จากกระแสข่าวเรื่องการสอบแข่งขัน เข้าเรียนในชั้น ป.1 โรงเรียนในเครือสาธิต จนเป็นกระแสทำให้มีข่าวว่าจะไม่ให้มีการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในชั้น ป.1 เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้เราจะพบเห็นกันเป็นประจำในการสอบคัดเลือกในทุกระดับชั้น การแข่งขันเกิดขึ้นอย่างดุเดือดในทุกช่วงชั้นในบ้านเรา

หลายๆ คนก็คงเคยได้ยินว่าในหลายๆ ปะเทศก็มีการแข่งขันเข้าโรงเรียนรัฐเช่นกัน (เช่น สิงคโปร์ หรือ ญี่ปุ่น) แต่หากเราลองมาดูถึงรายละเอียดกันจะพบว่า ในการแข่งขันดังกล่าวเกิดขึ้นกับทุกๆ โรงเรียนรัฐ ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงโรงเรียนบางโรงเรียนเหมือนอย่างบ้านเรา สาเหตุของการแข่งขันดังกล่าวในบ้านเราแตกต่างจากประเทศที่กล่าวมาแล้ว นั่นเป็นเพราะมาตรฐานของโรงเรยนในบ้านเราไม่เท่าเทียมกัน ความสามารถในการสอนแตกต่างกัน ทำให้ความเชื่อมั่นต่อสถานศึกษาเกิดกระจุกอยู่เพียงโรงเรียนไม่กี่แห่ง นอกจากนี้แล้ว การประเมนผลในระดับประเทศของบ้านเรา มักนำมาหาค่าเฉลี่ยในแต่ละโรงเรียน เทียบกับขนาดของโรงเรียน เทียงระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศ และประกาศกันอย่างแพร่หลาย

ดัชนีชี้วัดดังกล่าวแทนที่จะนำมาช่วยกระตุ้นให้โรงเรียนที่มีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ หรือเป็นตัวชี้วัดว่าต้องมีการเพิ่มศักยภาพของการเรียนการสอนของครูผู้สอน ให้มีสัมฤทธิผลที่ดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นตัวชี้วัดการเลือกโรงเรียนให้กับบุตรหลาน มาประกอบกับแถลงการณ์ของกระทรวงศึกษา ที่รับจำนวนเด็กต่อห้องไม่เกิน 40 คน ยิ่งเป็นเหตุให้อัตราการแข่งขันเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ เหตุการณ์นี้จะทำให้เกิดกลุ่มเด็กที่แยกกันอย่างชัดเจน คือเด็กในกลุ่มที่ฐานะทางบ้านไม่สามารถแทรกตัวบุตรหลานให้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนที่มีครูที่(พ่อแม่คาดหวังว่า)ดีได้ ก็จะต้องไปอยู่ในโรงเรียนที่ไม่มีโอกาสเลือกเท่าใดนัก เด็กที่รวมตัวกัน จะเป็นเด็กที่ไม่ค่อยใส่ใจในการเรียนเท่าใดนัก สุดท้ายจะกลายเป็นภาระของสังคม

ไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ไม่มีผู้ที่คิดจะลงมือแก้ไขปฏิบัติ ปล่อยให้สิ่งต่างๆ ผ่านไป นั่งในตำแหน่งเพื่อรับเงนเดือน และเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล แต่ไม่ได้คิดที่จะแก้ไขปัญหาใดๆ เพราะคิดว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานเกินกว่าจะแก้ไข หรืออาจนั่งในตำแหน่งแต่ไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่เกิดในสังคมปัจจุบันเกี่ยวกับการศึกษาจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข เพราะรับช่วงต่อจากผู้บริหารคนเก่า เสมือนตำแหน่งที่ได้มาเป็นสมบัติผลัดกันชม ได้แต่ทำตามในสิ่งที่เคยทำ ให้เวลามันผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

Pre Test  ออกแล้ว

Posted by malinee on Sunday Jan 7, 2018 Under เกร็ดความรู้

ต่อจากนี้ไป จะเป็นช่วงที่เด็กๆ จะต้องเรียนกันหนัก หลังจากการเที่ยวปีใหม่ผ่านไป เนื่องจากเด็กหลายๆ คนต้องมีการย้ายโรงเรียน จากชั้นประถม สู่ชั้นมัธยม และในปีการศึกษาหน้า การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในหลายๆ โรงเรียน จะเพิ่มอัตราส่วนของเด็กในพื้นที่มากขึ้น นั่นส่งผลให้ เด็กๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ของโรงเรียนดัง ต้องฝ่าด่านกันมากกว่าเดิม ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับบุตรหลานให้ได้เข้าโรงเรียนที่ได้เลือกไว้ สิ่งที่ทำได้ คือการสมัครลงสอบ Pre Test เพื่อให้ลองสนามจริง กับเวลาในการทำข้อสอบจริง

คราวนี้เรามาดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับการสมัครสอบ Pre Test เนื่องจากเป็นการสอบ Pre Test  จะรับนักเรียนประถมปลาย และผลการสอบก็ออกมาทั้งคะแนนสอบ ค่ากลาง และลำดับของการสอบ การสอบ Pre Test  มีข้อดีคือ ทำให้เด็กๆ ได้รู้ข้อบกพร่อง หรือสิ่งที่ยังต้องปรับปรุง และได้เตรียมตัวให้มากขึ้น แต่ผลของลำดับที่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดได้ว่า เด็กจะไม่ผ่าน หรือ ผ่านการสอบคัดเลือกดังกล่าว เด็กหลายๆ คนยังมีโอกาสในการเตรียมความพร้อมได้อีก หนึ่งถึงสองปี นอกจากข้อดีดังกล่าวแล้ว ยังเป็นแนวให้ผู้ปกครองอีกว่า บุตรหลานจะเหมาะกับการสอบคัดเลือกในสนามนั้นหรือไม่ หากต้องทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเค้า ทำได้แค่เพียงการเข้าสถาบันกวดวิชาทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ทำให้ทักษะ หรือประสบการณ์ต่างๆ น้อยลง สู้ลดระดับการแข่งขันลง แต่เสริมกิจกรรม สร้างสรรค์ และเพิ่มทักษะด้านอื่นๆ คู่ไปด้วยจะดีกว่า เพราะเมื่อเขาโตขึ้น สิ่งที่สำคัญ คือประสบการณ์ และทักษะต่างหาก ที่ทำให้เค้าดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข

Tags : , , , , , , , , , | add comments

responsibility-clipart-6BcaEBdT8            ผ่านไปแล้วสำหรับการประกาศผลสอบเข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษ (Gifted และ EP) ครูต้องขอแสดงความยินดีกับน้องๆ หลายๆ คนที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งนั่นหมายถึงการเตรียมความพร้อมได้เป็นอย่างดี แต่อีกหลายๆ คนไม่ได้เลือกลงเข้าการคัดเลือกในรอบนี้ หรือน้องๆ บางคนที่พลาดในรอบนี้ นั่นไม่ได้หมายความว่าตนเองจะหมดโอกาส ทุกๆ คนยังมีโอกาสในสนามใหญ่อีกครั้งในวันที่ 1 เมษายน นี้ ซึ่งเป็นการแข่งขันพร้อมกันทุกโรงเรียน ดังนั้นเด็กที่พลาดจากสนามแรก ก็จะต้องเข้าสอบในสนามนี้

สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำคือ การพิจารณาโรงเรียนในการให้น้องๆ สอบคัดเลือกของพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรประเมินปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เด็กมีโอกาสได้รับการคัดเลือกมากที่สุด ซึ่งหมายถึง จำนวนคู่แข่ง : จำนวนนักเรียนที่รับ และการเตรียมตัวของตัวบุตรหลาน และตัวเด็กๆ เองก็ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ต้องอ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัดเพื่อพัฒนาทักษะของตนเองให้ได้รับคัดเลือกในที่สุด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แนวโน้มไม่ได้เป็นแบบนั้น เนื่องจากเด็กๆ ไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง ไม่เรียนรู้ว่าการเรียนเป็นสิ่งเดียวที่เป็นหน้าที่ของตนเอง และทำในสิ่งที่ตนเองสนใจเท่านั้น โดยไม่รู้สึกเดือดร้อนกับความบกพร่องในหน้าที่ของตนเอง เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางที่ตนเองจะไม่มีที่เรียน ในที่สุด พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องคอยวิ่งเต้น เพื่อให้ตนเองได้มีที่เรียนในที่สุด

หากพิจารณากันดีๆ แล้ว ความผิดพลาดในพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้เกิดขึ้น เนื่องจากเขาเหล่านั้นไม่เคยถูกสอน หรือฝึกให้อยู่ในระเบียบวินัยในการทำหน้าที่ของตนเอง และสิ่งที่แย่กว่านั้นคือ เด็กไม่เคยได้รับบทลงโทษเมื่อทำผิดกฎ หรือระเบียบใดๆ เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นผู้ปกป้องอย่างไม่มีเหตุผล จนกลายเป็นการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่รู้จักหน้าที่ ของตนเอง ไม่มีความรับผิดชอบและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ในที่สุด หากเด็กๆ ได้รับการฝึกระเบียบวินัย และรู้จักหน้าที่ของตนเอง ต่างคนต่างรู้และรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง ก็เป็นเหมือนจิกซอรที่ทุกคนในครอบครัวช่วยกันต่อจนเป็นภาพที่สมบูรณ์ในที่สุด

 

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

59193aa2a373c419a7100878787f573e_108aacefc3e090fb4ab96fe480a9bd-clipart-tired-person_350-346                    ช่วงนี้เดือนหน้าจะเป็นช่วงของการสอบคัดเลือกประจำทุกปี น้องๆ หลายๆ คนก็ต้องให้เวลาในการเตรียมตัวกับตัวเองในการอ่านหนังสือ ลดเวลาเล่นกันก่อนนะคะ

หลายๆ ครั้งผู้ปกครองมักบ่นว่า บุตรหลานของตนไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง เฉื่อย ไม่มีความกระตือรือร้น สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากการเลี้ยงดูบุตรหลานในวัยเด็ก สาเหตุที่ทำให้เด็กไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง เนื่องมาจากในวัยเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครองคอยปกป้องดูแลเอาใจใส่จนเกินพอดี ไม่ให้บุตรหลานมีโอกาสที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าเรื่องใดๆ พ่อแม่ก็คอยเป็นคนแก้ปัญหาให้ทุกเรื่อง การดำเนินชีวิตก็เป็นไปอย่างเรื่อยๆ ไม่มีความกระตือรือร้นทุกๆ เรื่องจนกลายเป็นนิสัยที่เฉื่อย ไม่สนใจต่อสถานการณ์ หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้างใดๆ เพราะถือว่าปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายด้วยการแก้ปัญหาของพ่อแม่ ผู้ปกครองได้โดยง่าย

นิสัยดังกล่าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนไปเมื่อเด็กโตขึ้น เขาจะโตขึ้นโดยแบบเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีความอดทน หากไม่อยากให้บุตรหลาน ดำเนินชีวิตโดยสามารถดูแลตนเองได้เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ดังนั้นในวัยเด็ก ซึ่งสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดที่เป็นโรงเรียนแรกของเด็กๆ พ่อแม่ ผู้ปกครองสอนให้เค้ารู้จักกฎเกณฑ์ ระเบียบวินัย หน้าที่ และความรับผิดชอบตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน ซึ่งการปลูกฝังนิสัยดังกล่าวตั้งแต่วัยเด็กจะยากลำบากบ้างในช่วงแรก แต่ผลที่ได้จะคุ้มค่ามากเมื่อเขาโตขึ้น

Tags : , , , , , , , , , , , , , , | add comments

ปลายดินสอ

Posted by malinee on Monday Aug 29, 2016 Under เกร็ดความรู้
Pencil and pencil shavings studio isolated on white background

Pencil and pencil shavings studio isolated on white background

นานมาแล้วที่การเรียนในโรงเรียนของหลายๆ โรงเรียน หรือแม้แต่การสอบคัดเลือกก็ตามจะมีการแบ่งห้องเรียนของเด็กตามศักยภาพที่แสดงเป็นผลของการเรียน แต่ก็ยังมีหลายๆ โรงเรียนที่คละเด็ก ไม่ได้แบ่งตามผลการเรียน หลายๆ คนอาจมองว่าการคละเด็กที่มีการเรียนที่ต่างกันจะทำให้การเรียนในห้องจะต้องรอเด็กที่เรียนรู้ช้ากว่า และจะทำให้ครูผู้สอนมีความยากลำบากในการสอนมากขึ้น

แต่หลายๆ คนอาจคิดว่าการแบ่งเด็กตามศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กจะทำให้ง่ายต่อครูผู้สอน เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนอย่างเต็มที่ เด็กจะแข่งกันเรียน

คราวนี้เรามามองถึงการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในห้องกิฟเต็ท (gifted) ของโรงเรียนต่างๆ เด็กหลายๆ คนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนอาจต้องมีการเรียน การติวอย่างหนัก จนได้รับคัดเลือกเข้าเรียน (เด็กที่อยู่ในกลุ่มท้ายๆ ของการคัดเลือก) การเตรียมตัวอย่างหนักก่อนสอบ เป็นการฝึกฝนการทำข้อสอบ เสมือนกับการเหลาดินสอของตนเองให้แหลมขึ้นๆ เรื่อยๆ จนเทียบเท่ากับของคนอื่นๆ แต่เมื่อเข้าเรียนแล้ว การเรียนในกลุ่มก็จะต้องมีการฝึกฝนตลอดเวลา หากเด็กที่อยู่ในกลุ่มท้ายของห้อง การเรียนจะต้องใช้การฝึกฝนมากกว่าเพื่อนในชั้นเดียวกัน เปรียบเหมือนดินสอแท่งที่ผ่านการเหลาแล้วเหลาอีก จนเหลือปลายดินสอที่สั้นจนไม่สามารถเหลาได้อีก เมื่อเทียบกับเพื่อนในห้องที่ปลายดินสอยังยาวอยู่ ก็อาจส่งผลต่อทรรศนคติในด้านลบของเขา ซึ่งมีผลเสียมากกว่าการที่เด็กที่มีการเรียนรู้ในเกณฑ์ดี แต่ไม่ได้ถูกคัดเลือกให้อยู่ในห้องที่ดีมาก ผลการเรียนอาจอยู่ในเกณฑ์ดีมากในห้องดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลดีต่อทรรศนคติในเรื่องของการเรียนมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับว่าห้องที่รองลงมา ต้องไม่ใช่ห้องที่เกเร ไม่ตั้งใจเรียน ซึ่งทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะกับการเรียนรู้ด้วย

Tags : , , , , , , , , , , | add comments

พร้อม..เริ่ม!

Posted by malinee on Tuesday Aug 16, 2016 Under กิจกรรม

การซ้อมของขุนพลตัวน้อยที่เป็นตัวแทนของสถาบัน ไปร่วมแข่งขันคณิตคิดเร็วชิงแชมป์ประเทศไทย..เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะค่ะ..แล้วพบกันที่สนามแข่ง..13912451_953161334812054_4588098668136315775_n

Tags : , , , , , , , , | add comments

15191232-cartoon-podium-zwyciezcow---ilustracji-wektorowych          ควันหลงหลังจากประกาศผลการสอบกลางภาค ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสียต่อเด็กในแต่ละกลุ่ม

เรามาพิจารณาถึงผลดีก่อน เด็กในกลุ่มที่ส่งสัญญานการต้องการความช่วยเหลือ ผู้ปกครองในกลุ่มนี้ควรจะไม่ควรจะละเลยสัญญานที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือโดยการกำจัดสิ่งที่ยังติดค้าง หรือความไม่เข้าใจให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เขาได้ก้าวเดินต่อไปในระดับที่ยากขึ้น อย่าปล่อยให้เด็กเก็บสะสมความความไม่เข้าใจมากขึ้นจนไม่สามารถแก้ไขได้

ส่วนกลุ่มที่ส่งผลเสีย ก็ได้แก่ กลุ่มที่มักนำผลการเรียนของบุตรหลานไปเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมชั้น การเปรียบเทียบกันในชั้นเรียนไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การเปรียบเทียบในกลุ่มดังกล่าวมักต้องการให้บุตรหลานของตนเองไม่เพียงแต่อยู่ในระดับต้นๆ เท่านั้น แต่ต้องการให้บุตรหลานเป็นที่หนึ่งตลอดเวลา ซึ่งในการสอบแต่ละครั้ง ไม่เพียงแต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว ยังรวมถึงความพร้อมในเรื่องของสมาธิในวันนั้น ๆ ด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในเด็กกลุ่มนี้คือ การถูกส่งไปเรียนในสถาบันต่างๆ อย่างหนัก เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่หนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการ แต่เมื่อใดที่ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เด็กๆ ก็จะต้องถูกเปลี่ยนที่เรียนหรือเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเหล่านั้นขาดความสดใส ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เนื่องจากถูกป้อนความรู้จนเคยชิน จนกลายเป็นการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่มีความพยายามทำสิ่งต่างๆ ไม่กล้าลองผิดลองถูกในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้คือ การต่อต้านการเรียนอย่างเงียบๆ มีหน้าที่ไปเรียน แต่ไม่ได้ตั้งใจ หรือมีสมาธิอยู่กับการเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนใดๆ

ดังนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เราผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองควรเปลี่ยนทรรศนคติที่ต้องการให้บุตรหลานเป็นที่หนึ่ง มาร่วมกันปลูกฝังให้เขาได้ตระหนักและรู้จักทำหน้าที่ในเรื่องการเรียนให้ดีที่สุด น่าจะทำให้เขามีความทรงจำที่มีความสุขในช่วงวัยเรียนของเขาตลอดไป

ครูจา

Tags : , , , , , , , , , | add comments

A_Confused_Boy_Taking_a_Test_Royalty_Free_Clipart_Picture_081205-164540-318018            หลังจากเปิดเรียนไปจนมาถึงช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผ่านการสอบกลางภาคแล้วของหลายๆ โรงเรียน มีการประกาศผลการสอบแล้ว การประกาศผลการสอบมีผล 2 แง่ ถ้าในแง่ดีก็คือเป็นการแจ้งให้ผู้ปกครองได้รับทราบและปรับปรุงแก้ไขปัญหาของบุตรหลานที่ไม่เข้าใจเนื้อหา แต่ในทางตรงกันข้ามหากพ่อแม่ผู้ปกครอง พยายามให้บุตรหลานของตนแข่งขันกับเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งหากเป็นการกระตุ้นให้เด็กเกิดความท้าทายและหาวิธีการเรียนรู้ต่างๆ ให้มากขึ้น แต่การแข่งขันที่เกิดขึ้นมักไม่เป็นเช่นนั้น การแข่งขันดังกล่าวมักส่งผลกระทบทำให้เด็กต้องถูกขับเคี่ยวให้อ่านหนังสือ หรือเรียนพิเศษเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เกิดความเครียด บางกรณีเด็กจะไม่กล้าพูดความจริงในเรื่องของการเรียน กรณีที่แย่ที่สุดคือการต่อต้านการเรียนในทุกๆวิชาได้

หากเป็นเช่นนั้นการแข่งขันกันในชั้นเรียนมักส่งผลในด้านลบกับเด็กมากที่สุด ดังนั้นหากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องการให้บุตรหลานเกิดความเครียดจนต่อต้านการเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปลี่ยนทรรศนคติที่จะนำบุตรหลานไปเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับเด็กในวัยเดียวกัน เป็นการพัฒนาตนเองน่าจะดีกว่า

ครูจา

Tags : , , , , , , , | add comments

www-St-Takla-org--Men-02-Running-Competition            เนื่องจากช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี จะเป็นช่วงของการสอบคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกเข้าชั้น ป.1 , ม.1 หรือแม้กระทั่งการสอบเข้า ม.4 ของโรงเรียนทั้งประเทศ เนื่องจากเคยเขียนบทความถึงการสอบเข้าชั้น ป.1 มาแล้ว ครั้งนี้จึงขอเก็บตกการสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.1 ในโรงเรียนต่างๆ

การสอบคัดเลือกเข้าชั้น ม.1 นั้นโดยปกติก็แยกออกเป็น 2 รอบคือรอบแรกเป็นการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนในห้องเด็กพิเศษ หรือ gifted  และในรอบของการสอบคัดเลือกแบบธรรมดา ในช่วงปลายเดือนนี้

การสอบในรอบคัดเลือกเข้าห้อง gifted ของโรงเรียนส่วนใหญ่ การสอบจะมีเพียง 3 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ ซึ่งการออกข้อสอบของโรงเรียนส่วนใหญ่จะใช้ข้อสอบส่วนใหญ่จะต้องใช้ความรู้ขั้นพื้นฐานถึง ม.3 เด็กที่มีความสามารถผ่านเข้าเรียนได้ ก็จะเป็นเด็กที่มีการเตรียมตัวเรียนล่วงหน้า และทำข้อสอบมาเป็นปีๆ ซึ่งโรงเรียนจะได้เด็กที่มีการเตรียมตัวเรียนล่วงหน้าอยู่แล้ว ส่วนเด็กที่เรียนอยู่ในระดับดีตามระดับชั้นที่เรียนก็จะพลาดโอกาสไป นี่คือแนวการศึกษาแบบประเทศไทย นั่นคือ ใครที่เรียนรู้ก่อนจะได้เปรียบ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่เรียนรู้ตามระดับจะไม่เก่ง

การสอบคัดเลือกในรอบปกติ จะมีการสอบวิชาหลัก 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย สังคม ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ข้อสอบในชุดดังกล่าวจะมีข้อสอบส่วนใหญ่ที่ใช้จะใช้ความรู้พื้นฐานที่เรียนมามากกว่า ดังนั้นหากพ่อแม่ผู้ปกครองมีจุดมุ่งหมายให้บุตรหลานสอบคัดเลือกเข้าในรอบ gifted หรือโรงเรียนกระแสต่างๆ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้ากันเป็น ปี 2 ปีเลยทีเดียว

ครูจา

Tags : , , , , , , | add comments

ติดภาพบรรยากาศการแข่งขันจินตคณิตคิดไว เมื่อวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 มาให้ดูกัน เราจะเห็นความมุ่งมั่นของเด็กกลุ่มใหญ่ และความเอาจริงเอาจังของเขาเหล่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นได้ต้องขอขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองที่พาบุตรหลานเข้าร่วมการแข่งขัน และฝึกซ้อมเด็กๆ จนเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังต้องขอบคุณเด็กตัวน้อยทุกๆ คนที่ตั้งอกตั้งใจ และทำให้ดีที่สุด และที่ขาดไม่ได้ก็คือผู้จัดการแข่งขัน ที่ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสได้แสดงฝีมือของเขาออกมา

นอกจากนี้แล้ว ขอแสดงความยินดีกับเด็กๆ ที่ได้รับรางวัลทุกๆคน แต่น้องๆ ที่ไม่ได้รับรางวัลไม่ได้หมายความว่าน้องๆ ไม่มีความสามารถ เพียงแต่ในการแข่งขันมีปัจจัยต่างๆ มากมาย นอกจากสมาธิในการแข่งขัน แล้วยังอาจเกี่ยวกับประสบการณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันด้วย เช่นอาจตื่นสนาม หรือไม่เคยถูกฝึกมาภายใต้ภาวะที่กดดันในเรื่องเวลา และรางวัลก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่า เด็กคนนั้นไม่มีความสามารถ เพียงแต่ความพร้อมยังน้อยกว่าคู่ต่อสู้เท่านั้นเอง ปีหน้าฟ้าใหม่น้อง ๆ อาจมีความพร้อมมากขึ้น แล้วเก็บเหรียญรางวัลในคราวต่อๆ ไปก็เป็นได้ขอเป็นกำลังใจให้เด็กทุกๆ คน ให้มีความมุมานะในการเรียนรู้ในทุกๆ วิชาที่เรียนค่ะ

ครูจา

Tags : , , , | add comments