องทุกชีวิต #อยากให้เกิดขึ้นอีกเลย #เคารพด้วยหัวใจ #สถาบันคิดสแควร์
Sep 07
ข่าวล่ามาแรงเรื่องการรับจ้างทำการบ้านผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งหากตามข่าวกันจริงๆ แล้ว การรับจ้างทำงานทั้งการบ้านและงานวิจัยต่างๆ มีมานานแล้ว และมีอยู่มากมายหลากหลายเจ้าให้เลือก แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ อายุที่น้อยลงของการว่าจ้าง ตอนนี้ไม่ใช่การว่าจ้างในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว แต่เป็นการว่าจ้างในระดับเด็กประถม ถึงมัธยม
หากใครได้สัมผัสกับ เด็กๆ หรือเยาวชนในยุคปัจจุบันบ่อยๆ จะพอทราบว่ากระแสสังคมในยุคดิจิตอลนั้นค่อนข้างก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของความอดทน ความพยายามในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง นอกจากนี้เด็กในยุคปัจจุบันยังมีแนวโน้มของการเป็นสมาธิสั้น หรือขาดความสนใจในทุกๆ เรื่อง จนกลายเป็นเด็กเฉื่อยในที่สุด หลายๆ คนคงสงสัยว่ามันเกี่ยวกันอย่างไรกับเรื่องของการบ้านที่เป็นที่ฮือฮากันในปัจจุบัน ผลของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้คนเกิดความสะดวกสบาย จนไม่มีความอดทนพอที่จะรออะไรที่ต้องใช้เวลา เด็กๆ ก็จะซึมซับพฤติกรรมดังกล่าวจากสิ่งแวดล้อมที่เร่งรีบ จนกลายเป็นนิสัย จนอาจเกิดเป็นเด็กสมาธิสั้น ที่ไม่สามารถอยู่นิ่งๆ หรือมีสมาธิในการทำงานแต่ละชิ้น (ซึ่งเกิดเนื่องมาจากการเลี้ยงดู) หรือเด็กอีกกลุ่มที่พ่อแม่ ดูแลเอาใจใส่แบบเกินร้อย จนทำให้เด็กไม่มีความกระตือรือร้นในการทำอะไรเลย ทุกอย่างเดี๋ยวก็มีคนจัดการให้ เขาทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ “รอ” ในที่สุดเด็กก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความพยายามในการเรียนรู้ หรือทำงานใดๆ เลย สาเหตุเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่ฝึกวินัยหรือความรับผิดชอบใดๆ เลย เขาก็จะไม่มีความรู้สึกเดือดร้อนกับการบ้านหรืองานที่ถูกมอบหมายมา แต่ผู้ที่จะกระวนกระวายคือตัวพ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องให้บุตรหลาน สะสมคะแนนเก็บจากงานต่างๆ จึงต้องหาทางออก โดยการทำให้ด้วยตนเอง หรือหากทำด้วยตนเองไม่ได้ ก็ต้องไปว่าจ้าง สุดท้ายสิ่งที่ตามมาคือ เด็กที่ไม่มีคุณภาพ (ที่มีปัจจัยหลักเกิดจากการเลี้ยงดูเป็นต้นเหตุ) แม้แต่สิ่งเดียวที่รับผิดชอบยังไม่สามารถทำให้ดีได้ ไม่ต้องพูดถึงอนาคตของเขาที่จะมาเป็นผู้ใหญ่ หรือ พ่อแม่ในรุ่นต่อไปเลย หากพ่อแม่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างวินัยให้กับบุตรหลาน ก็ต้องยอมรับกับผลที่ตามมา คือ เขาจะไม่สามารถรับผิดชอบอะไรเลยแม้แต่ตัวเขาเองไม่ว่าเขาจะอยู่วัยใดก็ตาม
ครูจา
Oct 13
Posted by malinee on Saturday Oct 13, 2012 Under เกร็ดความรู้
สืบเนื่องมาจากในทุก ๆ ช่วงปิดเทอมจะมีเด็ก ๆ ที่ผู้ปกครองต้องการพาบุตรหลานของตนหาคอร์สเรียนเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จินตคณิตก็เป็นอีกหลักสูตรหนึ่งที่ผู้ปกครองมักเลือกให้ลูกหลานของตนเองเรียน แต่เด็กหลาย ๆ คนไปไม่ถึงฝั่งที่ทั้งผู้ปกครองและครูผู้สอนตั้งใจไว้ สาเหตุอาจเกิดจาก
– หลักสูตรจินตคณิต เป็นหลักสูตรที่จะต้องฝ่าด่านของการฝึกฝน (การใช้ลูกคิด) โดยการเลือกใช้คู่ (ซี่ใหญ่ กับ ซี้เล็ก) ต้องให้มีความถูกต้อง หากเลือกใช้คู่ผิด นั่นหมายความว่ากระบวนการคิดในข้อดังกล่าวก็ผิดตามไปด้วย ไม่ใช่ว่าในการคิดเลขแต่ละครั้งจะสามารถใช้สูตรจากลูกคิดได้หลายสูตร แต่เด็กหลาย ๆ คนที่ไม่มีความรอบคอบ ใจร้อน หรือไม่มีสมาธิเพียงพอ การเลือกใช้สูตรก็ผิดพลาดได้ การฝึกฝนให้เกิดทักษะที่คล่องแคล่วแม่นยำ ก็ต้องใช้เวลาบ้าง
– ความคาดหวังของผู้ปกครอง แน่นอนเมื่อส่งให้บุตรหลานเรียนอะไร ย่อมต้องคาดหวังที่จะเห็นผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ปัจจุบันนี้สินค้าและบริการหลาย ๆ ชิ้น มักเน้นชูการตลาดเรื่องความเร็ว ซึ่ง
เป็นสินค้าที่ถูกพัฒนาขึ้นมาแล้ว แต่การเรียนจินตคณิตเป็นการเรียนที่ผู้เรียนจะต้องพัฒนาตนเอง
– ผู้รับ (ผู้เรียน) และผู้ส่ง (ครูผู้สอน) เป็นปัจจัยที่มีผลมากที่สุดในการเรียน นั่นคือหากผู้เรียนมีความเอาใจใส่ก็ทำให้มีความก้าวหน้าในการเรียน หรือในทางกลับกัน หากผู้เรียนไม่เปิดเครื่องรับสัญญาณ การเรียนก็จะไม่ก้าวหน้า หรือถดทอยลง ในแง่ของผู้ส่ง (ครูผู้สอน) ถือว่าเป็นปัจจัยที่มีผลทางด้านความรู้สึกของผู้เรียนมากกว่าด้านอื่น เนื่องจากครูผู้สอนต้องได้รับการอบรมด้านการสอน มาแล้วทุกคน
สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้หมายความว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนจินตคณิต เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของเด็กแต่ละคน จะต้องประกอบด้วยผ่ายต่าง ๆ 3 ฝ่ายดังกล่าวเสมอ หากพ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องการเห็นลูกหลานประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ก็ต้องแลกกับความทุ่มเท เอาใจใส่ในตัวเค้าเหล่านั้นตั้งแต่ยังเล็กนั่นเอง
ครูจา
Jun 10
เชาวน์ปัญญา เป็นสิ่งที่ท่านมีมาแต่กำเนิด มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตท่านตั้งแต่แรกเริ่ม เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมเชาวน์ปัญญา พวกเขามีความแหลมคม แต่พอพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้กลับหายไปจนเกือบจะหมดสิ้น มันต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นระหว่างทางเป็นแน่
เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่งได้ส่งเรื่องที่ชื่อว่า “โรงเรียนของสัตว์” ให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าอยากจะเล่าให้ท่านฟัง เรื่องมีอยู่ว่า…
“ในวันหนึ่งสัตว์ทั้งหลายในป่าได้มารวมตัวกัน และตัดสินใจว่าจะตั้งโรงเรียนของสัตว์ขึ้นมา กระต่าย นก กระรอก ปลา และปลาไหล ได้รับเลือกให้เป็นกรรมการพัฒนาหลักสูตร กระต่ายยืนกรานว่าเรื่องการวิ่งจะต้องเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตร นกบอกว่าเรื่องการบินก็ต้องอยู่ในหลักสูตร ปลาบอกว่าการว่ายน้ำจะต้องอยู่ในหลักสูตรเช่นกัน ส่วนกระรอกนั้นบอกว่าการปีนขึ้นต้นไม้ในแนวดิ่งก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และเห็นว่าน่าจะต้องรวมไว้ในหลักสูตรด้วย ซึ่งในที่สุดพวกสัตว์ทั้งหลายที่ได้รับมอบหมายให้ร่างหลักสูตรก็ได้นำวิชาต่างๆ เหล่านี้มารวมกัน และจัดทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา พวกมันได้ป่าวประกาศไปยังสัตว์ทั้งหลาย และบังคับให้สัตว์ที่เข้าเรียนหลักสูตรนี้จะต้องผ่านทุกวิชาตามที่กำหนดไว้
กระต่ายซึ่งเคยได้เกรดเอจากการวิ่ง มีปัญหามากในเรื่องการปีนต้นไม้ในแนวดิ่ง มันปีนขึ้นไปแล้วก็ตกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดหัวสมองของมันก็ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถจะวิ่งต่อไปได้ จากที่มันเคยได้เกรดเอในการวิ่ง ตอนนี้มันกลับได้เกรดซี และที่แน่นอนก็คือมันได้เอฟ (สอบตก) ในการปีนต้นไม้ นกที่เคยเก่งมากในเรื่องการบิน แต่พอต้องเรียนวิชาขุดโพรงลงไปในดิน มันก็ทำได้ไม่ดีนัก จะงอยปากของมันแตกและปีกของมันก็หัก ไม่ช้าไม่นานมันก็ได้เกรดซีในวิชาการบิน และได้เอฟในวิชาขุดโพรง และมันก็ประสบปัญหาในเรื่องการปีนต้นไม้ในแนวดิ่งเช่นกัน
ในที่สุดสัตว์ที่สามารถเรียนจบผ่านหลักสูตรนี้ไปได้กลับกลายเป็นเจ้าปลาไหล ที่ทำทุกอย่างผ่านได้แบบครึ่งๆ กลางๆ แต่มันก็ทำให้ผู้สร้างหลักสูตรมีความสุข ที่เห็นว่าสัตว์เหล่านั้นได้เรียนรู้ทุกวิชาที่เหล่าบรรดากรรมการหลักสูตรได้พัฒนาขึ้นมา และต่างพากันเรียกการศึกษาแบบนี้ด้วยความภูมิใจว่าการศึกษาแบบ “ครอบจักรวาล”
ฟังเรื่องนี้แล้วเราอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าขบขัน แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการศึกษาของพวกเรา เราพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้คนทุกคนเหมือนกัน เราได้ทำลายศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในคนแต่ละคน เราบั่นทอนความเป็นตัวของตัวเองในคนแต่ละคนจนหมดสิ้น
เชาวน์ปัญญาที่ติดตัวมาเริ่มตายไปในขณะที่เราพยายามจะลอกเลียนคนอื่น หากท่านต้องการจะให้เชาวน์ปัญญาที่มีมาคงอยู่ ท่านต้องเลิกการเลียนแบบ เชาวน์ปัญญาจะถูกกำจัดไปโดยปริยายหากท่านทำตามผู้อื่น เมื่อใดก็ตามที่ท่านเริ่มคิดจะเป็นเหมือนคนอื่น ท่านจะสูญเสียเชาวน์ปัญญาทีท่านมีอยู่ไป ท่านเริ่มจะโง่เขลานับตั้งแต่วินาทีที่ท่านเริ่มเปรียบเทียบตัวท่านกับคนอื่น ท่านจะสูญเสียความสามารถตามธรรมชาติของท่าน ท่านจะไม่มีความสุขอีกต่อไป ท่านจะไม่ได้สัมผัสกับความใสสะอาด ท่านจะสูญเสียความคมชัด เสียวิสัยทัศน์ของท่านไป ท่านจะต้องหยิบยืมดวงตาของผู้อื่นมาใช้ แล้วเราจะมองผ่านดวงตาของคนอื่นได้อย่างไร? เราต้องใช้ดวงตาของเราเอง เราต้องเดินด้วยลำแข้งของเราเอง เราต้องใช้หัวใจที่เป็นของเราเอง คนหลายคนมีชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยของที่หยิบยืมมาจากผู้อื่น คนเหล่านี้จะรู้สึกว่าชีวิตของเขาติดขัดเป็นอัมพาต มันทำให้พวกเขารู้สึกว่าโง่เง่าเบาปัญญา
โลกเราต้องการการศึกษาในรูปแบบใหม่ คนที่เกิดมาเป็นกวี จะรู้สึกว่าตัวเองนั้นโง่มากในวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนคนที่อัจฉริยะในทางคณิตศาสตร์ก็ต้องมามะงุมมะงาหราอยู่กับการท่องวิชาประวัติศาสตร์ ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับหัวกลับหางค่อนข้างยุ่งเหยิง เป็นเพราะว่าการศึกษาไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติของคนแต่ละคน ไม่ได้ให้ความเคารพในสิ่งที่คนแต่ละคนมี ควบคุมบังคับให้ทุกคนเป็นไปตามรูปแบบที่กำหนด อาจจะมีคนบางคนที่เดินไปกับรูปแบบนี้ได้ แต่ก็มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
คนส่วนใหญ่จะรู้สึกเหมือนหลงทาง และลำบากใจ
ความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคือความรู้สึกที่ว่าตัวเองโง่ ไม่มีค่า ไม่มีเชาวน์ปัญญา เราต้องอย่าลืมว่าทุกคนเกิดมาพร้อมกับเชาวน์ปัญญา เราเกิดมาพร้อมกับความงดงามนี้ มันเป็นสิ่งที่หอมหวานที่ติดตามเรามาจากดินแดนอันไกลโพ้น แต่ครั้นเมื่อมาถึงโลกนี้ สังคมก็เริ่มโจมตีเรา เข้ามาจัดแจง เปลี่ยนแปลง สั่งสอน ตัดต่อ เติมแต่ง จนในที่สุดเราก็สูญเสียสิ่งเดิมที่มีติดมาจนไม่เหลืออะไรเลย นั่นคือวิถีทางที่ทำให้เชาวน์ปัญญาของเราถูกทำลาย
จากหนังสือ “ปัญญาญาณ” ของ OSHO แปลโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด สำนักพิมพ์ Free MIND
Feb 17
Posted by malinee on Thursday Feb 17, 2011 Under เกร็ดความรู้
จากหนังสือเรื่อง ‘Don’t Give Me That Attitude’ โดย Dr. Michele Borba เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาของ พฤติกรรมเด็กในปัจจุบัน โดยมีการจำแนกประเภทของทัศนคติที่แย่ลงของเด็กตามกลุ่ม คือ หยาบคาย , ขี้เกียจ , ไม่ใส่ใจในเรื่องการเรียน
ก่อนอื่นมาดูสาเหตุก่อนว่า ทำไมในปัจจุบันเราจึงพบพฤติกรรมดังกล่าวมากขึ้น ประการแรก ในปัจจุบันเราจะพบว่ามีสิ่งกระตุ้นมากมายที่มีผลต่อพฤติกรรม คือ สื่อ ซึ่งสื่อต่าง ๆ ในปัจจุบัน มักจะแฝงความก้าวร้าว หยาบคาย การแก่งแย่ง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการโดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ประการที่สอง คือ เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งทำให้คนในปัจจุบันได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่กลับทำให้เกิดขีดจำกัดในเรื่องของความอดทน การรอคอย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเร่งรีบในทุก ๆ เรื่อง อย่างในบางเรื่องที่ควรฝึกฝนเด็กเพื่อให้เกิดนิสัย หรือวินัย ก็ถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ซึ่งผู้ใหญ่มักจะทำให้เด็กเองโดยคิดว่าจะได้ไม่เสียเวลาเพราะผู้ใหญ่สามารถทำให้เด็กแล้วใช้เวลาน้อยกว่า จนเด็กไม่มีความกระตือรือร้นที่จะทำอะไรด้วยตนเอง แม้แต่เรื่องง่าย ๆ เช่น การวางเสื้อผ้าในตะกร้าที่จะซัก
จากสาเหตุหรืออิทธิพลต่าง ๆ จึงกลายเป็นการสร้างนิสัย หรือ พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์เมื่อเขาโตขึ้น ดังนั้นหากเราคิดจะแก้ปัญหาต่าง ๆ เราควรเริ่มที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องช่วยกันฝึกหรือปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก
จาก Ezine.com