ตอนนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์​กันในสังคมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการเรียนออนไลน์​ เนื่องจากสถานการณ์​การแพร่ระบาดทำให้การเปิดเทอมของเด็ก​ต้องยืดเยื้อ​ออกไป​ จริงที่ว่าการเรียนของเด็กๆ​ ไม่ควรหยุดชะงัก​ แต่การเรียนออนไลน์​ของเด็ก​ ต้องพิจารณา​ถึงวัยของเด็กด้วย​ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์​ที่ไหนๆ​ จะเป็นการเปิดสอนในระดับมหาวิทยาลัย​ทั้งสิ้น​ หากเป็นในระดับปฐมวัย​จนถึงมัธยม​จะเป็นการเรียนแบบ​ home school ซึ่งเป็นการนำหลักสูตร​จากประเทศ​ต่างๆ​ มาเป็นแนวการเรียนการสอน​ โดยพ่อแม่​ผู้ปกครอง​ เป็นเสมือนครูผู้สอน
การเรียน​การสอนออนไลน์​ ยิ่งเด็กยิ่งเล็ก​ ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก​ เนื่องด้วยวัย​ ที่ทำให้เรื่องของสมาธิที่ที่จดจ่ออยู่กับเรื่องบางเรื่องนานๆ​ เป็นไปได้ยาก​ นอกจากนี้แล้ววิชาบางวิชาอย่างคณิตศาสตร์​ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะขึ้นเรื่องใหม่ๆ​ ให้กับเด็ก​ เช่น​ถ้าเด็กกำลังเริ่มที่จะเรียนการคูณเลข​สองหลักคูณสองหลัก​ การทำความเข้าใจ​กับเด็กให้มีความเข้าใจ​ ต้องมีการ​ ​recheck กันหลายครั้งเพื่อความมั่นใจว่าเด็กมีความเข้าใจจริงๆ​ ถึงจะให้การบ้านได้​ แล้วลองนึกภาพของการสอนเรื่องการวัดมุมกันนะคะ​ ขนาดสอนกันแบบเห็นกันเป็นตัวเป็นตน​ยังต้องใช้เวลาเลย​แล้วนึกสภาพการเรียนออนไลน์​ ถ้าเป็นการเรียนแบบกลุ่ม​ ไม่มีทาง ที่ทักษะเด็กแต่่ละคนจะเท่ากันได้ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวัยเดียวกันก็ตามเพราะฉะนั้นการเรียนออนไลน์ไม่ใช่จะเหมาะกับทุกคนและไม่ใช่ทุกวิชาที่จะสามารถสอนออนไลน์ได้
ดังนั้นการเรียน​ออนไลน์​ในช่วงนี้ของเด็กเล็กเป็นเพียงช่วงเวลาที่รอสถานการณ์​ของการแพร่ระบาด​ให้คลี่คลายเท่านั้น​ แต่การที่การศึกษา​ในช่วงของปฐมวัยจนถึงประถมน้ัินคงไม่อาจถูก​ disruption ด้วยระบบออนไลน์​ได้​ด้วยวัยและความพร้อมของเขา​ นอกจากนี้แล้วเด็กในวัยดังกล่าวไม่ควรถูกปล่อยให้อยู่กับการสื่อสารทางเดียว​ เค้าควรได้มีการเรียนรู้ผ่านระบบประสาทสัมผัส​ให้ครบทั้ง​ ​5 และมีการฝึกทักษะต่างๆผ่านระบบประสาท​สัมผัสดังกล่าว​ เพื่อก่อให้เกิดความฉลาดทางอารมณ์​ และเพื่อค้นหาความสามารถ​ และความถนัดต่อไป…
#เราจะผ่านมันไปด้วยกัน
#สถาบันคิดสแควร์

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments


#นี่เราอยู่ระหว่างสงครามรึปล่าวเนี่
จากเหตุการณ์​ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วต่อเนื่องมาเรื่อยๆ​ เราคงต้องย้อนกลับมาดูกันหน่อยมั้ยว่า​ โครงสร้างทางสังคมของเรามันผิดเพี้ยนไป​ ลักษณะเด่นของความเป็นคนไทยเป็นคนอ่อนน้อม​ ถ่อมตน​ รู้จักผิดชอบชั่วดี​ มีน้ำใจ​ เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ​ แต่หลังจากเหตุการณ์​ข่าวต่างๆที่ได้ยินอย่างต่อเนื่อง​ ทั้ง​ฆาตกรต่อเนื่อง​ นายสมคิด​ , ผ.อ.​ กอล์ฟ​ คดีปล้นทอง​, ไอซํืหีบเหล็ก​ และล่าสุดนายทหาร​คลั่งที่โคราช
เหตุการณ์​ต่างๆ​ ที่เกิดขึ้น​ เป็นแนวโน้มของสังคมที่ใช้ความรุนแรง​โดยขาดความยั้งคิด​ ในแต่ละคดีที่เกิดขึ้น​ เกิดจากความโลภ​ ใช้เงินเกินรายได้ที่มี อยากได้รับการยอมรับนับหน้าถือตา ประกาศให้ทุกคนรู้เรื่องความสุขของตนในการใช้ชีวิต​หรูหราบนสังคมออนไลน์​ โดยการกู้หนี้ยืมสิน​ เมื่อถูกทวงหนักเข้า​ก็หาทางออกโดยการก่อคดีปล้น​ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น​
คดีของไอซ์หีบเหล็ก​ เป็นอีกคดีสะเทือนใจ​ จากข่าวที่มีผู้หญิง​จำนวนไม่น้อยที่ต้องถุูกฆ่า​ แล้วศพก็ถูกอำพรางโดยการใส่หีบเหล็กทิ้งไว้ในบ่อน้ำในบ้านที่ตนเองอยู่​ โดยที่ไม่รู้สึกถึงสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป​ แต่กลับก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า​ จากคำให้การของคนที่ทำงานกับทางครอบครัวของไอซ์​ อาจวิเคราะห์​ได้ใว่าเค้าขาดการดูแลเอาใจใส่​จากพ่อแม่​ ไม่มีใครคอยอบรมบ่มนิสัย​ ประกอบกับการติดยาเสพติด​ ทำให้สมองในส่วนของความรู้จักยั้งคิดหายไป​ ใช้สัญชาตญาณ​ในการดำรงชีวิต​เพียงอย่างเดียว
คดีสุดท้าย​ คือคดีของนายทหารคลั่ง​ เป็นคดีที่สะเทือนใจที่สุด​เพราะผู้ก่อคดี​เป็นคนในเครื่องแบบ​ ซึ่งหน้าที่ของทหารคือป้องกันอริราษฎร์​ศัครู​ แต่ในครั้งนี้​ ทหารเองเป็นผู้หันปลายกระบอกปืนเข้าหาประชาชน​ที่ไม่ได้รู้เรื่อง​ เพียงเพราะคุณคิดว่าคุณอยู่ในโลกของเกมส์ออนไลน์​ โดยที่คุณปล้นอาวุธ​ครบมือ​ พร้อมอุปกรณ์​ป้องกันตัว​ แล้วลงใน​ ​fb​ ประกาศ​ตนว่ามีใครจะกล้าลุยกับคุณมั้ย​ นี่คือผลของจินตนาการ​จากเกมส์ออนไลน์​ที่ออกมาบนโลกของความเป็นจริง​กับคนอายุ​ 32​ ที่มีวุฒิภาวะ​ โศกนาฏกรรม​ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นมันชี้ชัดแล้วว่า​ จินตนาการ​ในเกมส์​ออนไลน์​ การฆ่าเป็นการเก็บแต้ม​ การขโมยอาวุธ​ เพื่อให้การเก็บแต้มมีประสิทธิภาพ​ คงเห็นแล้วนะว่าเกมส์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอีกแล้ว​ สิ่งที่เกิดขึ้น​.มันเกิดขึ้นกับคนที่มีวุฒิภาวะ​แล้ว​ แต่ถ้าคุณจะยังคงส่งเกมส์​ลักษณะ​นะให้กับบุตรหลาน​ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ​ ก็คงจะมีข่าวอาชญากรรม​เกิดขึ้นไม่ใช่แค่รายวันแล้ว​ คงต้องตามกันเป็นรายชั่วโมง
… ใส่ใจบุตรหลานของตนเองเถอะคะ​ ให้เวลากับเค้า​ อย่าให้เครื่องมือสื่อสารมาแทนทีี่เวลาของครอบครัว​ ที่เหลือจากหลังเวลาเลิกงานที่เหลือไม่ถึง​ 10 ชัวโมง​ มานั่งพูดคุยสารทุกข์สุกดิบ​ เล่าประสบการณ์​ของแต่ละวัน​ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์​ สิ่งที่ลูกทำผิดก็อบรม​ สอนเค้า​ เรื่องการใช้ความรุนแรงต้องสอนลูก หรือให้เค้าได้แสดงความคิดเห็นหากจะมีการเปลี่ยนแปลง​ บางอย่าเล็กๆ​ น้อยๆ​ ให้เค้าได้รู้ว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งและมีความสำคัญ​ในครอบครัว​ แล้วเค้าจะไม่ไปพยายามเป็นคนสำคัญ​นอกบ้าน​ ไม่ไปแสวงหาความรักจากที่อื่น​ ถ้าที่บ้านมีให้เค้าจนเต็ม….
#ในนามสถาบันคิดสแควร์ขอแสดงความเสียใจกับครอบผู้เสียชีวิตในทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
#ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานทุกท่านที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องทุกชีวิต
#อยากให้เกิดขึ้นอีกเลย
#เคารพด้วยหัวใจ
#สถาบันคิดสแควร์

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments

ภาพลวงตา

Posted by malinee on Sunday Apr 22, 2018 Under เกร็ดความรู้

มีกระแสของการศึกษาที่มีอยู่เนืองๆ ว่าควรจะมีการยกระดับการศึกษาไทยให้มีคุณภาพดีทั่วประเทศเสียที  หลายๆ คนอาจกล่าวว่า ระบบการศึกษาในโรงเรียนควรจะมีการบูรณาการตามความสามารถของเด็ก หรือตามความสนใจของเด็ก ซึ่งเด็กแต่ละคนมีความพร้อมและ ความสนใจที่แตกต่างกัน จึงควรมีการจัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามความถนัดของเด็ก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เพียงการคัดเลือกข้าราชการครูเข้ามารับหน้าที่ในการสอน ยังไม่ตรงกับความถนัด หรือสาขาวิชาที่เรียนมาเลยด้วยซ้ำ อย่าพูดถึงคุณภาพของเด็กที่จะได้รับการเรียนการสอนที่ดีเลย นอกจากในส่วนของผู้สอนแล้ว ตัวผู้เรียนก็เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพในการเรียนด้วย เราต้องยอมรับก่อนว่าเด็กก่อนวัยเรียนในแต่ละครอบครัวก็มีความแตกต่างกันแล้ว ครูไม่ได้กล่าวถึงความพร้อมด้านเศรษฐกิจ แต่ ณ ที่นี้จะกล่าวถึงหน้าที่ในการสร้างความพร้อมในการเรียนรู้ก่อนวัยเรียน เด็กหลายๆ คนถูกปล่อยปละ หรือขาดทักษะทางด้านร่างกาย ซึ่งหมายถึงกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ที่ส่งผลต่อทักษะในการเรียนรู้ในวัยเรียน ที่จะต้องใช้ทักษะพื้นฐานในช่วงก่อนวัยเรียน หลายๆ ครอบครัวที่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า การเล่นเกมส์เป็นการฝึกทักษะและภาษาให้กับเด็กโดยที่เด็กจะใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวในการเล่นเกมส์ ซึ่งต่างจากการเล่นของเล่นที่เป็นชิ้น ที่สามารถเสริมสร้างทั้งกล้ามเนื้อ ความสัมพันธ์ของการทำงานระหว่างมือกับตา อีกทั้งยังได้เรื่องของจิตนาการอีกด้วย

เมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน ก็ไม่มีความพร้อมที่จะเรียน เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่พร้อม สมาธิไม่ดี หรือแม้กระทั่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในเรื่องพื้นฐานที่ควรจะถูกฝึกจากบ้าน คิดเพียงแต่ว่าโรงเรียนมีหน้าที่ที่จะสอนให้บุตรหลานอ่านออกเขียนได้ โดยขาดการส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ

มันจะเป็นธรรมกว่าหรือไม่ ถ้าต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ให้ถูกที่ถูกเวลา ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างโยนความรับผิดชอบให้พ้นๆ ตนเองไป พ่อแม่ผู้ปกครองก็โยนความรับผิดชอบไปให้โรงเรียน ครูชั้นอนุบาลก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะในที่สุดเด็กก็จะต้องขึ้นไปเรียนชั้นที่สูงขึ้นไปตามลำดับ นี่เป็นเพียงความรับผิดชอบในงานเล็กๆ ของตนเอง เราก็ไม่ต้องหันไปพึ่งใครที่มีหน้าที่เพียงไม่กี่ปี หรือไม่กี่วาระที่จะมาแก้ปัญหาการศึกษาของไทยเลย เพราะต่างก็คิดว่า ปีหน้าเราก็หมดวาระ หรือหมดหน้าที่แล้ว เพราะฉะนั้น ครอบครัวจึงเป็นสถาบันเล็กๆ ที่ต้องทำหน้าที่ของตนเองให้แข็งแกร่งที่สุด อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า ซึ่งมันไม่มีจริงเลย มันเป็นเพียงภาพลวงตา

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

รังแกเราทำไม

Posted by malinee on Tuesday Jan 30, 2018 Under เกร็ดความรู้

เราทราบกันหรือไม่ว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่ติดอันดับต้นๆ ของการรังแกกัน โดยการใช้ความรุนแรงของเด็ก และกลุ่มที่ใช้สื่อทางเทคโนโลยีพวกโซเชียลในการทำร้ายเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง จากการเก็บข้อมูลพบว่าเด็กในกลุ่มที่เป็นเหยื่อจะเป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มของเด็กพิเศษ ซึ่งจะถูกกลุ่มเพื่อนที่รวมตัวกันเกเร รังแกโดยใช้ความรุนแรง ส่วนกลุ่มที่เป็นตัวการมักเป็นเด็กในกลุ่มที่ติดกับการเล่นเกมส์รุนแรง  ร่วมกับการไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องพฤติกรรมจากครอบครัว จึงไม่มีความรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำเป็นเรื่องรุนแรง

ส่วนกลุ่มที่โตขึ้นจะใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งเหยื่อ โดยนำเรื่องที่น่าอาย หรือแม้แต่การแต่งเรื่องแล้ว post  ขึ้นบนสื่อโซเชียล ให้เหยื่อได้รับความอับอาย ผลที่ได้คือเด็กในกลุ่มที่ถูกรั

แกทั้งสองกลุ่ม หากไม่ได้รับการแก้ไขเหยื่อจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า

หากไม่มีใครตระหนัก หรือร่วมกันแก้ไขปัญหา เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะแย่ลงเรื่อยๆ เพียงร่วมมือกัน ช่วยกันคนละเล็กละน้อย โดยการดูแลบุตรหลานไม่ให้เป็นเหยื่อ โดยการหลีกเลี่ยงปัจัยทุกอย่างที่ส่งผลให้บุตรหลานกลายเป็นเด็กพิเศษ และช่วยกันดูแล อบรมบุตรหลานให้เป็นคนดีไม่รังแกหรือทำร้ายผู้อื่นไม่ว่าจะทางใดก็ตาม

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เป็นการส่งผลการประเมินการเรียนรู้ของเด็กๆ จากทางโรงเรียน เด็กหลายๆ คนผ่านการทุ่มเทในการอ่านหนังสือ และทบทวนบทเรียน เป็นผลให้ผลการเรียนออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ อดไม่ได้ที่จะต้องให้รางวัลแก่ความเพียงพยายาม และความตั้งใจ

รางวัลที่เด็กๆ อยากได้ในปัจจุบัน หรือพ่อแม่เลือกให้เป็นของรางวัลมักเป็นโทรศัพท์มือถือ แทปเลต หรือ เงินในเกมส์ การให้รางวัลของพ่อแม่ มักคิดว่าเพื่อเป็นกำลังใจ และตอบแทนในความตั้งใจ นอกจากนี้แล้วยังเป็นสิ่งที่บุตรหลาน ต้องการอีกด้วย จึงไม่ลังเลที่จะให้ แต่เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเด็กที่มีเครื่องมือสื่อสารแบบไร้พรมแดน สามารถท่องโลกออนไลน์อย่างอิสระ เมื่อใดก็ได้นั้น เป็นการเปิดโอกาสให้สิ่งเร้ามีผลกับสมาธิ และการเรียนรู้ของบุตรหลานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปิดกั้นให้บุตรหลานมีโลกส่วนตัวที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้ ไม่สามารถรู้ความคิดที่เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ดีที่สุด คือ การประเมินผลการเรียนรู้จากทางโรงเรียน การรายงานพฤติกรรมทั้งด้านการเรียนรู้ ที่ไม่มีสมาธิ และพฤติกรรมก้าวร้าวที่เกิดขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้หากสะสมนานเข้า ปัญหาก็จะยิ่งสะสมตามเวลาที่ถูกปล่อยผ่าน จนในที่สุดไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย

ดังนั้นในเมื่อการให้รางวัลกับบุตรหลาน เป็นสิ่งที่อยากตอบแทนในความตั้งใจ พ่อแม่ควรจะเป็นผู้กำหนดรางวัลที่มีคุณค่า ควรพิจารณาถึงผลดีผลเสีย ที่จะส่งผลต่อตัวเด็กเป็นหลัก เพราะต่อไป เพราะเมื่อเขาเติบโตจนสามารถเป็นผู้เลือกด้วยตนเอง พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องมีหน้าที่ชี้แนะให้เขาต่อไป

Tags : , , , , , , , , , , , , , , , | add comments

335338,1282066796,12            ในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization)  ทำให้โลกดูแคบลง วิวัฒนาการรวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ มีการแผ่ขยายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดนส่งผลให้การใช้เวลาในการหาข้อมูล การติดต่อสื่อสารได้แม่นยำและรวดเร็ว แต่ในทางกลับกัน การรับเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เราให้เวลาในการศึกษาถึงผลดี ผลเสียน้อยเกินไปจนทำให้เกิดผลเสีย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คือ เกมส์

เกมส์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มของเด็กในยุคปัจจุบัน คือเกมส์ที่ผู้เล่นมักเป็นตัวทำลายล้าง หรือ โจรปล้นธนาคาร ที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหนีตำรวจ หรือแม้กระทั่งการยิงตำรวจเพื่อให้ได้แต้มมา ในเกมส์จะสอนวิธีการปล้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อเด็กได้เริ่มเล่น ในช่วงแรกจะเป็นการเรียนรู้วิธีเล่นจนรู้สึกสนุก จนเกิดการหล่อหลอมจนเด็กเป็นเด็กที่ก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว พ่อแม่ผู้ปกครองก็ปล่อยปละละเลย เพราะถือว่าเป็นเพียงเรื่องในเกมส์ จนกระทั่งการหล่อหลอมนานวันเข้า จนความก้าวร้าวกลายเป็นนิสัยของเด็กโดยที่พ่อแม่หลายๆ ครอบครัวไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ไม่สามารถดึงเด็กออกจากเกมส์ได้ ไม่สามารถใช้เหตุผลกับเค้าได้ ก็ได้แต่มานึกเสียใจกับการหาเพื่อน (ผู้ก้าวร้าว) ให้กับลูกในวันที่ผ่านมา

อย่าให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับครอบครัวของใครเพิ่มขึ้นอีกเลย มิฉะนั้นสังคมเมืองไทยจะกลายเป็นสังคมแห่งความก้าวร้าว เห็นแก่ตัว ในอนาคตอันสั้นไม่นาน

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , , | add comments

13124425_1012865902136578_3768923125518552236_n            หลายๆ ท่านน่าจะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตการสอบคัดเลือกคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ และเภสัชศาตร์ ในวันที่ 7 – 8 พ.ย. ที่ผ่านมา ของมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีการใช้อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ นั่นคือการติดกล้องไว้กับแว่นตาเพื่อถ่ายภาพข้อสอบ และมีการส่งคำตอบกลับไปยังนาฬิกาข้อมือ ซึ่งทางสถาบันกวดวิชาจะมีการรับรองผล โดยที่ผู้เข้าสอบจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเบื้องต้นคือ นาฬิกาเป็นเงิน 50,000 บาท แล้วหลังจากที่มีการประกาศผลสอบแล้ว ผู้เข้าสอบต้องชำระอีกเป็นจำนวนเงิน 800,000 บาท ซึ่งทางสถาบันกวดวิชามีการรับรองผลในการสอบทั้งสามคณะ ได้แน่นอน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว มันสามารถแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของสถาบันกวดวิชา ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง แต่ขาดจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ ซึ่ง 3 คณะดังกล่าวเป็นคณะที่เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตคนทั้งสิ้น หากจะกล่าวว่าทางสถาบันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะถึงขนาดฉลาดใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยได้อย่างแยบยลเช่นนี้ อีกส่วนก็เป็นส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งแน่นอนต้องเป็นผู้ที่ชำระเงินตามที่ทางสถาบันกวดวิชาเป็นผู้เรียกเก็บในอัตราที่สูงลิบลิ่ว หากการทุจริตครั้งนี้สำเร็จ แน่ใจหรือว่าบุตรหลานจะสามารถเรียนได้ หากเรียนไม่ได้จะต้องมีการทุจริตอีกกี่ครั้ง ต้องถูกเรียกเก็บค่าทุจริตอย่างนี้เรื่อยไปจนจบ แล้วสุดท้ายเมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วยผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้น แล้วตัวบุตรหลานเองจะหาความภูมิใจในตนเองได้อย่างไร ในเมื่อความสำเร็จในการศึกษาได้มาเพราะเงินที่พ่อแม่ทุ่มไป ไม่ใช่ความสามารถของตนเองเลย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราควรต้องย้อนกลับมามองวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันทีมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งในการอยู่เป็นเพื่อน (ที่สอนให้เรารู้จักความก้าวร้าว) เป็นพี่เลี่ยง (เมื่อเวลาที่พ่อแม่ไม่อยากให้เราอยู่ใกล้) พ่อแม่เป็นเพียงเครื่องหารายได้ เพื่อปรนเปรอความต้องการของลูกหลานในทุกๆ เรื่องเท่านั้น ครอบครัวขาดการพูดคุย ถึงเหตุการณ์ในแต่ละวัน เพื่อการอบรมบ่มนิสัย และบ่มเพาะจริยธรรมให้กับบุตรหลานกันหรือเปล่า

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

12376364_864966883631500_1789777730002027356_n

Tags : , , , , , , , , , , , , , | add comments

fighting-over-money-4511492          หลังจากปิดภาคเรียนกันมาซักระยะหนึ่งแล้ว เราจะพักเรื่องการเรียนไว้ซักระยะหนึ่ง แต่คราวนี้เราจะกล่าวถึงพฤติกรรมของเด็กในช่วงปิดเทอม หลายๆครอบครัวในช่วงปิดภาคเรียนเลือกที่จะให้เด็กๆหยุดอยู่กับบ้านเพื่อเป็นการพักผ่อน พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆ คนปล่อยเด็กให้อยู่กับเกมส์ โดยไม่ได้สอดส่องว่าเด็กเล่นเกมส์ประเภทไหน ปล่อยให้เด็กอิสระอยู่กับเกมส์เป็นเวลานาน ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเกมส์การแต่งตัว แต่งหน้าตุ๊กตา แต่สำหรับเด็กผู้ชายเกมส์ที่เด็กๆ นิยมเล่นก็ไม่พ้นเกมส์การต่อสู้ ซึ่งการจะเอาชนะในเกมส์มักใช้ความรุนแรง เด็กๆ จะถูกหล่อหลอมโดยไม่รู้ตัวว่าการใช้กำลังเป็นสิ่งที่ทำให้ได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการ จนทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เมื่อเข้าสังคมในโรงเรียนก็จะใช้ความรุนแรงกับเพื่อนๆ จนไม่มีใครต้องการจะเล่นด้วย ในที่สุดก็ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เมื่อเค้ารู้สึกโดดเดี่ยว ยิ่งส่งผลให้มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจโดยใช้ความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นเราจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว โดยจำกัดเวลา และเลือกประเภทของเกมส์ให้กับบุตรหลานเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงหรือพฤติกรรมก้าวร้าว

ครูจา

Tags : , , , , , | add comments

จากประสบการณ์ในการสอน พบว่าเด็กๆในปัจจุบันมีแนวโน้ม อ่านออกเขียนได้ช้าลง ซึ่งมักส่งผลกับการเรียนในทุกวิชาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้น อาจเกิดจากปัจจัยหลายๆด้าน

ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากตัวเด็กเองที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ (ซึ่งพบไม่บ่อยนักที่เกิดจากตัวเด็กเอง) หรือการเข้าเรียนก่อนวัยอันควรซึ่งส่งผลให้พัฒนาการช้ากว่ากลุ่มเพื่อนจนเกิดเป็นความไม่มั่นใจ เก็บตัว แต่ปัจจัยหลักที่พบเห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบันนั้นมักเกิดเนื่องมาจากเทคโนโลยี เราจะสังเกตเห็นว่าเครื่องมือทางเทคโนโลยีมีบทบทมาก ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน บริเวณไหน เราจะพบเห็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่มี tablet หรือโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา ซึ่งดูกลายเป็นเรื่องปกติ

ผู้ที่จะลดบทบาทของเทคโนโลยีได้ก็มีแต่พ่อแม่ผู้ปกครองเท่านั้น เปรียบเหมือนกับ ครูกับเทคโนโลยีอยู่กันคนละฝั่ง โดยมีเด็กอยู่ตรงกลาง แค่ลำพังเทคโนโลยี ครูก็ต้องใช้พลังพอสมควรเพื่อที่จะได้เสมอกับเทคโนโลยี คราวนี้ก็ขึ้นอยู่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่จะเลือกฝั่งให้กับเด็กว่าจะช่วยฉุดให้เด็กไปด้านไหน หากพ่อแม่ผู้ปกครองเลือกที่จะส่ง tablet ให้กับบุตรหลาน ก็ไม่มีทางที่ฝั่งของครูจะชนะได้ แต่หากพ่อแม่ผู้ปกครองเทแรงมาที่ฝั่งครูโดยให้เด็กรู้จักหน้าที่ มีระเบียบวินัย ดูแลเอาใจใส่ด้านการเรียนของบุตรหลาน เพียงเท่านี้พ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ต้องนั่งกลุ้มใจภายหลัง ว่าจะแก้ปัญหาด้านการเรียนของบุตรหลานอย่างไร

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , , | add comments