clip_art_girl

ในการเรียนไม่ว่าจะอยู่ในระดับชั้นใด วิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นมีการทดสอบอัจฉริยภาพกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึง 6 ขวบ หลังจากทดสอบอัจฉริยภาพกันแล้วก็จะมีการมุ่งเน้นในด้านของอัจฉริยภาพในตัวเด็กอย่างเต็มที่ ซึ่งอัจฉริยภาพที่ทดสอบก็มีหลายด้าน และอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ด้านนั้น

การที่เด็กมีอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์นั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสำคัญและมีการสนับสนุนก็จะทำให้การเรียนของเด็กมีผลสัมฤทธิ์ที่ดี แต่หากไม่ได้รับการสนับสนุน เขาก็จะเรียนได้ตามศักยภาพที่มีอัจฉริยภาพของตัวเขาอยู่ แต่อัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์นั้น ไม่ได้มีกันทุกคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เด็กที่ไม่มีอัจฉริยภาพไม่สามารถเรียนรู้ได้ เพียงแต่เด็กที่ไม่มีอัจฉริยภาพ จำเป็นต้องมีครูฝึกที่ดี ร่วมกับการมีวินัยในการฝึกฝน ซึ่งครูฝึก ณ ที่นี้หมายถึง ครูผู้สอน เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจในเนื้อหา แล้วยังรวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีหน้าที่ในการฝึกซ้อมให้เด็กๆ ได้มีทักษะทางคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้นได้ ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า “พรแสวงฝึกได้” หรือคำว่า “อัจฉริยสร้างได้” เพียงแต่การไม่มีอัจฉริยภาพนั้นทำให้เด็กต้องมีวินัยในการฝึกปรือมากกว่าเท่านั้นเอง

แต่ในทางกลับกันพ่อแม่ผู้ปกครองในยุคปัจจุบัน นอกจากจะไม่ส่งเสริมอัจฉริยภาพหรือการฝึกฝนให้กับเด็กๆ ยังทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงด้วยการปล่อยปละละเลย ปล่อยให้เด็กขาดวินัย แม้แต่การทำการบ้านเลยทีเดียว แบบนี้ถึงตัวเด็กที่มีอัจฉริยภาพได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม อัจฉริยภาพไม่ว่าจะด้านใด ก็สามารถที่จะลดลงและหายไปในที่สุด

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

images (4)            อีกครั้งกับข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการเรียนจินตคณิต หลายๆ ครั้งมักได้ยินว่าการเรียนจินตคณิตมักทำให้เด็กสับสนกับการเรียนในโรงเรียน หรือ กล่าวว่าการเรียนจินตคณิตไม่มีประโยชน์กับเด็กๆ ข้อสงสัยดังกล่าวอาจทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจผิด เนื่องจากการใช้ลูกคิดในการคิดคำนวณจะเริ่มจากหลักที่มากที่สุด เช่น หลักร้อย แล้วจึงดำเนินการต่อในหลักสิบ และหลักหน่วย ตามลำดับ ซึ่งต่างจากการเรียนในโรงเรียนที่มีการดำเนินการทางคณิตศาสตร์จากหลักที่เล็กที่สุดก่อน ซึ่งถ้าเป็นเด็กประถมต้น ก็จะเริ่มจากหลักหน่วย แล้วดำเนินการต่อไปยังหลักสิบ และหลักร้อยตามลำดับ

จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ไม่ได้สร้างความสับสนในการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ในโรงเรียนแต่อย่างใดเลย เนื่องจากหากเด็กสามารถจินตนาการได้ เขาจะสามารถคิดคำนวณโดยการใช้ลูกคิด (ในหัวของเขาเอง) โดยไม่ต้องมีการทดเลข (กรณีการบวกและการคูณ) หรือยืม (ในการลบ) แต่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ปกครองที่เห็นเด็กที่ใช้ลูกคิด จะต้องดำเนินการ (ทั้งการบวก ลบ คูณ หรือ หาร) จากหลักหน้าก่อนเสมอ ซึ่งตรงกันข้ามกับการเรียนในโรงเรียนในแบบปกติ แต่ไม่ว่าการคิดคำนวณในแบบใด ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ วิธีการเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว การใช้จินตนาการในการคิดคำนวณมักถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วกว่าการดำเนินการในแบบปกติด้วย หากเด็กๆ ที่เรียนจินตคณิตมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มักส่งผลให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับการเรียนในทุกๆ ด้านเช่นเดียวกัน แต่หากพ่อแม่ผู้ปกครองส่งบุตรหลานเรียน แต่ไม่ได้ให้การเอาใจใส่ และเรียนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ผลที่ได้รับก็ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก นั่นหมายความว่าผลสัมฤทธิ์ (ไม่ว่าจะการเรียนใดๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี หรือวิชาการ) แปรผันตรงกับความต่อเนื่องและการฝึกฝนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นหากต้องการให้บุตรหลานประสบผลสำเร็จ จึงจำเป็นต้องมีวินัยในการเรียน ต้องให้เวลา มีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

สุดท้ายนี้ หากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ของเด็กๆ ที่เรียนจินตคณิต ก็สามารถเข้าไปแวะชมการแข่งขันจินตคณิตได้ ในช่วงเวลา 9:00  น. ที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ  วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 นี้คะ

ครูจา

Tags : , , , , , , , | add comments

images (3)            พ่อแม่ ผู้ปกครอง เมื่อส่งบุตรหลานเรียนพิเศษ ย่อมหวังว่าบุตรหลานของตน ต้องเรียนอยู่ในระดับชั้น หรือมีความรู้เทียบเท่า และสามารถต่อยอดกับสถาบันต่างๆ ได้ทันที

หลายๆ วิชาอาจเป็นเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงของการเรียนคณิตศาสตร์ อาจไม่เป็นเช่นนั้น บางสถาบันที่เป็นการเรียนในกลุ่มใหญ่ จะไม่มีการทดสอบพื้นฐานความรู้ทางคณิตศาสตร์ สามารถเข้าไปเรียนในกลุ่มได้เลย ในการเรียนดังกล่าวจะไม่มีปัญหาใดๆ หากเด็กนั้นมีพื้นฐานความรู้ทางคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์ แต่หลายๆ คนที่มีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ไม่เป็นไปตามชั้นเรียน จะไม่สามารถเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนในกลุ่มใหญ่ เนื่องจากความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ในการต่อยอดความรู้ไม่เพียงพอ เช่น เด็กๆ จะเรียนเรื่องร้อยละได้ยาก หากไม่มีความเข้าใจ หรือความรู้พื้นฐานเรื่องเศษส่วน และทศนิยม หรือเด็กจะไม่สามารถเข้าใจเรื่องเศษส่วนได้ ถ้าเขาไม่มีความเข้าใจเรื่องการคูณการหาร นั่นเอง ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรติดตามความเข้าใจในบทเรียนของบุตรหลาน โดยการติดตามจากผลการสอบกลางภาค และการสอบย่อยต่างๆ

การเรียนอีกรูปแบบหนึ่ง คือการเรียนในแนวของการปูพื้นฐาน หลายๆ สถาบันเลือกที่จะมีการทดสอบความรู้พื้นฐาน หรือทักษะทางคณิตศาสตร์ก่อน ว่าเด็กอยู่ในระดับใด ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้ง เด็กถูกดันไปเรียนในระดับที่ยากกว่า หรือโตกว่าระดับชั้นจริง และในทางกลับกัน เด็กก็ต้องถูกลดระดับการเรียนลงเพื่อปรับพื้นฐานก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาในระดับจริงได้ ดังนั้นการเลือกสถานที่เรียน ต้องเลือกให้เหมาะกับความรู้พื้นฐานของบุตรหลานด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา และได้ประโยชน์สูงสุด

ครูจา

Tags : , , , , , , , , | add comments

math-clip-art-kid-holding-calculator            มักมีข้อสงสัยมากมายกับการเรียนจินตคณิต คำถามหนึ่งที่มักถูกถามบ่อยๆ คือ เมื่อเลิกเรียนแล้วเด็กจะลืมไหม? สิ่งที่ต้องตั้งคำถามกลับไปก่อนที่จะตอบคำถามคือ เขาได้นำมันไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการเรียนคณิตศาสตร์บ้างหรือไม่ การเรียนจินตคณิตจนถึงขึ้นที่สามารถจินตนาการเป็นภาพลูกคิดได้นั้น เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด ในการเรียน แต่เมื่อเด็กเรียนจนสามารถจินตนาการได้คล่องแล้ว  ก็เปรียบเสมือนการพกเครื่องคิดเลขล่องหนในหัว ซึ่งไม่มีใครสามารถขโมยมันไปได้ แต่มันก็มีแนวโน้มที่จะเสื่อมได้ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้แบตเตอร์รี่เครื่องคิดเลขเครื่องนี้ไม่เสื่อม หรืออยู่ทนได้ ก็คือการที่เด็กต้องใช้มันทุกๆ วัน เพื่อเป็นการเพิ่มทั้งความแม่นยำและความเร็วให้มากขึ้น แต่ในทางกลับกันหากคุณพ่อคุณแม่ ส่งให้บุตรหลานเรียนจินตคณิต แต่ไม่มีการเชื่อมโยง หรือประยุกต์ให้เด็กได้นำไปใช้ เขาก็จะไม่ได้มีการฝึกฝนแบบเป็นกิจวัตร มันจะทำให้หน่วยความจำในเครื่องลดลงและเสื่อมไปในที่สุด

ดังนั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการประโยชน์สูงสุดในการเรียน ซึ่งการเรียนจนิตคณิตเปรียบได้กับการติดอาวุธล่องหนให้กับบุตรหลานแล้ว เพียงแต่สอนวิธีใช้ในช่วงแรก เพื่อให้เขามีความมั่นใจ และเชื่อมความสัมพันธ์กันระหว่างจินตคณิตกับคณิตศาสตร์ เท่านี้ก็เป็นการติดอาวุธสมองให้เจ้าตัวน้อยได้แล้ว

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , , , | add comments

การเรียนของเด็กๆ นั้น วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่พ่อแม่ผู้ปกครองมักให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ นั่นอาจเกิดจากเหตุผลหลายประการ เช่น ตัวพ่อแม่ผู้ปกครองเองไม่ชอบคณิตศาสตร์ จึงไม่อยากให้บุตรหลานไม่ชอบคณิตศาสตร์เหมือนตนเอง หรืออาจเนื่องมาจากพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นว่าหากเด็กๆ ไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ จะส่งผลระยะยาวจนเขาโตขึ้น โอกาสในการเลือกเรียนนสาขาวิชาต่างๆ ก็จะน้อยลงด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายๆ ครอบครัวจึงปูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ปฐมวัย บางครอบครัวก็เลือกวิธีที่จะสอนเอง โดยใช้สิ่งของเป็นสื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายๆ ครอบครัวใช้วิธีการส่งบุตรหลานเรียน หลายครั้งที่เด็กๆ ทำแบบฝึกหัดแบบซ้ำเดิม จนในที่สุดเด็กจำได้ เมื่อเห็นตัวเลขก็สามารถตอบได้ทันที การเรียนในแบบดังกล่าวให้ผลทั้งสองด้านกับเด็ก คือเด็กจะมีความมั่นใจและชอบคณิตศาสตร์มากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม การเรียนโดยวิธีการใช้ความจำไม่เหมาะกับการเรียนคณิตศาสตร์ เนื่องจากเมื่อเด็กเจอตัวเลขที่พลิกแพลงไม่ตายตัว เขาก็อาจจะติดอยู่ในกรอบของการจำจนทำไม่ได้ เช่น หากมีการให้ใส่ตัวเลข อะไรก็ได้ที่มีผลลัพธ์เป็น 5 หากเด็กรู้จักเพียงแค่ 4 + 1 แล้ว เขาจะได้เพียงคำตอบเดียว  ซึ่งหลายๆ ครั้งที่คณิตศาสตร์ไม่ได้ต้องการเพียงคำตอบเดียว การเรียนคณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาท่องจำเหมือนวิชาประวัติศาสตร์ (เนื่องจากประวัติศาสตร์เป็นบันทึกความจริงที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้) ส่วนการเรียนคณิตศาสตร์ เมื่อเรียนขึ้นไปจนถึงชั้นมัธยม การเรียนคณิตศาสตร์จะเป็นการเรียนในขั้นที่สูงขึ้น ซึ่งต้องใช้จินตนาการและความเข้าใจมากขึ้นในการเรียน เด็กที่ถูกฝึกให้คิดอยู่ในกรอบ จะมีแบบและวิธีคิดแก้ไขปัญหาคณิตศาสตร์ได้ค่อนข้างจำกัดจนในที่สุดความมั่นใจและความชอบคณิตศาสตร์ก็จะลดลง หากเป็นเช่นนี้ มันคงจะดีกว่าหากเราไม่ใส่กรอบในการเรียนคณิตศาสตร์

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

1312628014480            พอกล่าวถึงการเรียนจินตคณิต ร้อยละ 90 มักมีความเข้าใจว่า การเรียนจินตคณิต เปรียบเหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ช่วยในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กๆ เนื่องจากผู้ปกครองหลายๆ คนมักส่งบุตรหลานให้เรียนจินตคณิต เมื่อพบว่าบุตรหลานมีปัญหาในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

ก่อนอื่นต้องมอง ปัญหาในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ การอ่าน , การคำนวณ และการตีความ ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในช่วงชั้นแรก (ป.1 – 2) ปัจจัยในการเรียนคณิตศาสตร์ส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับความเข้าใจในเรื่องจำนวน หรือเรื่องค่าประจำหลัก เท่านั้น เนื่องจากในช่วงวัยนี้ยังไม่มีการแก้ไขโจทย์ปัญหาเท่าใดนัก เป็นการเรียนรู้เพื่อปูความรู้พื้นฐานเข้าสู่การแก้ไขโจทย์ปัญหาในระดับที่โตขึ้น ซึ่งหากเด็กมีปัญหาในข่วงวัยนี้ การเรียนจินตคณิต เป็นการเรียนที่ตอบโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างแน่นอน  แต่หากเด็ก อยู่ในวัยที่โตขึ้น (ตั้งแต่ ป.3 ขึ้นไป) การเรียนคณิตศาสตร์จะเริ่มมาจากปัจจัย เรื่องการอ่าน หรือ เป็นเพียงปัญหาการตีความ แต่ในเด็กบางคน ที่มีปัญหาเรื่องจำนวน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการไม่ยอมท่องสูตรคูณ หรือความไม่เข้าใจเรื่องการคูณ หรือการหาร หากบุตรหลานประสบปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ พ่อแม่ผู้ปกครอง จำเป็นต้องหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา และแก้ไข

เราจะทราบได้อย่างไรว่าสาเหตุของปัญหา อยู่ตรงไหน  หากเด็กมีปัญหาในเรื่องของการอ่าน เด็กจะมีปัญหากับทุกๆ วิชา ไม่ใช่วิชาคณิตศาสตร์เพียงวิชาเดียว แต่หากเด็กมีปัญหาเพียงวิชาคณิตศาสตร์ ก็ต้องมาดูว่าปัญหาเกิดเพียงอย่างเดียวคือเรื่องของการตีความ หรือมีปัญหาทั้งสองด้าน ทั้งการตีความและการคำนวณ หากเด็กมีปัญหาในเรื่องของการคำนวณ ในความเป็นจริงการแก้ไขในเรื่องของการคำนวณทำได้ไม่ยาก นั่นคือให้เด็กมีการฝึกทักษะ หรือทำแบบฝึกหัดให้มากขึ้น ส่วนการตีความนั้น เราสามารถแก้ได้ด้วยการวาดเป็นภาพในช่วงแรกเด็กยังต้องมีการชี้นำ แต่เมื่อเขามีความเข้าใจ เขาจะสามารถตีความเป็นภาพออกมาได้ชัดเจน และสามารถแก้ไขปัญหาโจทย์ได้อย่างเป็นระบบดังนั้นหากบุตรหลานมีปัญหาในเรื่องของการเรียน อย่าปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นทัศนคติที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

ผลของ AEC

Posted by malinee on Monday Jun 9, 2014 Under เกร็ดความรู้

aec-asian-kids-global-countries-31274934            เหลือเวลาอีกไม่ถึงปี ที่จะมีการเปิดประเทศเข้าสู่ AEC (ประชาคมอาเซียน) ทำให้เกิดการกระตุ้นทางด้านการศึกษากันอย่างกว้างขวาง  โรงเรียนหรือสถานศึกษาหลายๆ แห่งเปิดโครงการการเรียนการสอนแบบ EP (English Program) กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ต้องการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆ ในด้านของภาษามากขึ้น

แนวทางในการเรียน EP ของหลายๆ โรงเรียน จะเป็นการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษเพิ่มเข้ามาจากหลักสูตรปกติ แนวทางดังกล่าวน่าจะส่งผลดีกับตัวเด็ก ให้เด็กได้มีความคุ้นเคยในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยที่ทั้งหลักสูตรที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษควรจะไปในทิศทางเดียวกัน หรือคู่ขนานกันไป รวมทั้งหากเด็กได้ฝึกฝน หรือเตรียมความพร้อมทางด้านภาษาไว้แล้ว แต่ในทางกลับกัน หลักสูตรที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ร่วมกับการติดอยู่กับภาษาของเด็กหลายๆ คน ที่ไม่มีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษา และยังต้องมีคำศัพท์เฉพาะอีกมากมายที่ต้องจำและทำความเข้าใจ ส่งผลให้เด็กเกิดความท้อแท้ เนื่องจากความไม่เข้าใจด้านภาษา รวมกับความไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียน

ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องการให้บุตรหลาน มีการเรียนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรมีการติดตามแนวการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง หรือ ในช่วงของการสอบคัดเลือก ควรจะมีการศึกษาถึงแนวการเรียนการสอนของแต่ละโรง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุตรหลาน ให้เขาใช้เวลาในช่วงของการปรับตัวในช่วงที่สั้นที่สุด เพื่อให้การเรียนได้สัมฤทธิ์ผลที่สุด

ครูจา

Tags : , , , , , , , | add comments

images            เปิดเทอมใหม่แล้ว นอกจากเด็กๆ จะเลื่อนชั้นขึ้น และโตขึ้นอีกหนึ่งปีแล้ว ยังต้องมีการเรียนในโรงเรียนที่มีเนื้อหาเดิมที่ยากและมีความซับซ้อนมากขึ้น หรืออาจเจอเนื้อหาการเรียนใหม่ๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ดังนั้นในช่วงของการเปิดเทอม คุณพ่อคุณแม่ อาจจะต้องดูแลเอาใจใส่ หรือช่วยในเรื่องการกระตุ้นให้เด็กมีกำลังใจในการเรียนสิ่งใหม่ๆ ที่ยากขึ้น

การดูแลเอาใจใส่ของพ่อแม่ ผู้ปกครองที่พอเหมาะพอดีนั้น จะมีส่วนช่วยเหลือ หรือกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้งในด้านความรับผิดชอบ ความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ยากขึ้น

การดูแลเอาใจใส่ที่น้อยเกินไป อาจส่งผลให้เด็กมีการเรียนที่ตกต่ำลง ซึ่งอาจเนื่องมาจากความไม่เข้าใจในบทเรียน ไม่ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย หรือเด็กยังไม่มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบมากพอ ต้องได้รับการกระตุ้นเตือนจากผู้ปกครอง

ในทางตรงกันข้ามครอบครัวที่มี พ่อแม่ผู้ปกครองที่ดูแลเอาใจใส่เกินพอดี กลับเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กมีการเรียนที่แย่ลงได้เช่นกัน เนื่องจากการดูแลเอาใจใส่ที่ทำ (งาน) แทนไปทุกอย่าง หรือการชี้นำในทุกๆ เรื่องนั้น ทำให้เด็กกลัวการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพราะถือว่าเป็นเรื่องยาก

เด็กจะไม่มีความพยายามในการฝึกฝนให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยตัวเอง รอคอยแต่ความช่วยเหลือตลอดเวลา กลัวความผิดพลาด เพราะไม่อยากกลับมาแก้ไขอีกครั้ง เปรียบเหมือนกับหนอนผีเสื้อที่มีคนช่วยมันออกจากรังดักแด้ อยู่ได้เพียง 1 – 2 ชั่วโมงก็ต้องตาย เนื่องจากปีกที่ไม่แข็งแรง เช่นเดียวกับธรรมชาติสร้างรังดักแก้ที่มีเอนไซม์ที่ทำให้ปีกของมันแข็งแรงตอนที่มันพยายามจะขยับออกจากรังของมัน พ่อแม่ผู้ปกครองควรอดทนรอคอยให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์ทั้งทางบวก และทางลบในทุกๆ เรื่อง เพื่อให้ปีกของเขาได้แข็งแรงเหมือนผีเสื้อที่จะโบยบินไป

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , | add comments

stock-vector-schoolboy-with-homework-23006326            ในการเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนในวิชาใดๆ การจัดการบ้านให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นการวัดความเข้าใจในชั้นเรียนของครูผู้สอน ว่ามีความเข้าใจเนื้อหาในการเรียนการสอนแล้วหรือยัง

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ พ่อแม่ ผู้ปกครองมักปล่อยให้เด็กๆ เรียนทำการบ้านหลังเลิกเรียน ด้วยเหตุผลที่ว่า การจราจรในกรุงเทพไม่เอื้ออำนวยทำให้ไม่สามารถไปรับบุตรหลานได้ตามเวลาเลิกเรียน หรือเพื่อต้องการตัดปัญหา การรบเร้าให้บุตรหลานทำการบ้าน รวมถึงการสร้างสมรภูมิรบในบ้านหลังเลิกเรียนและเลิกงาน สิ่งที่เลือกน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบุตรหลาน แต่นั่นหมายความว่าโอกาสทองของเด็กที่จะได้ทบทวนเนื้อหาความเข้าใจในวิชาต่างๆ โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ที่ต้องการการฝึกฝน และการจัดกระบวนการคิด จากการทำการบ้านด้วยตนเองก็หายไป และนอกจากนี้แล้วโอกาสของพ่อแม่ ผู้ปกครองที่จะได้ทราบถึงพัฒนาการในการเรียนของบุตรหลานก็หายไปด้วย หากเป็นเช่นนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็ไม่สามารถทราบข้อบกพร่อง หรือแก้ไขความไม่เข้าใจในเนื้อหาบทเรียนของเด็ก จนกระทั่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลยจนเด็กๆ ต้องมีการสอบแข่งขัน จึงรู้ตัวว่าเวลาในการที่จะให้เด็กทำความเข้าใจกับเนื้อหาต่างๆ มันสั้นเกินไป

หากปล่อยให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะเป็นสาเหตุให้ความไม่เข้าใจในบทเรียนก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กไม่มีความสนใจในการเรียนในที่สุด

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

time-bomb-connected-to-clock-explodes-23074170การดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้ เราพบว่าไม่ว่าเราอยู่ในช่วงวัยใด ก็จะถูกเร่งด้วยเวลาเป็นตัวกำหนดอยู่บ่อยๆ จนทำให้ชีวิตประจำวันของเรานั้น มักเลือกใช้สินค้า และบริการที่สามารถกระชับเวลาที่จำกัดของเราได้ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับต่อมาคือ ความประณีตในการทำงานโดยมีเวลาเป็นตัวเร่งนั้น มักได้ชิ้นงาน หรือผลงานออกมานั้นจะมีความประณีตหรือความเอาใจใส่น้อยกว่างานที่ใช้เวลามากกว่า

ในการเรียนก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนใดๆ หากเราเร่งโดยเวลาเป็นตัวกำหนดในทุกๆ ครั้ง ผลที่ตามมาคือการบ่มเพาะความไม่รอบคอบ ความเร่งร้อนให้กับเด็ก ซึ่งถือว่าจะส่งผลในเชิงลบมากกว่า เนื่องจากเมื่อเขาโตขึ้น การคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ โดยมีมุมมองในทุก ๆ ด้านจะทำให้เขาสามารถแก้ปัญหาในหลายๆ ด้านเป็นดีกว่า หากการถูกบ่มเพาะให้เร่ง การคิดอย่างรอบคอบก็จะไม่เกิดขึ้นในการทำสิ่งใดเลย

คราวนี้เรามามองในแง่การเรียนจินตคณิตบ้าง เนื่องจากความเข้าใจของผู้ปกครองส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า สิ่งที่ควรจะได้รับหรือประโยชน์ของการเรียนจินตคณิตคือ การคิดเลขเร็ว ซึ่งในการเรียนนั้นจะต้องมีการจับเวลาเด็กอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการเรียนจินตคณิตหลายๆ ครั้งจะมีการจับเวลาเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ได้คิดเลขเร็วจริง แต่สิ่งที่สำคัญที่จะต้องพิจารณาด้วยนั่นคือ วัยของเด็กที่จะถูกกระตุ้นด้วย เนื่องจากความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก (กล้ามเนื้อมือ) นั้นจะส่งผลโดยตรงต่อความเครียดที่จะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อเกิดความเครียดแล้ว มักส่งผลต่อทรรศนคติในการเรียนคณิตศาสตร์ในอนาคตด้วย ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับในการคิดเลขเร็วนั้น จะไม่คุ้มกับผลเสียต่อการจำกัด (แผน) การเรียน ในอนาคตของเด็กให้แคบลง เพียงเพราะสาเหตุเล็กๆ ที่ผู้สอนมีเจตนาที่ดี โดยคาดไม่ถึงว่าจะเป็นปมเล็กๆ ที่สะสมมาในวัยุเด็ก

ครูจา

Tags : , , , , , , | add comments