วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2553
สทศ. ให้คะแนนฟรี สอบ PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์หลังโจทย์ไม่ชัดเจน ตรวจข้อสอบใหม่ประกาศผล 8 ธ.ค.นี้…

จาก กรณีตัวแทนนักเรียนและผู้ปกครองและชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ ยื่นหนังสือถึง รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เรียกร้องให้ สทศ.ตรวจกระดาษคำตอบใหม่ วิชา PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ในการสอบ GAT/ PAT ครั้งที่ 3/2553 โดยข้อ 78 เกี่ยวกับเสียงระฆัง สทศ. ยืนยันคำตอบเดิม ทำให้ชมรมค่านิยมฯ จะฟ้องต่อศาลปกครอง และยังพบว่าข้อ 46 โจทย์ก็ไม่ชัดเจนด้วยนั้น

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สทศ. เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อสอบ PAT 3 แล้ว พบว่า ข้อ 46 ให้คะแนนฟรี 3 คะแนน เนื่องจากโจทย์ไม่ชัดเจน ข้อ 78 ให้คะแนนฟรี 6 คะแนน เนื่องจากโจทย์ไม่ชัดเจน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของนักเรียนที่เข้าสอบ สทศ.จะทำการตรวจกระดาษคำตอบใหม่อีกครั้ง และประกาศผลใหม่ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

ด้านนายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณ สทศ.ที่รับฟังเหตุผลต่างๆ และจะไม่ฟ้องต่อศาลปกครอง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 3/2553 สทศ. ได้ให้คะแนนฟรีกับผู้เข้าสอบ จากวิชา PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ข้อ 57 จำนวน 3 คะแนน PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ให้คะแนนฟรี ข้อ 46 จำนวน 3 คะแนน ข้อ 78 ฟรี 6 คะแนน และข้อ 79 มี 2 คำตอบ.

Tags : , , | add comments

                การเริ่มต้นการเรียนรู้สำหรับเด็กนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าวนี้เราผู้เป็นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง จะต้องสรรหาสิ่งต่าง ๆ ในสิ่งที่ลูกน้อยสนใจ นอกจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว คุณพ่อ คุณแม่ยังต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องของพื้นฐานทางการศึกษาด้วย เมื่อกล่าวถึงการศึกษานั้นวิชาคณิตศาสตร์จะเป็นวิชาที่มีความท้าทาย เด็กหลาย ๆ คนจะมีความรู้สึกว่าวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยากที่สุด เราสามารถเปลี่ยนวิชาคณิตศาสตร์ให้เป็นวิชาที่มีความสนุกสำหรับลุกได้ โดยการใช้กิจกรรมหรือเกมส์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจขั้นพื้นฐาน เช่น อาจคิดเกมส์การล่าขุมทรัพย์ ที่ใช้คณิตศาสตร์พื้นฐานเป็นการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจหลักคณิตศาสตร์  หรือคุณอาจพาลูกไปห้างสรรพสินค้า ซึ่งเด็กสามารถมีความเข้าใจเรื่องเงิน เงินทอน หรือแม้แต่การคำนวณราคาเมื่อมีส่วนลด หรือการเรียนเรื่องเศษส่วน เราก็สามารถใช้พิซซ่า เค๊ก หรือพาย สอนการแบ่งส่วนที่เท่ากัน
                 จากตัวอย่างต่าง ๆ ด้านบน พบว่าเราสามารถสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กได้อย่างสร้างสรรค์ เพียงแต่พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าในการดูแลปลูกฝังลูกน้อย เพื่อให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

บทความจาก : ezinearticle     โดย    Connor R Sullivan

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

จากเดลินิวส์ออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 08 พฤศจิกายน 2553

ในโลกนี้ไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่จะทรงงานหนักที่สุดเพื่อปวงประชาของพระองค์ท่านได้เท่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของปวงชนชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์มีโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนมากมาย โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นโครงการที่ก่อกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคและการทำเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะแห้งแล้งซึ่งมีสาเหตุมาจากความผันแปรและคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในทุกภาคของประเทศ ส่งผลต่อความเสียหายแก่เศรษฐกิจโดยรวมของชาติเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

ด้วยพระอัจฉริยภาพในการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับสรรเสริญอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาประเทศ ตัวอย่างเช่นในปี 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผลงานโครงการพระราชดำริฝนหลวงและตำราฝนหลวงพระราชทานไปร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางเทคโนโลยี ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม ปรากฏว่าได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นด้านสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อสาธารณชน โดยคณะกรรมการจัดงานได้ถวายเหรียญทองและประกาศนียบัตรเชิดชูพระเกียรติแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่สำคัญโครงการพระราชดำริฝนหลวงได้รับการจัดสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้ชื่อ “การดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งในวันที่โปรดเกล้าฯ ให้รัฐบาลเข้าเฝ้าฯ ถวายสิทธิบัตรฝนหลวง เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2548 ว่า…
…สิทธิบัตรนี้….เราคิดเอง…..คนไทยทำเอง…..เป็นของคนไทย…..มิใช่เพื่อพระเจ้าอยู่หัว…..ทำฝนนี้ทำสำหรับชาวบ้าน…..สำหรับประชาชน…..ไม่ใช่ทำสำหรับพระเจ้าอยู่หัว…..พระเจ้าอยู่หัวอยากได้น้ำ ก็ไปเปิดก๊อกเอาน้ำมาใช้ อยากได้น้ำสำหรับการเพาะปลูกก็ไปสูบจากน้ำคลองชลประทานได้ แต่ชาวบ้านชาวนาที่ไม่มีโอกาสมีน้ำสำหรับเกษตรก็ต้องอาศัยฝน ฝนไม่มีก็ต้องอาศัยฝนหลวง…

ดังนั้นเพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ที่มีต่อปวงชนชาวไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” และกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เป็นการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนุชนรุ่นหลังได้มีโอกาสชื่นชมในพระบารมีและร่วมกันถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติติดต่อกันไปทุกปี

กำหนดการดำเนินงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและจัดงานพิธีวันพระบิดาแห่งฝนหลวงระหว่างวันที่ 8-15 พฤศจิกายน 2553 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษาในปีนี้ และในฐานะทรงเป็น พระบิดาแห่งฝนหลวง ตลอดจนเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย.

Tags : , , , , , , , | add comments

หลังจากเรียนกันจนเหนื่อขอพักเอาแรงกันซักนิดกันในสวนที่มีอากาศดี ๆ หน่อยคร้าบ.บ.บ

   

   

       

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments

             ในปัจจุบันนี้มีการศึกษาในแนวทางเลือกมากมาย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา  ซึ่งการเรียนจินตคณิตโดยใช้ลูกคิดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเป็นการเรียนเพื่อเสริมศักยภาพของสมองให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กใช้สมองทั้ง 2 ซีกในการทำงานอย่างอัตโนมัติ แต่การเรียนนั้นกว่าจะสู่จุดหมายดังกล่าวใช่ว่าจะต้องใช้พรสวรรค์ของเด็กเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องใช้พรแสวงของเด็ก ๆ ด้วย ซึ่งการเรียนจินตคณิตนั้นถ้าจะให้เห็นผลอย่างชัดเจน ทั้งเด็ก และ ผู้ปกครองจะต้องใช้เวลา และ ความสม่ำเสมอในการทำแบบผึกหัด อีกทั้งการมีวินัยในการฝึกฝน แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเด็ก ๆ เลย ที่จะเรียนจินตณิตได้อย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างวินัยและการเรียนรู้ในทุก ๆ ด้าน ต่อไป 

กล้วยไม้มีดอกช้า………..ฉันใด

การศึกษาเป็นไป…………..เช่นนั้น

แต่ดอกออกคราวไร…………..งามเด่น

งานสั่งสอนปลูกปั้น………เสร็จแล้วแสนงาม

(บทประพันธ์ของ หม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล)

Tags : , , , , , , | add comments

เด็ก ๆ กำลังเตรียมตัวแข่ง

                                     

                                              น้อง ๆ เข้ารับรางวัลในการแข่งขัน

               

                         

Tags : , , , , , , , , | add comments

วิชาที่ครูไม่ได้เรียน

Posted by malinee on Wednesday Aug 11, 2010 Under Uncategorized

จากไทยรัฐออนไลน์

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2553

หลักสูตรประกาศนียบัตร (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู หรือผู้ที่เรียนหลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ.) ครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) และการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) ในสาขาวิชาเอกต่าง ๆ เพื่อไปทำการสอนนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยทั่วไปแล้วผู้จบการศึกษาไปเป็นครูจะเน้นวิชาชีพครูเป็นสำคัญได้แก่ วิธีการสอน สื่อการสอน การวัดและประเมินผล เป็นต้น แต่วิชาที่สำคัญสำหรับการมีชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดีอันเป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของผู้เป็นครู บางครั้งเรียกว่าครูพันธุ์ใหม่ โดยส่วนมากแล้วผู้ที่เรียนวิชาชีพครูทั่วไปจะไม่ได้เรียนยกเว้นครูที่จบและสอนในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น วิชาเหล่านั้นได้แก่ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย และความมั่นคง เป็นต้น

วิชาเศรษฐศาสตร์

ครูส่วนมากไม่ได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ไม่เข้าใจตัวเลขทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ทราบถึงนโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง ไม่เข้าใจระบบการเงิน การธนาคาร สถาบันการเงินต่าง ๆ รวมทั้งการใช้เช็คและการใช้บัครเครดิต การเป็นผู้บริโภคที่ฉลาด ทำให้ครูเหล่านี้ขาดความรอบคอบและไม่รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการทำธุรกิจของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ครูหลายคนตกเป็นเหยื่อเพราะความไม่รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเหยื่อให้กับผู้ฉวยโอกาสจากความไม่รู้ของครูบวกกับความใจดีมีเมตตาของครู การเป็นข้าราชการของครูที่มีเงินเดือนประจำ มีสวัสดิการจากรัฐในฐานะข้าราชการจึงอาจถูกนำไปใช้เป็นช่องทางของการแสวงหาประโยชน์จากผู้ใช้ช่องว่างของความไม่รู้ของครูได้ ครูจึงถูกชักนำให้เป็นหนี้จำนวนมากซึ่งดูเหมือนจะมากกว่าวิชาอาชีพอื่นที่รับราชการเหมือนกันด้วยคุณวุฒิและเงินเดือนที่เท่ากัน
วิชากฎหมาย

กฎหมายเป็นกติกาของสังคม ครูต้องทำหน้าที่ให้ความเห็นในสิ่งที่ถูกต้องทั้งศีลธรรมจรรยาและกฎหมายด้วย บางประเด็นปัญหาจะใช้เพียงแค่ความรู้สึก สามัญสำนึกของตัวครูเองไม่ได้ เพราะกฎหมายบ้านเมืองได้บัญญัติไว้ชัดเจนแล้ว ครูควรยึดแนวทางของกฎหมายในการให้คำปรึกษาและตัดสินปัญหาต่าง ๆ การเจรจาและการต่อรองที่เกิดขึ้นทั้งในชั้นเรียนและในสังคมที่ครูมีอิทธิพลเกี่ยวข้องอยู่มาก ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานและการพัฒนาสังคมหรือชุมชนแวดล้อมที่ครูต้องเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในระดับตำบล หมู่บ้าน หรือในชุมชนที่ครูเป็นสมาชิกอยู่จำเป็นที่ครูต้องรู้อย่างเป็นระบบในการเรียนวิชาชีพครู ไม่เพียงแต่หวังให้ครูใฝ่ศึกษาด้วยตนเองเท่านั้นเพราะกฎหมายถึงจะบัญญัติให้ทุกคนไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้เพียงเพื่อให้กฎหมายสามารถบังคับใช้ได้กับทุกคน ไม่ให้ผู้ใดปฏิเสธกฎหมายเท่านั้นแต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้กฎหมาย สำหรับครูควรต้องรู้มากกว่าคนทั่วไป เพราะครูควรใช้หลักกฎหมายในการให้คำปรึกษากับชุมชน สังคม ลูกศิษย์ รวมทั้งในบางเวลาต้องทำหน้าที่ตัดสินปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆ ด้วย

วิชาว่าด้วยความมั่นคง

การพยายามให้ครูเข้าใจเรื่องความมั่นคงโดยการให้ครูไปเข้ารับการฝึกอบรมด้านความมั่นคงนั้นยังดำเนินการไม่ทั่วถึง และมักจะถูกจำกัดไว้เฉพาะครูที่มีตำแหน่งบริหารเท่านั้น แต่ความจริงแล้วความมั่นคงนั้นอยู่ที่ความเข้าใจของครูผู้ที่ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับอนาคตของชาติอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นหลักสูตรในเรื่องของความมั่นคงที่เหมาะสมกับครูที่ปฏิบัติการอยู่นั้นต้องได้รับการสั่งสอนมาอย่างเป็นระบบตั้งแต่เป็นนักศึกษาในสาขาวิชาชีพครูจึงจะได้ผลดีกว่ามาทำการฝึกอบรมภายหลังเมื่อได้ตำแหน่งบริหารแล้ว ความมั่นคงในมิติของการทำหน้าที่ครูย่อมแตกต่างไปจากมิติของความมั่นคงในอาชีพ ทหาร ตำรวจ หรือ นักปกครอง ความมั่นคงในมิติของครูต้องมีการสั่งสมให้ตระหนักถึงภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการครอบงำทางความคิด วิชาการ หรือแม้แต่การได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาทางการศึกษา พัฒนาครู/อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาต่าง ๆ อีกด้วย
การปรับหลักสูตรวิชาชีพครู

วิชาชีพครูที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่มีรายวิชาดังกล่าวข้างต้น ถึงแม้รายวิชาเหล่านั้นอาจจะมีอยู่ในหมวดวิชาศึกษาทั่วไปซึ่งเป็นรายวิชาที่นักศึกษาระดับปริญญาตรีทุกคนต้องเรียน แต่รายวิชาในหมวดวิชาศึกษาทั่วไปนั้นไม่เหมือนกันในแต่ละสถาบันการศึกษา ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีรายวิชาเหล่านั้นให้กับผู้เรียนก็ได้ การนำเสนอรายวิชาที่ครูไม่ได้เรียนนี้เพื่อต้องการให้มีการปรับปรุงหลักสูตรและเพิ่มรายวิชาหรือเนื้อหาสาระเหล่านี้เข้าไปให้กับผู้เรียนในสาขาวิชาชีพครูทุกหลักสูตร ซึ่งจะทำให้ครูมีคุณลักษณะและคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความรู้เท่าทันกับสถานการณ์ของประเทศและระบบเศรษฐกิจของโลกอยู่ตลอดเวลาไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ฉวยโอกาส รู้เท่าทันคน เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีของลูกศิษย์รวมทั้งสามารถสร้างความมั่นคงให้กับประเทศได้อย่างถาวร

การเพิ่มรายวิชาดังกล่าวเข้าไปจากเดิมที่มีรายวิชาชีพครูอยู่จำนวนมากแล้วอาจกระทบถึงมาตรฐานวิชาชีพครูและไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ด้วยวิธีการปรับปรุงหลักสูตรแบบที่เป็นอยู่ แต่การเพิ่มรายวิชาดังกล่าวสามารถเพิ่มได้โดยเพิ่มเนื้อหาสาระของวิชาเหล่านั้นเข้าไปด้วยรูปแบบและกลวิธีต่าง ๆ ทั้งในรูปของชุดการเรียน บทเรียนสำเร็จรูป หรือสื่อการสอนร่วมสมัยอื่น ๆซึ่งนำเอาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อการศึกษาได้อีกด้วย
รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์

Tags : , , | add comments

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์

วันอังคาร ที่ 13 กรกฎาคม 2553

เด็กไทยสร้างชื่อบนเกาะฮ่องกงคว้า18 เหรียญ จากการแข่งขันคณิตศาสตร์โลกระดับประถม

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า จากการที่ สพฐ.ได้ส่งนักเรียนระดับประถมศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ระดับประถมศึกษา ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 ก.ค. ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง จำนวน 2 ทีมและทีมอิสระจากโรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐมอีก 1 ทีม รวม 12 คน ปรากฏว่านักเรียนทั้งหมดสามารถกวาดรางวัลได้รวมทั้งหมด 18 เหรียญ

 โดยแบ่งเป็นประเภททีม 4 เหรียญทอง ได้แก่ ทีมเอ ด.ญ.สุเจษฎา อุดมศรีรุ่งเรือง โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพฯ ด.ช.วฤทธิ สิงหะ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ด.ช.สิรภพ จิตรมีศิลป์ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)และด.ญ.ธัญพิชชา เกตุชัยมงคล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร นครปฐม ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ ทีมอิสระนครปฐม ประกอบด้วย ด.ช.ภัทร กิตติพงศ์พัฒน์ ด.ช.อรรณพ ตันตยานนท์ ด.ญ.นันทธนัช มะโดดและด.ช.ธีระ ชัยทวีโชค จากโรงเรียนอนุบาลสุธีธร

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับการแข่งขันประเภทบุคคลทำได้ 3 เหรียญเงิน ได้แก่ ด.ญ.สุเจษฎา อุดมศรีรุ่งเรือง โดรงเรียนราชวินิต กรุงเทพฯ ด.ช.วฤทธิ สิงหะ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ด.ช.ก้องเกียรติ ทิพย์รัตน์ โรงเรียนสาธิต มศว.ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)และเหรียญทองแดง 7 รางวัล ได้แก่ ด.ช.สิรภพ จิตรมีศิลป์ โรงเรียนสาธิต มศว.ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ด.ญ.ธัญพิชชา เกตุชัยมงคล โรงเรียนอนุบาลสุธีธร ด.ช.ณัฐพนธ์  ธรรมอาชีพ โรงเรียนราชวินิต ด.ช.ณฐนนท์ อัครภาพ โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ ด.ช.ภัทร กิตติพงศ์พัฒน์ ด.ช.อรรณพ ตันตยานนท์ และด.ญ.นันทธนัช มะโดด โรงเรียนอนุบาลสุธีธร

 “จะเห็นได้ว่าเด็กไทยมีความสามารถทางวิชาการเพิ่มมากขึ้นทุกปีในการแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ และในปลายเดือนนี้  ทาง สพฐ.จะส่งทีมนักเรียนไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาสตร์นานาชาติที่เกาหลีใต้ ไต้หวันและอินโดนีเซียต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว.

Tags : , , , , | add comments

จินตคณิตคืออะไร

จินตคณิตโดยลูกคิด คือการใช้ลูกคิดเป็นอุปกรณ์ในการเรียนรู้

เรียนจินตคณิตมีประโยชน์อย่างไร

ในการเรียนจินตคณิตนั้นจุดประสงค์หลักไม่ได้ให้เด็กนั้นสามารถคิดเลขได้เร็วและถูกต้อง แต่เป็นการเรียนโดยใช้ลูกคิดเป็นสื่อกลางในการบังคับใช้สมองทั้งสองซีก ซึ่งผลพลอยได้จากการเรียนคือ

  • การเข้าใจเรื่องจำนวนและตัวเลข เนื่องจากลูกคิดแต่ละแกนจะแทนค่าประจำหลักในแต่ละหลัก
  • การคิดเลขที่ถูกต้องและแม่นยำ ทั้งการบวก ลบ คูณ หาร และนอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กที่เพิ่งเริ่มท่องสูตรคูณสามารถท่องจำได้อย่างแม่นยำ  มีผลการวิจัยทางสมองหลาย ๆ งานพบว่าศักยภาพสมองของเด็กนั้นมีไม่จำกัด แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ปล่อยโอกาสของวัยนี้ โดยไม่ได้มีการส่งเสริมศักยภาพของวัยนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุให้พลาดโอกาสในวัยทองนี้ไป

ฟังก์ชั่นของสมอง

สมองของมนุษย์ประกอบด้วยกันอยู่ 2 ซึกนั่นคือ สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา เด็กประมาณ 95% จะใช้สมองซีกซ้ายเพียงซีกเดียว โดยขาดการใช้สมองซีกขวาซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของความฉลาด

หน้าที่ของสมองซีกซ้าย

  • การคิดวิเคราะห์ข้อมูล
  • ภาษา
  • การคำนวณ

หน้าที่ของสมองซีกขวา

  • การสังเคราะห์ข้อมูล
  • จินตนาการ
  • ความคิดสร้างสรรค์

สมองทั้งซีกซ้ายและขวานั้นจะมีการทำงานและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เป้าหมายของเราเพื่อกระตุ้นการใช้สมองทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การใช้สมองทั้งสองซีกของเด็กนั้นจึงเป็นศักยภาพที่แท้จริง แต่ ….    เราจะกระตุ้นการใช้สมองสองซีกพร้อม ๆ กันได้อย่างไร

การเรียนจินตคณิตโดยใช้ลูกคิดเป็นวิธีทางหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการใช้สมองสองซีกในเวลาเดียวกันได้ ในปัจจุบันการเรียนการสอนลูกคิดนั้นเราจะใช้ลูกคิดญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า “Soroban abacus” ซึ่งมีลูกคิดแถวบน 1 เม็ด และแถวล่าง 4 เม็ด การใช้ลูกคิดนี้สามารถปูพื้นความรู้เรื่องจำนวน การคำนวณให้แก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคำนวณด้วยวิธีการใช้ลูกคิดนั้นทำให้เด็กสามารถคำนวณตัวเลขได้ถึง 10 หลักและสามารถจินตนาการได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องคิดเลขด้วย

ในการใช้ลูกคิดของเด็กนั้น ในขณะที่เด็กใช้มือในการเคลื่อนเม็ดลูกคิดนั้นจะเกิดการประสานระหว่างมือกับการกระตุ้นเซลสมอง เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ของสมองทั้งหมด

นอกจากเรื่องการคำนวณแล้วการเรียนลูกคิดยังสามารถเพิ่มศักยภาพด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้อีกด้วย

  • ทำให้เด็กมีสมาธิ
  • เพิ่มศักยภาพของการจำ
  • ทำให้เด็กสามารถฟังและอ่านเร็วขึ้น

ในประเทศญี่ปุ่น นักการศึกษายังคงเชื่อมันกับการใช้ลูกคิดเพื่อช่วยเด็กพัฒนาการคิดเลขเร็ว ซึ่งมีส่วนช่วยให้

  • เด็กเข้าใจระบบตัวเลขฐาน 10 และค่าประจำหลัก
  • เข้าใจถึงหลักการยืม และการทดในการคิดคำนวณ

โรงเรียนในเอเชียหลาย ๆ โรงยังนิยมนำลูกคิดเข้าร่วมในหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถม 4 ซึ่งพบว่าเด็กทิ่เริ่มการเรียนการสอนด้วยลูกคิดก่อนการเรียนแบบเก่าจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความสับสนกับการคิดเลขแบบปกติ แต่หากเด็กที่เริ่มการเรียนแบบปกติก่อน อาจต้องใช้เวลามากกว่าปกติเพื่อความเข้าใจในการใช้ลูกคิด

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ:

  1. ลูกคิดคืออะไร?
  2. การใช้ลูกคิดแตกต่างอย่างไรกับการใช้เครื่องคิดเลข?
  3. การเรียนลูกคิดมีข้อดีอย่างไร?
  4. อายุเท่าใดจึงเป็นอายุที่ดีที่สุดที่เริ่มเรียน?
  5. ลูกคิดมีกระบวนการคิดที่แตกต่างอย่างไรกับการคิดคำนวณที่สอนในโรงเรียนโดยทั่วไป?
  6. วิธีการใช้ลูกคิดทำให้เด็กสับสนกับการคิดคำนวณที่โรงเรียนหรือไม่ ?

ลูกคิดคืออะไร

ลูกคิดคืออุปกรณ์ที่คิดโดยประเทศจีนเมื่อ 2000 ปีที่แล้วเพื่อการคิดคำนวณ

การใช้ลูกคิดแตกต่างอย่างไรกับการใช้เครื่องคิดเลข?
การใช้เครื่องคิดเลขนั้นเด็ก ๆ เพียงใส่ข้อมูลลงในเครื่องแล้วให้เครื่องคำนวณออกมา แต่การใช้ลูกคิดนั้นเด็กจะต้องแปลงตัวเลขเพื่อดีดลงบนลูกคิดจนได้คำตอบออกมา หลังจากการดีดลูกคิดจนเกิดความชำนาญ เด็ก ๆ จะถูกฝึกให้จินตนาการในสมองซีกขวาได้อย่างแม่นยำ

การเรียนจินตคณิตด้วยการใช้ลูกคิดมีข้อได้เปรียบอย่างไร
ในประเทศญี่ปุ่นนักการศึกษายังสนับสนุนให้มีการเรียนการสอนลูกคิดในโรงเรียนเพื่อช่วยพัฒนาสมองส่วนของการคิดเลขเร็วหรือการจินตนาการ ซึ่งทำให้เด็กสามารถเข้าใจในระบบตัวเลข โดยเฉพาะในระบบตัวเลขฐาน 10 ซึ่งรวมถึงการเข้าใจในการยืมและการทด ความเข้าใจในคู่ 5 และคู่ 10

การเรียนจินตคณิตมีประโยชน์อย่างไรต่อเด็ก
การเรียนการคิดคำนวณด้วยลูกคิดนั้นจะช่วย…

  • ทำให้เด็กมีความมั่นใจในเรื่องการทำคณิตศาสตร์มากขึ้น
  • พัฒนาความสามารถในการคิดคณิตคิดเร็ว
  • ฝึกให้มีการคิดโดยอัตโนมัติ
  • เพิ่มการจินตนาการ
  • เพิ่มความสามารถในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์
  • เพิ่ม/ฝึก สมาธิ

ช่วงวัยใดที่เหมาะในการเริ่มเรียนจินตคณิต
ไม่มีงานวิจัยใดสนับสนุนหรือระบุช่วงวัยที่แน่นอนในการเรียน แต่โดยส่วนใหญ่เด็กจะเรี่มเรียนในวัยอนุบาลจนถึงชั้นประถมปีที่ 4

การเรียนลูกคิดต่างจากการคำนวณแบบปกติอย่างไร
การคิดคำนวณโดยการใช้ลูกคิดนั้นจะมีการตีค่าของตัวเลขออกมาเป็นเม็ดลูกคิด ซึ่งต่างจากการคำนวณแบบปกติที่มีการคำนวณเป็นค่าตัวเลขที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นผลให้สามารถสร้างภาพขึ้นได้บนสมองซีกขวา และยังเป็นผลต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดการคำนวณที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ

การเรียนลูกคิดก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือสับสนกับการเรียนในแบบปกติที่โรงเรียนหรือไม่?
โดยปกติเด็กที่เริ่มการเรียนลูกคิดก่อนที่จะคิดคำนวณคล่องนั้น มักไม่พบปัญหาและยังทำให้เด็กนั้นสามารถคำนวณได้ทั้ง 2 ระบบ แต่ในเด็กที่เริ่มเรียนหลังจากที่มีการคิดคำนวณจนคล่องแล้วนั้นมักต้องใช้เวลาในการเรียนที่ยากลำบากในช่วงแรก เนื่องจากการใช้ลูกคิดในช่วงแรกจะทำให้เด็กมีความรู้สึกยุ่งยากกว่าการคิดคำนวณแบบปกติ แต่หลังจากการใช้ลูกคิดจนคล่องก็จะสามารถสร้างจินตนาการขึ้นที่สมองซีกขวาได้เหมือนกัน

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

จากคมชัดลึกออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คมชัดลึก :การเรียนในห้องเรียนเป็นการเรียนทฤษฎีส่วนการเรียนนอกห้องเรียน คือ การเรียนปฎิบัติ หากต้องการให้นักเรียนได้เข้าใจถึงองค์ความรู้จริงๆ ครูต้องบูรณาการเนื้อหาสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เข้ากับวิถีชีวิต ธรรมชาติของนักเรียน และสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนเทศบาลบ้านตะเกียบ (ไกรลาศวิทยาทาน) เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลในการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน จึงจัดโครงการอนุรักษ์ป่าชายเลน บูรณาการการเรียนการสอน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เข้ากับป่าชายเลน

จุดริเริ่มการเรียนรู้ผืนป่าชายเลน ห้องเรียนธรรมชาติของครูบุญทวีบุญให้ ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษหัวหน้าโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงบูรณาการร่วมสาระการเรียนรู้ ศึกษาแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (สวนป่าชายเลนสิรินาถราชินี) ร.ร.เทศบาลบ้านตะเกียบ(ไกรลาศวิทยาทาน) เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำกิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ามาผสมผสานเพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชนใกล้กับผืนป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าชายเลน ตั้งแต่ปี 2551 แต่ละครั้งก็จะประชุมครูทุกคนเพื่อทำความเข้าใจ ให้ครูทุกคนได้รูปแบบการสอน เนื้อหาตามหลักสูตรให้สอดคล้องกับวิถีป่าชายเลน ห้องเรียนธรรมชาติ แหล่งสะสมความรู้ของเด็ก

ทุกวิชานำกิจกรรมนันทนาการเช่น บทเพลง นิทาน  ละครหุ่นมือ นำเรื่องราวของป่าชายเลนและหลักสูตรมาจัดรูปแบบการสอนให้เป็นเรื่องเดียวกัน เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ครูบุญทวีจะแต่งเพลงภาษาอังกฤษที่นำเรื่องราวของป่าชายเลนเข้ามาผสมผสานกับการวางประโยคไวยากรณ์ คำศัพท์ เพื่อให้นักเรียนจำง่าย นำไปสื่อสารได้ และตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนหาคำตอบ หรือวิชาสิ่งแวดล้อม

 ก่อนลงพื้นที่สอนเรื่องการอนุรักษ์ ปลูกป่าโกงกาง เรียนรู้เรื่องราวของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน เมื่อลงพื้นที่ นักเรียนได้สัมผัสของจริงทำให้จดจำได้ง่าย ส่วนคณิตศาสตร์ก็นำการคิดเลข โดยให้นักเรียนคำนวณจำนวนต้นไม้ที่มีอยู่ หากตัดไปจะเหลือเท่าไหร่ ทำให้นักเรียนเห็นถึงความสูญเสียเมื่อตัดต้นไม้ เป็นต้น

ครูบุญทวีอธิบายว่าการเรียนวิชาการเป็นเรื่องที่ดี ทำให้นักเรียนรู้ทฤษฎี การได้สัมผัสห้องเรียนธรรมชาติจริงๆ ช่วยเติมเต็มความรู้ของนักเรียนให้มากขึ้น และการใช้ป่าชายเลนเป็นห้องเรียนเด็กได้ความรู้ ได้รู้จักการทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่น การแบ่งปัน ช่วยเหลือ ก่อให้เกิดความสามัคคี และการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกกิจกรรมนักเรียนต้องร่วมมือร่วมใจกันหาคำตอบตามโจทย์ที่ครูตั้งไว้

รูปแบบป่าชายเลนห้องเรียนธรรมชาติ ช่วยแต่งแต้มความคิด จินตนาการแก่เด็กๆ รู้จักดูแล หวงแหนสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ ชุมชนของพวกเขา ดังนั้น การที่โรงเรียนปลูกฝังให้นักเรียนได้รู้จักรักษาป่าชายเลนจะนำไปสู่การเผยแพร่ บอกเล่าต่อถึงพ่อแม่ให้รู้จักรักพื้นที่ป่าชายเลน และช่วยกันดูแลมากขึ้น เพราะป่าชายเลนเป็นป่าที่มีความสำคัญ เป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชน และสัตว์น้ำ ให้นักเรียนมีทักษะมีความรู้ ความเข้าใจการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ผู้เรียนมีทักษะการคิดได้อย่างหลากหลาย นำองค์ความรู้จากสาระต่างๆ มาบูรณาการการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ครูบุญทวีบอกว่า ทุกโรงเรียนสามารถนำหลักสูตรมาประยุกต์สร้างรูปแบบการเรียนการสอนแก่นักเรียน ทำให้เกิดการเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติอย่างครบถ้วน ทำให้นักเรียนเกิดเครือข่ายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผืนป่าของประเทศไทย เสริมสร้างความคิด จินตนาการ และสอดแทรกคุณธรรม ความประพฤติที่เด็กควรจะมีได้ เพียงนำกิจกรรม ธรรมชาติที่มีอยู่สร้างองค์ความรู้แบบใหม่ ที่มีทั้งความสนุก และความรู้ควบคู่กันไป

ด้าน”น้องภูมิ” ด.ช.ยุทธภูมิ กุลจันทร์ นักเรียนชั้นป.6 อายุ12 ปีเล่าว่า เขารู้สึกสนุก มีความสุข ชอบวิธีการเรียนการสอนโดยบูรณาการแต่ละวิชาเข้ากับการเรียนรู้ป่าชายเลน เพราะทำให้ได้สัมผัส ได้ปลูกป่าชายเลน ได้พบเพื่อนใหม่ๆต่างโรงเรียน และทำให้จำเนื้อหาสาระได้ดียิ่งขึ้น ได้มีกิจกรรมทำร่วมกับพ่อแม่อีกด้วย อยากให้ทางโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมแบบนี้ตลอดไป

จากห้องเรียนสี่เหลี่ยมสู่ห้องเรียนธรรมชาติผสมผสานกับความรู้ที่คุณครูทั้ง 8 กลุ่มสาระทำให้เด็กๆอยากศึกษาหาความรู้ แบบไม่มีลิมิต ครู ชุมชนช่วยกันดูแลรักษา ป่าชายเลน ห้องเรียนธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป สนใจติดต่อรูปแบบโครงการห้องเรียนธรรมชาติ ครูบุญทวี  โทร.08-6111-4569

Tags : , , , , , | add comments