FAQ

Posted by malinee on Monday Aug 17, 2009 Under Uncategorized

คำถามที่ถามบ่อย

FAQ ( Frequently Asked Questions )

1.      Q : มีหลักสูตรอะไรบ้าง

A :  หลักสูตรจินตลีลาคณิต (Mental Math Glow)

 หลักสูตร โจทย์คณิตคิดง่าย ( Math Trick Glow )

 หลักสูตรยุวคณิตคิดไว (Mental Math)

1.      Q : รับสมัครเด็กอายุตั้งแต่เท่าไหร่

A : เด็กอายุตั้งแต่ 4 – 12 ปี

1.      Q : ครูจบจากที่ไหนมาสอน

A : ขั้น ต่ำปริญญาตรี ไม่ยึดเรื่องสถาบันที่จบมา เนื่องจากหลักสูตรมีมาตรฐานอยู่แล้ว บุคลากรที่รับเข้ามาทำการสอนจะต้องผ่านการทดสอบความสามารถด้านคณิตศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ของสถาบันฯ และจะต้องได้รับการอบรมหลักสูตรจากทางสำนักงานใหญ่ อีกทั้งจะต้องมีจิตวิทยาในการสอนเด็ก เนื่องจากการสอนเด็ก ความยากไม่ได้อยู่ที่ตัวหลักสูตรแต่ อยู่ที่ทำอย่างไรให้เด็กรักที่จะเรียนและเข้าใจในบทเรียน

1.      Q : มีเด็กจำนวนกี่คนในแต่ละชั้นเรียน

A : สำหรับวิชา PSS , MGB ชั้นเรียนมีนักเรียนไม่เกิน 12 คน ต่อครู 1 คน สำหรับวิชา MAT มีนักเรียนไม่เกิน 6 คน ต่อครู 1 คน

1.      Q : เวลาเรียนมีช่วงไหนบ้าง

A : เวลาเรียนมีตอน เย็นวันธรรมดา เวลา 16.30 – 18.30 น และ วันเสาร์ – อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ 08.30 น. เป็นต้นไป หยุดทุกวันจันทร์ ( ปรับเปลี่ยนตามความเป็นจริงของแต่ละสาขา )

1.      Q : มีการชดเชยให้ไนกรณีที่ขาด / ลา หรือไม่

A : มีการชดเชยให้ ตามระเบียบการกล่าวคือ ชดเชยให้ฟรี 2 ครั้ง สำหรับวิชา PSS , MGBชดเชยให้ฟรี 1 ครั้งสำหรับวิชา MAT ครั้งต่อไปจะคิดค่าเรียนเสริม 199 บาท / ชั่วโมง

1.      Q : มีส่วนลดอะไรให้หรือไม่

A : ชี้แจงตามความเป็นจริง

1.      Q : มีเวลาพักบ้างไหม

A : มี ประมาณ 10 – 15 นาที

1.      Q : กรณีเรียนทั้งวันมีอาหารกลางวันให้ไหม (กรณีมีการชดเชยช่วงบ่าย)

Tags : | add comments

ประวัติความเป็นมาของลูกคิด

มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าของตนเพื่อช่วยในการคำนวณ และพัฒนามาใช้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ลูกหิน  ใช้เชือกร้อยลูกหินคล้ายลูกคิดจนมาถึงลูกคิดประวัติความเป็นมาของลูกคิดเท่าที่ค้นหาได้  แบ่งออกเป็น 2 แนวทางคือ
แนวทางที่1. กล่าวว่า   จากหลักฐานประวัติศาสตร์พบว่า ลูกคิดเป็นเครื่องคำนวณที่ชาว
จีนใช้กันมากว่า 7,000 ปี และใช้กันในอียิปต์โบราณมากว่า 2,500 ปี
แนวทางที่2. กล่าวว่า   ในระยะ 5,000 ปีที่ผ่านมา มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าของตนเพื่อช่วยในการคำนวณ และพัฒนา มาใช้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ลูกหิน ใช้เชือกร้อยลูกหินคล้ายลูกคิด   ต่อมาประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการ คำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด
ลูกคิดเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกที่มนุษย์ได้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา ซึ่งถือได้ว่า เป็นอุปกรณ์ใช้ช่วยการคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและคงยังใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน   พัฒนาการของอุปกรณ์ในปัจจุบันที่มีพื้นฐานมาจากลูกคิดก็คือ เครื่องคิดเลข และคอมพิวเตอร์
ลูกคิดที่ยังมีใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ คือ ลูกคิดจีน และ ลูกคิดญี่ปุ่น  ลักษณะลูกคิดของจีนมีตัวนับข้างบน 2 แถว ข้างล่าง 5 แถว   ขณะที่ลูกคิดของญี่ปุ่นมีตัวนับข้างบน 1 แถว ข้างล่าง 4 แถว   แม้ลูกคิดจะเป็นอุปกรณ์คำนวณสมัยเก่า แต่ก็มีความสามารถในการคำนวณเลขได้ทุกระบบ

ภาพที่1. ลูกคิดจีน

chinese abacus

ภาพที่2. ลูกคิดญี่ปุ่น

japanese abacus

ภาพที่3. เปรียบเทียบการคำนวณของลูกคิดจีน  ญี่ปุ่น   รัสเซีย

3 types abacus

ภาพที่4. กระดานคำนวณของชาวกรีกโบราณ3 types abacus (2)

3 types abacus (3)
แบบโบราณจากเกาะกรีกของชาวซาลามิสเป็นแผ่นหินอ่อนขนาดยาว 1.5 เมตร เชื่อกัน
ว่าพวกแลกเปลี่ยนเงินตรานำไปใช้ในโบสถ์ ข้อความที่จารึกไว้บนแท่งหินแสดงรายการ
ราคาและชื่อของเหรียญต่างๆ เช่น แดร็กมา แทลเลนส์ และโอโบล เป็นต้น

Tags : , , , | 3 comments