จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
วันพฤหัสบดี ที่ 03 พฤศจิกายน 2554
ช่วยคืนรูปใกล้เคียงสภาพเดิม พร้อม “เทคนิคเก็บหนังสือหนีน้ำ” แม้ปล่อยจมก็ยังอยู่รอดปลอดภัย ไม่เปียก!

นอกจากทรัพย์สิน เอกสาร และสิ่งของสำคัญ ที่ต้องขนย้ายให้ปลอดภัยจากมวลน้ำไหลหลากแล้ว “หนังสือ” ก็ถือเป็นของมีค่าสำหรับหลาย ๆ คนเช่นกัน วันนี้ “เดลินิวส์แคมปัส” มีวิธีเก็บหนังสือหนีน้ำมาฝาก แต่หากเผลอทำเปียกก็มีเทคนิคแก้ไขง่าย ๆ ช่วยคืนรูปใกล้เคียงสภาพเดิม

เริ่มจากแบ่งหนังสือเป็นกอง ๆ แล้วหุ้มด้วยถุงพลาสติกชนิดหนาอย่างน้อย 2 ชั้นต่อ 1 กอง ใช้สก็อตเทปพันปิดปากถุงให้สนิท จากนั้น ใส่ลังพลาสติกที่มีฝาล็อค แล้วยิงกาวซิลิโคนรอบฝา ก่อนยกลังใส่ถุงพลาสติกใหญ่อีกชั้น มัดให้แน่น ทั้งนี้ สามารถใช้สก็อตเทปแบบเหนียวแทนกาวได้ เพียงพันรอบฝาลังหลาย ๆ รอบ แล้วยกขึ้นที่สูง แม้น้ำท่วมถึงก็ช่วยป้องกันได้

แต่หากเผลอทำหนังสือ “เปียกไม่มาก” ให้ใช้ผ้านุ่ม ๆ ซับน้ำส่วนเกินออก ห้ามเช็ดแรง เพราะจะเพิ่มความเสียหายแก่หนังสือ จากนั้น ค่อย ๆ สอดกระดาษ (ปราศจากหมึกและไม่มีสารที่ละลายน้ำได้) ไว้ระหว่างหน้าที่เปียก แล้วนำของหนักวางทับบนปก จะช่วยดูด และรีดน้ำออกได้เร็ว สำหรับหนังสือ “เปียกมาก” ควรเปลี่ยนกระดาษที่สอดทุก ๆ 30 นาที จนกว่าจะชื้น ทั้งนี้ เวลาปล่อยผึ่ง อย่างวางปกซ้อนกัน เพราะเมื่อแห้งแล้วจะติด เกิดความเสียหายได้.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

Tags : , , | add comments

น้ำท่วม 2554

Posted by malinee on Saturday Oct 15, 2011 Under เกร็ดความรู้

ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ข่าวสารที่เป็นที่กล่าวขานมากที่สุดก็เห็นจะไม่พ้นเรื่องของน้ำท่วม ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั้น เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นกับคนรอบนอกหรือในต่างจังหวัดเป็นเวลาร่วม 3 เดือนแล้ว เพียงแต่ว่ากระแสของข่าวไม่มากระทบกระเทือนกับชาวกรุงเทพเท่าใดนัก นั่นเป็นเพราะว่ามีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว ต่อเมื่อกระแสน้ำที่เชียวกราก ผสมกับปริมาณน้ำฝน คลุกเคล้าจนได้ที่กับน้ำทะเลหนุน จึงทำให้เกิดเมนูอาหารเช้าของทีมข่าวต่าง ๆ ทุกค่ายที่จะต้องเสริฟทุก ๆ ครอบครัวหลังจากลืมตาขึ้นในวันใหม่

จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในเรื่องของกระแสน้ำที่บุกทำความเสียหายให้กับพื้นที่ในวงกว้าง ทั้งในส่วนของเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเป็นเงินมหาศาลในครั้งนี้ สิ่งที่เราหลาย ๆ คนได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน หากเราคิดทบทวนดี ๆ แล้วมันเป็นเครื่องเตือนหรือเป็นครูที่สอนบทเรียนต่าง ๆ ให้กับเราได้มากมาย เพียงแต่ว่าบทเรียนในครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยน้ำตาของมวลชนทั้งเจ้าของกิจการ โรงงานอุตสาหกรรม เกษตรกร และรวมไปถึงหยาดเหงื่อของชายชาติทหารที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังทุก ๆ นาย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องรางบอกเหตุให้เราทุกคนพึงระวังตนเอง ไม่ให้ใช้ชีวิตที่ตั้งอยู่บนความประมาท ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นภายในสังคม อย่าคิดว่าเป็นสิ่งที่ไกลตัว อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดน้ำท่วมเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาที่ จ. นครสวรรค์ สิงห์บุรี ลพบุรี ไม่มีใครคาดคิดว่าบัดนี้มวลกระแสน้ำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพ ด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ เช่นเดียวกันปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสังคม การศึกษา ที่คนที่มีฐานะ และสถานภาพทางสังคมที่ดี มักคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ต่อเมื่อวันหนึ่งที่ตนเองเป็นเหยื่อของมหันตภัย จึงจะรู้สึกหรือต้องการการแก้ไข ปรับปรุง และดูแล

หากทุกคนมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมที่จะเผชิญหน้า เสียสละและร่วมมือกัน ปัญหาต่าง ๆ ก็จะสามารถคลี่คลาย หรือ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง เพื่อเพิ่มปัญหาให้เกิดความยากลำบากในการแก้ไขมากขึ้น
สุดท้ายนี้ขอองค์พระสยามเทวาธิราช ปกปักษ์ รักษา ปัดเป่า ให้ภัยธรรมชาติครั้งนี้ผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุดด้วยเทอญ

Tags : , , , , , , , , , , , , | add comments