Oct 18
หลังจากมีการเชื่อมโยงเครือข่ายประเทศอาเซียน หรือการเปิด AEC ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 หลายๆ หน่วยงาน โดยเฉพาะสถาบันทางการศึกษากระตุ้นให้มีการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น
ตอนนี้เรามาพิจารณาการเปิด AEC ว่ามีจุดประสงค์เพื่ออะไรก่อน การรวมกลุ่มประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ AEC นั้น เพื่อให้มีอำนาจในการต่อรองกับกลุ่มอื่นๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งกลุ่มอาเซียนจะมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน สามารถที่จะเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือได้อย่างเสรี
โดยที่ประเด็นในเรื่องของทั้งการเคลื่อนย้ายการลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างอิสระนั่นเอง ที่ส่งผลให้สถาบันการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษา เน้นให้มีการเรียนการสอนในหลักสูตรภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่บางครั้งการส่งเสริมถูกเน้นไปด้านเดียวจนลืมภาษาไทยซึ่งนอกจากจะเป็นภาษาแรกที่เราใช้ในการสื่อสารแล้ว การเรียนการสอนวิชาพื้นฐานในโรงเรียนภาษาไทยก็ยังเป็นภาษาที่เป็นสื่อกลางการเรียนในทุกวิชา ดังนั้นในเด็กปฐมวัย เรายังต้องให้ความสำคัญกับภาษาไทยไม่ให้น้อยกว่าภาษาที่สอง หากเด็กๆ ไม่สามารถที่จะอ่านออก เขียนได้ (ภาษาไทย) ก็จะส่งผลให้กับการเรียนในทุกๆ วิชาของเขามีปัญหาแน่นอน ดังนั้น การส่งเสริมให้บุตรหลานมีการเรียนภาษาที่สอง แต่เราต้องไม่ลืมภาษาของเราเอง
ครูจา
Oct 11
หลังจากปิดภาคเรียนกันมาซักระยะหนึ่งแล้ว เราจะพักเรื่องการเรียนไว้ซักระยะหนึ่ง แต่คราวนี้เราจะกล่าวถึงพฤติกรรมของเด็กในช่วงปิดเทอม หลายๆครอบครัวในช่วงปิดภาคเรียนเลือกที่จะให้เด็กๆหยุดอยู่กับบ้านเพื่อเป็นการพักผ่อน พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆ คนปล่อยเด็กให้อยู่กับเกมส์ โดยไม่ได้สอดส่องว่าเด็กเล่นเกมส์ประเภทไหน ปล่อยให้เด็กอิสระอยู่กับเกมส์เป็นเวลานาน ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกมส์การแต่งตัว แต่งหน้าตุ๊กตา แต่สำหรับเด็กผู้ชายเกมส์ที่เด็กๆ นิยมเล่นก็ไม่พ้นเกมส์การต่อสู้ ซึ่งการจะเอาชนะในเกมส์มักใช้ความรุนแรง เด็กๆ จะถูกหล่อหลอมโดยไม่รู้ตัวว่าการใช้กำลังเป็นสิ่งที่ทำให้ได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการ จนทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เมื่อเข้าสังคมในโรงเรียนก็จะใช้ความรุนแรงกับเพื่อนๆ จนไม่มีใครต้องการจะเล่นด้วย ในที่สุดก็ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เมื่อเค้ารู้สึกโดดเดี่ยว ยิ่งส่งผลให้มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจโดยใช้ความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นเราจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว โดยจำกัดเวลา และเลือกประเภทของเกมส์ให้กับบุตรหลานเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงหรือพฤติกรรมก้าวร้าว
ครูจา
Sep 13
เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงของฤดูการสอบปลายภาคอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านพ้นการประกาศผลการเรียนกลางภาคที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันระหว่างผู้ปกครอง 2 กลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างกัน คือ กลุ่มแรกสอนให้บุตรหลานเดาข้อสอบเพื่ออย่างน้อยให้ได้คะแนนมาบ้าง แต่อีกกลุ่มสอนให้บุตรหลานเว้นข้อที่ทำไม่ได้ หรือส่งกระดาษเปล่า เพื่อเป็นการแจ้งให้ทั้งครูและพ่อแม่ผู้ปกครองได้ทราบว่าตนเองเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วคุณผู้ปกครองทั้งหลายคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ
ครูจา
Sep 07
จากประสบการณ์ในการสอน พบว่าเด็กๆในปัจจุบันมีแนวโน้ม อ่านออกเขียนได้ช้าลง ซึ่งมักส่งผลกับการเรียนในทุกวิชาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากปัจจัยหลายๆด้าน
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากตัวเด็กเองที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ (ซึ่งพบไม่บ่อยนักที่เกิดจากตัวเด็กเอง) หรือการเข้าเรียนก่อนวัยอันควรซึ่งส่งผลให้พัฒนาการช้ากว่ากลุ่มเพื่อนจนเกิดเป็นความไม่มั่นใจ เก็บตัว แต่ปัจจัยหลักที่พบเห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบันนั้นมักเกิดเนื่องมาจากเทคโนโลยี เราจะสังเกตเห็นว่าเครื่องมือทางเทคโนโลยีมีบทบทมาก ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน บริเวณไหน เราจะพบเห็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่มี tablet หรือโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา ซึ่งดูกลายเป็นเรื่องปกติ
ผู้ที่จะลดบทบาทของเทคโนโลยีได้ก็มีแต่พ่อแม่ผู้ปกครองเท่านั้น เปรียบเหมือนกับ ครูกับเทคโนโลยีอยู่กันคนละฝั่ง โดยมีเด็กอยู่ตรงกลาง แค่ลำพังเทคโนโลยี ครูก็ต้องใช้พลังพอสมควรเพื่อที่จะได้เสมอกับเทคโนโลยี คราวนี้ก็ขึ้นอยู่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่จะเลือกฝั่งให้กับเด็กว่าจะช่วยฉุดให้เด็กไปด้านไหน หากพ่อแม่ผู้ปกครองเลือกที่จะส่ง tablet ให้กับบุตรหลาน ก็ไม่มีทางที่ฝั่งของครูจะชนะได้ แต่หากพ่อแม่ผู้ปกครองเทแรงมาที่ฝั่งครูโดยให้เด็กรู้จักหน้าที่ มีระเบียบวินัย ดูแลเอาใจใส่ด้านการเรียนของบุตรหลาน เพียงเท่านี้พ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ต้องนั่งกลุ้มใจภายหลัง ว่าจะแก้ปัญหาด้านการเรียนของบุตรหลานอย่างไร
ครูจา
Aug 23
ควันหลงหลังจากประกาศผลการสอบกลางภาค ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสียต่อเด็กในแต่ละกลุ่ม
เรามาพิจารณาถึงผลดีก่อน เด็กในกลุ่มที่ส่งสัญญานการต้องการความช่วยเหลือ ผู้ปกครองในกลุ่มนี้ควรจะไม่ควรจะละเลยสัญญานที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือโดยการกำจัดสิ่งที่ยังติดค้าง หรือความไม่เข้าใจให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เขาได้ก้าวเดินต่อไปในระดับที่ยากขึ้น อย่าปล่อยให้เด็กเก็บสะสมความความไม่เข้าใจมากขึ้นจนไม่สามารถแก้ไขได้
ส่วนกลุ่มที่ส่งผลเสีย ก็ได้แก่ กลุ่มที่มักนำผลการเรียนของบุตรหลานไปเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมชั้น การเปรียบเทียบกันในชั้นเรียนไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การเปรียบเทียบในกลุ่มดังกล่าวมักต้องการให้บุตรหลานของตนเองไม่เพียงแต่อยู่ในระดับต้นๆ เท่านั้น แต่ต้องการให้บุตรหลานเป็นที่หนึ่งตลอดเวลา ซึ่งในการสอบแต่ละครั้ง ไม่เพียงแต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว ยังรวมถึงความพร้อมในเรื่องของสมาธิในวันนั้น ๆ ด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในเด็กกลุ่มนี้คือ การถูกส่งไปเรียนในสถาบันต่างๆ อย่างหนัก เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่หนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการ แต่เมื่อใดที่ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เด็กๆ ก็จะต้องถูกเปลี่ยนที่เรียนหรือเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเหล่านั้นขาดความสดใส ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เนื่องจากถูกป้อนความรู้จนเคยชิน จนกลายเป็นการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่มีความพยายามทำสิ่งต่างๆ ไม่กล้าลองผิดลองถูกในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้คือ การต่อต้านการเรียนอย่างเงียบๆ มีหน้าที่ไปเรียน แต่ไม่ได้ตั้งใจ หรือมีสมาธิอยู่กับการเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนใดๆ
ดังนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เราผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองควรเปลี่ยนทรรศนคติที่ต้องการให้บุตรหลานเป็นที่หนึ่ง มาร่วมกันปลูกฝังให้เขาได้ตระหนักและรู้จักทำหน้าที่ในเรื่องการเรียนให้ดีที่สุด น่าจะทำให้เขามีความทรงจำที่มีความสุขในช่วงวัยเรียนของเขาตลอดไป
ครูจา
Aug 09
หลังจากเปิดเรียนไปจนมาถึงช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผ่านการสอบกลางภาคแล้วของหลายๆ โรงเรียน มีการประกาศผลการสอบแล้ว การประกาศผลการสอบมีผล 2 แง่ ถ้าในแง่ดีก็คือเป็นการแจ้งให้ผู้ปกครองได้รับทราบและปรับปรุงแก้ไขปัญหาของบุตรหลานที่ไม่เข้าใจเนื้อหา แต่ในทางตรงกันข้ามหากพ่อแม่ผู้ปกครอง พยายามให้บุตรหลานของตนแข่งขันกับเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งหากเป็นการกระตุ้นให้เด็กเกิดความท้าทายและหาวิธีการเรียนรู้ต่างๆ ให้มากขึ้น แต่การแข่งขันที่เกิดขึ้นมักไม่เป็นเช่นนั้น การแข่งขันดังกล่าวมักส่งผลกระทบทำให้เด็กต้องถูกขับเคี่ยวให้อ่านหนังสือ หรือเรียนพิเศษเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เกิดความเครียด บางกรณีเด็กจะไม่กล้าพูดความจริงในเรื่องของการเรียน กรณีที่แย่ที่สุดคือการต่อต้านการเรียนในทุกๆวิชาได้
หากเป็นเช่นนั้นการแข่งขันกันในชั้นเรียนมักส่งผลในด้านลบกับเด็กมากที่สุด ดังนั้นหากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องการให้บุตรหลานเกิดความเครียดจนต่อต้านการเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปลี่ยนทรรศนคติที่จะนำบุตรหลานไปเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับเด็กในวัยเดียวกัน เป็นการพัฒนาตนเองน่าจะดีกว่า
ครูจา
Jul 26
ในปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ๆ หลายๆคนจะสังเกตเห็นแนวโน้มพฤติกรรมของเด็กในยุคนี้ว่า เด็กส่วนใหญ่จะต้องการการดูแลเอาใจใส่มากกว่าปกติ ต้องให้มีผู้ดูแลคอยจี้ หรือกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่สามารถมีสมาธิกับสิ่งที่ตนเองทำได้นานนัก ซึ่งเราสามารถแยกเด็กออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เด็กบางกลุ่มจะไม่สามารถนั่งนิ่งได้นานๆ กับอีกประเภทคือเด็กที่นั่งอยู่นิ่งนานจนผิดปกติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเขามีสมาธิอยู่กับงานที่ทำ แต่เป็นอาการลอย ไม่มีสมาธิกับอะไรเลย เด็กทั้งสองกลุ่มดังกล่าวหากต้องทำงานที่ต้องใช้สมาธิ จะต้องมีคนคอยช่วยจี้ เพื่อกระตุ้นสมาธิให้อยู่กับงานที่ทำตลอดเวลา
เราลองมาย้อนดูสาเหตุของการต้องการการประกบดูแล หรือต้องคอยจี้อยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่สาเหตุหลักเกิดจากในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่ควรพาออกไปสู่การกระตุ้นให้ได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ร่วมกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ให้มีความแข็งแรง แต่ในปัจจุบันเหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เด็กๆ มักถูกละเลย โดยการให้ทีวี เกมส์ หรือแท็บเล็ต เป็นผู้ช่วย หรือพี่เลี้ยง แทนที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็เหลือเพียง ตา กับ นิ้วเล็กๆ เพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้การฝึกทักษะการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสอีก 4 ด้านก็ไม่พัฒนา อีกทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็ไม่แข็งแรง นอกจากนี้แล้ว เด็กๆ มักใจจดใจจ่อกับเกมส์ จนกลายเป็นเด็กที่ขาดสมาธิ ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า ได้ง่าย เป็นเหตุให้การเรียนในโรงเรียนที่กลุ่มใหญ่ขึ้นเมื่อโตขึ้น โดยที่ครูผู้สอนเริ่มประกบ หรือจี้น้อยลง จะทำให้ผลการเรียนไม่ค่อยดีนัก
ด้วยสาเหตุดังกล่าว การเลี้ยงดูบุตรหลานควรจะต้องมีกรอบ เช่นการมีกติกาในเรื่องของเวลา เพื่อไม่ให้เด็กๆ หลุดไปอยู่ในโลกจินตนาการที่ดึงเขาเหล่านั้นออกมายาก จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะแก้ในที่สุด
ครูจา
Jun 14
หลังจากโรงเรียนเปิดเทอมมาได้ประมาณ 1 เดือน เด็กๆ เริ่มจะสามารถปรับตัวให้เข้าที่เข้าทางกับการเรียนในปีการศึกษาใหม่ ทั้งเนื้อหาที่ลึกขึ้น เนื่องจากเด็กหลายๆ คนใช้ช่วงเวลาปิดเทอมในการทบทวนเนื้อหาเก่า และเรียนเสริมกับเนื้อหาใหม่ที่จ้ะต้องเจอ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่จะต้องใช้เวลาในการฝึกทักษะ และเรียนรู้เนื้อหาใหม่เพื่อให้เข้าใจ ก็จะใช้เวลาในการปรับตัวไม่นานนัก แต่สำรหับน้องๆ ที่ในช่วงปิดเทอมไม่ได้ทบทวน หรือฝึกทักษะเพิ่มเติม คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องให้เวลาในการรื้อฟื้นความทรงจำกันนิดหน่อย แต่ในบางกรณีเด็กมุ่งเรียน และฝึกทักษะในช่วงปิดเทอมจนมีทักษะที่ดีขึ้น แล้วไม่มีการฝึกแบบฝึกหัดอย่างต่อเนื่องในช่วงเปิดเทอม หรือถูกปล่อยปละละเลย อาจทำให้หลงลืมและอาจทำให้เสียประโยชน์ในช่วงของการเรียนในช่วงปิดเทอมก็เป็นไปได้
การเรียนคณิตศาสตร์ เปรียบเหมือนการเล่นกีฬาของนักกีฬา ซึ่งมีอยู่ 2 ระยะ คือ ระยะของการเริ่มเป็นนักกีฬาใหม่ การฝึกซ้อม จุดประสงค์เพื่อสั่งสมประสบการณ์ และฝึกเทคนิค ส่งนอีกระยะก็คือ การเป็นนักกีฬาเมืออาชีพ การฝึกซ้อมก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องฝึก จุดประสงค์เพื่อฟิตร่างกายให้คล่องตัว และพร้อมใช้เทคนิคที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ให้นำออกมาใช้ได้ตลอดเวลา คณิตศาสตร์ก็แบ่งเป็น 2 ช่วงเช่นกัน นั่นคือช่วงของการขึ้นบทเรียนใหม่ ต้องมีการฝึกใช้ทักษะให้เกิดความชำนาญ ส่วนในระยะที่ 2 เป็นระยะที่มีการวนกลับมาเรียนซ้ำ เพื่อให้เด็กได้เกิดการประยุกต์ใช้พื้นฐานความรู้ที่เรียนมา ซึ่งหมายความว่าการเรียนคณิตศาสตร์จะประสบความสำเร็จได้นอกจากจะอาศัยความเข้าใจแล้ว ยังต้องมีการประยุกต์ใช้ประสบการณ์นั่นเอง
ครูจา
May 03
ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดแนวโน้มของเด็กก็เปลี่ยนไป นั่นคือในปัจจุบันเราจะพบว่าเด็กมีแนวโน้มเป็นเด็กพิเศษกันมากขึ้น ครั้งนี้จะขอกล่าวถึงกรณีที่พ่อแม่ผู้ปกครองสงสัยว่าบุตรหลานเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือไม่
เนื่องจากแนวโน้มของเด็กในปัจจุบันที่มีมากขึ้นที่เกิดภาวะสมาธิสั้นนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆคน ก็มีความกังวลว่าบุตรหลานของตนเองจะเข้าข่ายสมาธิสั้น จึงมีการปรึกษา หากไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร เนื่องจากแพทย์จะสามารถแนะนำวิธีการปรับพฤติกรรมการเลี้ยงดูของพ่อแม่ร่วมกับการใช้ยา พร้อมกับการติดตามผล เป็นระยะ และมีการปรับขนาดของยาตามอาการ แต่ในหลายๆ รายไม่ปรึกษาแพทย์แต่ซื้อยามาให้บุตรหลานรับประทานเอง เพื่อหวังว่ายาจะสามารถปรับสมาธิของบุตรหลานของตน โดยไม่ผ่านการวินิจฉัยของแพทย์ เนื่องจากแพทย์จะใช้ยาในเฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น การให้ยาดังกล่าวกับเด็กนั้น ไม่ว่าจะเป็นยาประเภทใด จะต้องวินิจฉัยจากน้ำหนักตัว และความรุนแรงของอาการเป็นสำคัญ และยาประเภทดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาท ซึ่งผลที่ได้คือเด็กนิ่งขึ้น เนื่องจากยาไปกดระบบประสาท ดังนั้นในการใช้ยาในเด็กควรได้รับการเห็นชอบหรือสั่งจ่ายจากแพทย์จะปลอดภัยกว่า ซึ่งในบางราย เด็กอาจ เป็นเด็กที่ซนตามธรรมชาติ แต่เพียงเพื่อต้องการให้เด็กมีสมาธิ หรือนิ่งในการเรียนในห้องเรียน จึงใช้ยาเป็นตัวช่วย สิ่งที่ตามมาจะไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไป
ครูจา
Apr 19
เป็นเรื่องที่ดีที่ ผู้ปกครองคอยดูแลเอาใจใส่ในเรื่องเรียนของบุตรหลาน บ่อยครั้งที่หากิจกรรมการเรียนเสริมให้กับบุตรหลานเพื่อเป็นการเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ปีการศึกษาที่สูงขึ้น การส่งเสริมเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่มีความสำคัญคือ ช่วงเวลานั่น หมายถึงวัย และพื้นฐานความรู้ที่เหมาะสมในการส่งเสริมการเรียนในแต่ละช่วงอายุของบุตรหลาน เช่นการเรียนคณิตศาสตร์ ในวัยอนุบาลควรส่งเสริมให้มีทักษะด้านจำนวน (เช่นมากกว่า น้อยกว่า การปฏิบัติการทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น) การเรียนการสอนในโรงเรียนของเด็กในวัยดังกล่าว จะเน้นเรื่องจำนวนเป็นหลัก ซึ่งหากพ่อแม่ผู้ปกครองส่งบุตรหลานเรียนการคิดวิเคราะห์หรือการแก้ไขโจทย์ปัญหา ซึ่งต้องใช้ทั้งทักษะด้านการอ่านและการคิดวิเคราะห์ว่าจะต้องใช้ปฏิบัติการทางคณิตศาสตร์แบบใด การเรียนในวัยดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการเรียนที่ไม่เหมาะสมกับช่วงเวลา เนื่องจากการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์โจทย์ หากการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้จากการอ่านของผู้สอน เมื่อถึงเวลาที่เขาจำเป็นจะต้องแก้โจทย์ปัญหาด้วยตนเอง เขาจะไม่สามารถอ่านจับใจความ ที่ถูกต้อง ส่งผลให้การวิเคราะห์ก็ไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น
แต่ในหลายๆ ครอบครัวที่เด็กโตจนถึงประถมปลาย เมื่อเด็กมีปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ มักจะกลับมาเน้นการเรียนคณิตศาสตร์แบบการแก้ไขเรื่องจำนวน ส่วนใหญ่มักหันกลับมาหาการเรียนจินตคณิต ซึ่งเราเคยมีการนำเสนอบทความเก่าๆ ไปแล้วว่า การเรียนจินตคณิตในช่วงของเด็กประถมปลายนั้น การเรียนจะตามหลังการเรียนในโรงเรียน ทำให้เด็กอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายกับการคำนวณตัวเลขแบบง่าย และเลิกไปในที่สุด การเรียนคณิตศาสตร์ของเด็กประถมปลาย จะเป็นการเรียนที่เน้นการแก้ไขปัญหาโจทย์เป็นสำคัญ
เด็กวัยอนุบาลจนถึงประถมต้น ควรมีการส่งเสริมการเรียนคณิตศาสตร์โดยการแก้ไขเรื่องจำนวนควบคู่กับการเรียนภาษาไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนทุกๆ วิชา ส่วนนักเรียนประถมปลาย ควรมีการส่งเสริมการเรียนคณิตศาสตร์ในแนวของการแก้ไขโจทย์ปัญหาเป็นหลัก
ดังนั้นหากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องการส่งเสริมการเรียนของบุตรหลาน ควรจะมีการดูเนื้อหาการเรียน และวัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ
ครูจา