คอร์สปิดเทอม 2555
Posted by malinee on Friday Feb 24, 2012 Under กิจกรรมคอร์สปิดเทอม 2555
เปิดตั้งแต่ช่วง
19 มี.ค. – 4 พ.ค. 2555
สามารถติดต่อ
สอบถามรายละเอียด ได้ที่สถาบันคิดสแควร์ ค่ะ
คอร์สปิดเทอม 2555
เปิดตั้งแต่ช่วง
19 มี.ค. – 4 พ.ค. 2555
สามารถติดต่อ
สอบถามรายละเอียด ได้ที่สถาบันคิดสแควร์ ค่ะ
ขอแสดงความยินดีกับครูและเด็ก ๆ ทุกคน ที่ได้รับรางวัล การแข่งขันคณิตคิดเร็วและภาษาอังกฤษชิงแชมป็ประเทศไทยครั้งที่ 12 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2554 ณ ม.เอเชียอาคเนย์ ส่วนเด็กที่ไม่ได้รับรางวัล เราก็ยังได้ประสบการณ์ในการแข่งขัน ได้เรียนรู้ถึงการรู้จักแพ้ชนะ และได้แสดงออกถึงความสามารถที่แต่ละคนได้ฝึกฝนมา เป็นอย่างดี ขอให้เด็ก ๆ มีความมานะ พยายาม ในการฝึกฝนต่อไปนะจ๊ะ
จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม 2554
“คำศัพท์” ถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่การส่งเสริมทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน “ภาษาอังกฤษ” ยิ่งวัยเรียนมีคลังคำศัพท์ในความจำมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถหยิบจับมาใช้ได้สะดวกเท่านั้น แต่อุปสรรคส่วนใหญ่ที่หลายคนมักประสบจนพาลขี้เกียจเรียนรู้ไปเลย นั่นคือ “นึกศัพท์ไม่ออก” หรือ “แปลศัพท์ไม่ได้” ซึ่งแท้จริงแล้วปัญหาดังกล่าวแก้ได้ไม่ยาก เพียงฝึกฝนสม่ำเสมอด้วยเทคนิคต่อไปนี้
เรียนคำศัพท์จาก “ชีวิตประจำวัน” อาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย
เรียนคำศัพท์จาก “พจนานุกรม” โดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดียว
เรียนคำศัพท์จาก “กระดาษโน้ต” ด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย
เรียนคำศัพท์จาก “การจัดหมวดหมู่” โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป
หลักการจำคำศัพท์ที่สำคัญอีกประการ คงต้องอยู่ที่ความขยัน และหมั่นทบทวน เพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้อย่างเห็นผลนั่นเอง.
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552
หมอสมองชี้ เด็กประถมอ่อนภาษาไทย มีผลต่อการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แนะเก่งภาษา ต้องให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริงไปหาตัวอักษร ด้านการอ่านนิทานให้ลูกฟัง ภาษาที่อยู่ในนิทานจะถูกบันทึกลงในสมอง ทำให้เด็กมีพื้นภาษาที่ดี อย่างไรเสีย ทุกครั้ง ก่อนจะให้เด็กเรียนรู้ พ่อแม่ครู ต้องเปิดสมองให้เด็กมีความสุขด้วยกิจกรรมต่างๆ แล้วเด็กจะรับ และเข้าใจภาษาได้มากขึ้น
ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ บุญเกิด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประสาทวิทยา เปิดเผยว่า การเรียนภาษา เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปสู่ความเข้าใจในวิชาอื่น เช่น ถ้าภาษาไทยไม่แน่น เด็กจะอ่านหนังสือไม่ออก หรือตีความหมายไม่เข้าใจ โดยเฉพาะตัวโจทย์ที่ต้องคิดออกมาเป็นตัวเลข ส่งผลให้การเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์เป็นไปได้ยากโดยเฉพาะเด็กประถมที่จะต้องเริ่มแก้โจทย์ออกเป็นตัวเลข
สอดรับกับข้อมูลของสถาบันทดสอบทางการศึกษา ที่ทำการประเมินผลรายวิชาต่างๆ ของเด็กใน 30,000 โรงในระดับประถมทั่วประเทศพบว่า วิชาภาษาไทยเด็กสอบแย่ที่สุด ส่วนคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียง ซึ่งผลที่แสดงออกมานี้ ย่อมส่งผลต่อตัวเด็ก และประเทศไทยในวันข้างหน้า โดยเฉพาะการแข่งขันทางเศรษฐกิจจากนานาประเทศที่รุกคืบเข้ามาทุกที
“ภาษาเป็นหน้าต่าง และบานข้อมูลที่จะต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ในรายวิชาอื่นๆ เพราะสมองจะทำงานโดยการเชื่อมต่อการเรียนรู้ใหม่เข้ากับความรู้เดิมเสมอ ทั้งนี้ช่องทางการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เด็กจะต้องเรียนรู้จากของจริงไปหาสัญลักษณ์ สมองจึงจะเข้าใจความหมาย เปิดรับเป็นความจำ และนำไปสู่ความเข้าใจเป็นความรู้ต่อไป” ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประสาทวิทยากล่าว
นอกจากนี้ คุณหมอได้ขยายความถึงการเรียนรู้จากของจริง (ประสบการณ์) ไปหาสัญลักษณ์ (ตัวอักษร) ด้วยว่า เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ใช่ดึงสัญลักษณ์มาสอนเด็ก เช่น 1+1 เท่ากับ 2 แต่ทั้งนี้พ่อแม่ หรือครู ควรจะหาสิ่งของใกล้ตัวเด็กมาสอน อย่างไรก็ดี ทุกครั้งก่อนจะสอนเด็ก พ่อแม่ครูควรจะเปิดสมองให้เด็กมีความสุข ด้วยการทำกิจกรรมใดๆ ก็ได้ เพื่อให้เด็กเข้าใจ และเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น
คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายว่า กุญแจสำคัญที่จะทำให้เด็กเก่งภาษา พ่อแม่ และครูต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้รู้ เห็น และสัมผัสสิ่งรอบตัว เช่น คน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุการณ์ให้มากที่สุด รวมไปถึงการอ่านนิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้ภาษาที่อยู่ในนิทานถูกบันทึกในสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพื้นภาษาที่ดี แต่ทั้งนี้ต้องเป็นหนังสือที่เด็กสนใจด้วย การรับข้อมูลถึงจะมีประสิทธิภาพ