Jun
19
2012

KidDSquare.com ออกรายการ Talk about kids เรื่อง ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด

KidDSquare.com ได้รับเชิญจาก KidscoveryTV รายการในเครือ รักลูกกรุ๊ป เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง “ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด” เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 ดำเนินรายการโดยคุณทวีรัตน์ จิรดิลก และผู้ร่วมรายการคือ ครูจา และ ครูอู๊ด จาก KidDSquare.com  คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองท่านใดสนใจหรือต้องการทราบรายละเอียดว่า จินตคณิตคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับเด็กๆ   เรียนกันแบบไหน แนะนำให้ดูจนจบ พิธีกรถามได้ละเอียดและเข้าใจดีมากครับ

ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 1/4

ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 2/4 


ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 3/4


ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 4/4

Jun
29
2010

การเรียนจินตคณิตโดยใช้ลูกคิด

จินตคณิตคืออะไร

จินตคณิตโดยลูกคิด คือการใช้ลูกคิดเป็นอุปกรณ์ในการเรียนรู้

เรียนจินตคณิตมีประโยชน์อย่างไร

ในการเรียนจินตคณิตนั้นจุดประสงค์หลักไม่ได้ให้เด็กนั้นสามารถคิดเลขได้เร็วและถูกต้อง แต่เป็นการเรียนโดยใช้ลูกคิดเป็นสื่อกลางในการบังคับใช้สมองทั้งสองซีก ซึ่งผลพลอยได้จากการเรียนคือ

  • การเข้าใจเรื่องจำนวนและตัวเลข เนื่องจากลูกคิดแต่ละแกนจะแทนค่าประจำหลักในแต่ละหลัก
  • การคิดเลขที่ถูกต้องและแม่นยำ ทั้งการบวก ลบ คูณ หาร และนอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กที่เพิ่งเริ่มท่องสูตรคูณสามารถท่องจำได้อย่างแม่นยำ  มีผลการวิจัยทางสมองหลาย ๆ งานพบว่าศักยภาพสมองของเด็กนั้นมีไม่จำกัด แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ปล่อยโอกาสของวัยนี้ โดยไม่ได้มีการส่งเสริมศักยภาพของวัยนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุให้พลาดโอกาสในวัยทองนี้ไป

ฟังก์ชั่นของสมอง

สมองของมนุษย์ประกอบด้วยกันอยู่ 2 ซึกนั่นคือ สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา เด็กประมาณ 95% จะใช้สมองซีกซ้ายเพียงซีกเดียว โดยขาดการใช้สมองซีกขวาซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของความฉลาด

หน้าที่ของสมองซีกซ้าย

  • การคิดวิเคราะห์ข้อมูล
  • ภาษา
  • การคำนวณ

หน้าที่ของสมองซีกขวา

  • การสังเคราะห์ข้อมูล
  • จินตนาการ
  • ความคิดสร้างสรรค์

สมองทั้งซีกซ้ายและขวานั้นจะมีการทำงานและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เป้าหมายของเราเพื่อกระตุ้นการใช้สมองทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การใช้สมองทั้งสองซีกของเด็กนั้นจึงเป็นศักยภาพที่แท้จริง แต่ ….    เราจะกระตุ้นการใช้สมองสองซีกพร้อม ๆ กันได้อย่างไร

การเรียนจินตคณิตโดยใช้ลูกคิดเป็นวิธีทางหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการใช้สมองสองซีกในเวลาเดียวกันได้ ในปัจจุบันการเรียนการสอนลูกคิดนั้นเราจะใช้ลูกคิดญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า “Soroban abacus” ซึ่งมีลูกคิดแถวบน 1 เม็ด และแถวล่าง 4 เม็ด การใช้ลูกคิดนี้สามารถปูพื้นความรู้เรื่องจำนวน การคำนวณให้แก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคำนวณด้วยวิธีการใช้ลูกคิดนั้นทำให้เด็กสามารถคำนวณตัวเลขได้ถึง 10 หลักและสามารถจินตนาการได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องคิดเลขด้วย

ในการใช้ลูกคิดของเด็กนั้น ในขณะที่เด็กใช้มือในการเคลื่อนเม็ดลูกคิดนั้นจะเกิดการประสานระหว่างมือกับการกระตุ้นเซลสมอง เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ของสมองทั้งหมด

นอกจากเรื่องการคำนวณแล้วการเรียนลูกคิดยังสามารถเพิ่มศักยภาพด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้อีกด้วย

  • ทำให้เด็กมีสมาธิ
  • เพิ่มศักยภาพของการจำ
  • ทำให้เด็กสามารถฟังและอ่านเร็วขึ้น

ในประเทศญี่ปุ่น นักการศึกษายังคงเชื่อมันกับการใช้ลูกคิดเพื่อช่วยเด็กพัฒนาการคิดเลขเร็ว ซึ่งมีส่วนช่วยให้

  • เด็กเข้าใจระบบตัวเลขฐาน 10 และค่าประจำหลัก
  • เข้าใจถึงหลักการยืม และการทดในการคิดคำนวณ

โรงเรียนในเอเชียหลาย ๆ โรงยังนิยมนำลูกคิดเข้าร่วมในหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถม 4 ซึ่งพบว่าเด็กทิ่เริ่มการเรียนการสอนด้วยลูกคิดก่อนการเรียนแบบเก่าจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความสับสนกับการคิดเลขแบบปกติ แต่หากเด็กที่เริ่มการเรียนแบบปกติก่อน อาจต้องใช้เวลามากกว่าปกติเพื่อความเข้าใจในการใช้ลูกคิด

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ:

  1. ลูกคิดคืออะไร?
  2. การใช้ลูกคิดแตกต่างอย่างไรกับการใช้เครื่องคิดเลข?
  3. การเรียนลูกคิดมีข้อดีอย่างไร?
  4. อายุเท่าใดจึงเป็นอายุที่ดีที่สุดที่เริ่มเรียน?
  5. ลูกคิดมีกระบวนการคิดที่แตกต่างอย่างไรกับการคิดคำนวณที่สอนในโรงเรียนโดยทั่วไป?
  6. วิธีการใช้ลูกคิดทำให้เด็กสับสนกับการคิดคำนวณที่โรงเรียนหรือไม่ ?

ลูกคิดคืออะไร

ลูกคิดคืออุปกรณ์ที่คิดโดยประเทศจีนเมื่อ 2000 ปีที่แล้วเพื่อการคิดคำนวณ

การใช้ลูกคิดแตกต่างอย่างไรกับการใช้เครื่องคิดเลข?
การใช้เครื่องคิดเลขนั้นเด็ก ๆ เพียงใส่ข้อมูลลงในเครื่องแล้วให้เครื่องคำนวณออกมา แต่การใช้ลูกคิดนั้นเด็กจะต้องแปลงตัวเลขเพื่อดีดลงบนลูกคิดจนได้คำตอบออกมา หลังจากการดีดลูกคิดจนเกิดความชำนาญ เด็ก ๆ จะถูกฝึกให้จินตนาการในสมองซีกขวาได้อย่างแม่นยำ

การเรียนจินตคณิตด้วยการใช้ลูกคิดมีข้อได้เปรียบอย่างไร
ในประเทศญี่ปุ่นนักการศึกษายังสนับสนุนให้มีการเรียนการสอนลูกคิดในโรงเรียนเพื่อช่วยพัฒนาสมองส่วนของการคิดเลขเร็วหรือการจินตนาการ ซึ่งทำให้เด็กสามารถเข้าใจในระบบตัวเลข โดยเฉพาะในระบบตัวเลขฐาน 10 ซึ่งรวมถึงการเข้าใจในการยืมและการทด ความเข้าใจในคู่ 5 และคู่ 10

การเรียนจินตคณิตมีประโยชน์อย่างไรต่อเด็ก
การเรียนการคิดคำนวณด้วยลูกคิดนั้นจะช่วย…

  • ทำให้เด็กมีความมั่นใจในเรื่องการทำคณิตศาสตร์มากขึ้น
  • พัฒนาความสามารถในการคิดคณิตคิดเร็ว
  • ฝึกให้มีการคิดโดยอัตโนมัติ
  • เพิ่มการจินตนาการ
  • เพิ่มความสามารถในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์
  • เพิ่ม/ฝึก สมาธิ

ช่วงวัยใดที่เหมาะในการเริ่มเรียนจินตคณิต
ไม่มีงานวิจัยใดสนับสนุนหรือระบุช่วงวัยที่แน่นอนในการเรียน แต่โดยส่วนใหญ่เด็กจะเรี่มเรียนในวัยอนุบาลจนถึงชั้นประถมปีที่ 4

การเรียนลูกคิดต่างจากการคำนวณแบบปกติอย่างไร
การคิดคำนวณโดยการใช้ลูกคิดนั้นจะมีการตีค่าของตัวเลขออกมาเป็นเม็ดลูกคิด ซึ่งต่างจากการคำนวณแบบปกติที่มีการคำนวณเป็นค่าตัวเลขที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นผลให้สามารถสร้างภาพขึ้นได้บนสมองซีกขวา และยังเป็นผลต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดการคำนวณที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ

การเรียนลูกคิดก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือสับสนกับการเรียนในแบบปกติที่โรงเรียนหรือไม่?
โดยปกติเด็กที่เริ่มการเรียนลูกคิดก่อนที่จะคิดคำนวณคล่องนั้น มักไม่พบปัญหาและยังทำให้เด็กนั้นสามารถคำนวณได้ทั้ง 2 ระบบ แต่ในเด็กที่เริ่มเรียนหลังจากที่มีการคิดคำนวณจนคล่องแล้วนั้นมักต้องใช้เวลาในการเรียนที่ยากลำบากในช่วงแรก เนื่องจากการใช้ลูกคิดในช่วงแรกจะทำให้เด็กมีความรู้สึกยุ่งยากกว่าการคิดคำนวณแบบปกติ แต่หลังจากการใช้ลูกคิดจนคล่องก็จะสามารถสร้างจินตนาการขึ้นที่สมองซีกขวาได้เหมือนกัน

Sep
14
2014

อัจฉริยภาพสร้างและทำลายได้

clip_art_girl

ในการเรียนไม่ว่าจะอยู่ในระดับชั้นใด วิชาคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นมีการทดสอบอัจฉริยภาพกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึง 6 ขวบ หลังจากทดสอบอัจฉริยภาพกันแล้วก็จะมีการมุ่งเน้นในด้านของอัจฉริยภาพในตัวเด็กอย่างเต็มที่ ซึ่งอัจฉริยภาพที่ทดสอบก็มีหลายด้าน และอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ด้านนั้น

การที่เด็กมีอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์นั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองให้ความสำคัญและมีการสนับสนุนก็จะทำให้การเรียนของเด็กมีผลสัมฤทธิ์ที่ดี แต่หากไม่ได้รับการสนับสนุน เขาก็จะเรียนได้ตามศักยภาพที่มีอัจฉริยภาพของตัวเขาอยู่ แต่อัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์นั้น ไม่ได้มีกันทุกคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เด็กที่ไม่มีอัจฉริยภาพไม่สามารถเรียนรู้ได้ เพียงแต่เด็กที่ไม่มีอัจฉริยภาพ จำเป็นต้องมีครูฝึกที่ดี ร่วมกับการมีวินัยในการฝึกฝน ซึ่งครูฝึก ณ ที่นี้หมายถึง ครูผู้สอน เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจในเนื้อหา แล้วยังรวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีหน้าที่ในการฝึกซ้อมให้เด็กๆ ได้มีทักษะทางคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้นได้ ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า “พรแสวงฝึกได้” หรือคำว่า “อัจฉริยสร้างได้” เพียงแต่การไม่มีอัจฉริยภาพนั้นทำให้เด็กต้องมีวินัยในการฝึกปรือมากกว่าเท่านั้นเอง

แต่ในทางกลับกันพ่อแม่ผู้ปกครองในยุคปัจจุบัน นอกจากจะไม่ส่งเสริมอัจฉริยภาพหรือการฝึกฝนให้กับเด็กๆ ยังทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงด้วยการปล่อยปละละเลย ปล่อยให้เด็กขาดวินัย แม้แต่การทำการบ้านเลยทีเดียว แบบนี้ถึงตัวเด็กที่มีอัจฉริยภาพได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม อัจฉริยภาพไม่ว่าจะด้านใด ก็สามารถที่จะลดลงและหายไปในที่สุด

ครูจา

Sep
7
2014

การบ้าน… เรื่องปวดหัวระดับชาติ

5326158-homework-frustration            ข่าวล่ามาแรงเรื่องการรับจ้างทำการบ้านผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งหากตามข่าวกันจริงๆ แล้ว การรับจ้างทำงานทั้งการบ้านและงานวิจัยต่างๆ มีมานานแล้ว และมีอยู่มากมายหลากหลายเจ้าให้เลือก แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ อายุที่น้อยลงของการว่าจ้าง ตอนนี้ไม่ใช่การว่าจ้างในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว แต่เป็นการว่าจ้างในระดับเด็กประถม ถึงมัธยม

หากใครได้สัมผัสกับ เด็กๆ หรือเยาวชนในยุคปัจจุบันบ่อยๆ จะพอทราบว่ากระแสสังคมในยุคดิจิตอลนั้นค่อนข้างก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของความอดทน ความพยายามในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง นอกจากนี้เด็กในยุคปัจจุบันยังมีแนวโน้มของการเป็นสมาธิสั้น หรือขาดความสนใจในทุกๆ เรื่อง จนกลายเป็นเด็กเฉื่อยในที่สุด หลายๆ คนคงสงสัยว่ามันเกี่ยวกันอย่างไรกับเรื่องของการบ้านที่เป็นที่ฮือฮากันในปัจจุบัน ผลของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้คนเกิดความสะดวกสบาย จนไม่มีความอดทนพอที่จะรออะไรที่ต้องใช้เวลา เด็กๆ ก็จะซึมซับพฤติกรรมดังกล่าวจากสิ่งแวดล้อมที่เร่งรีบ จนกลายเป็นนิสัย จนอาจเกิดเป็นเด็กสมาธิสั้น ที่ไม่สามารถอยู่นิ่งๆ หรือมีสมาธิในการทำงานแต่ละชิ้น (ซึ่งเกิดเนื่องมาจากการเลี้ยงดู) หรือเด็กอีกกลุ่มที่พ่อแม่ ดูแลเอาใจใส่แบบเกินร้อย จนทำให้เด็กไม่มีความกระตือรือร้นในการทำอะไรเลย ทุกอย่างเดี๋ยวก็มีคนจัดการให้ เขาทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ “รอ” ในที่สุดเด็กก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความพยายามในการเรียนรู้ หรือทำงานใดๆ เลย สาเหตุเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่ฝึกวินัยหรือความรับผิดชอบใดๆ เลย เขาก็จะไม่มีความรู้สึกเดือดร้อนกับการบ้านหรืองานที่ถูกมอบหมายมา แต่ผู้ที่จะกระวนกระวายคือตัวพ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องให้บุตรหลาน สะสมคะแนนเก็บจากงานต่างๆ จึงต้องหาทางออก โดยการทำให้ด้วยตนเอง หรือหากทำด้วยตนเองไม่ได้ ก็ต้องไปว่าจ้าง สุดท้ายสิ่งที่ตามมาคือ เด็กที่ไม่มีคุณภาพ (ที่มีปัจจัยหลักเกิดจากการเลี้ยงดูเป็นต้นเหตุ) แม้แต่สิ่งเดียวที่รับผิดชอบยังไม่สามารถทำให้ดีได้ ไม่ต้องพูดถึงอนาคตของเขาที่จะมาเป็นผู้ใหญ่ หรือ พ่อแม่ในรุ่นต่อไปเลย หากพ่อแม่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างวินัยให้กับบุตรหลาน ก็ต้องยอมรับกับผลที่ตามมา คือ เขาจะไม่สามารถรับผิดชอบอะไรเลยแม้แต่ตัวเขาเองไม่ว่าเขาจะอยู่วัยใดก็ตาม

ครูจา

Aug
31
2014

มาช่วยกันพาย….

canoe4            ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการสอบคัดเลือกเด็กนักเรียนเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนในเครือคาทอลิก คุณพ่อคุณแม่ ส่วนใหญ่ก็มีการวางแผนกันว่าจะส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนใด และมีการเตรียมตัวกันเป็นอย่างดี การเตรียมตัวของบุตรหลานที่คุณพ่อคุณแม่จัดสรรขึ้น เช่น การส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนในแนวของการเรียนที่ตรงกับในแนวของโรงเรียนในระดับประถมศึกษา ตัวอย่างเช่น หากเป็นโรงเรียนในแนวคาทอลิก ซึ่งเป็นโรงเรียนแบบเร่งเรียน คุณพ่อคุณแม่ ก็จะส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลแบบเร่งเรียน เร่งเขียน เร่งอ่าน เพื่อให้บุตรหลานปรับตัวได้เร็วที่สุด

การสอบแข่งขันกันนั้น โรงเรียนส่วนใหญ่มักดูความพร้อมของเด็ก เช่น การฟังคำสั่ง และการเข้าสังคม เนื่องจากเด็กๆ จะต้องก้าวเข้าสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้น โดยมีจำนวนครู : เด็ก ที่มีอัตราส่วนลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น จากอนุบาลที่มีอัตราส่วน ครู : นักเรียน = 1 : 15 อาจกลับกลายเป็น 1 :  40 – 50  คน ซึ่งแน่นอนเด็กจะต้องสามารถฟังคำสั่งครูประจำชั้น หรือประจำวิชาได้เป็นอย่างดี หากเด็กยังขาดความพร้อม ก็อาจไม่สามารถผ่านเกณฑ์เข้าไปได้ แต่หากเด็กที่มีเส้นสาย พอจะเข้าได้ ก็ส่งผลต่อตัวเด็กว่า อาจทำงานหรือฟังคำสั่งช้ากว่าเพื่อนในห้อง ซึ่งนั่นก็จะเป็นปัญหาการเรียนรู้ตามมา

นอกจากเรื่องของวุฒิภาวะแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ ความรู้พื้นฐาน ซึ่งปัญหาดังกล่าวมักเกิดกับการเรียนในระดับอนุบาลแบบบูรณาการ ที่มีการเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป (ซึ่งจะเหมาะกับโรงเรียนประถมในแบบเดียวกันมากกว่า) แต่เข้าสู่ระดับประถมในแนวโรงเรียนแบบเร่งเรียน ซึ่งปัญหาไม่ได้เกิดกับเด็กทุกๆ คน แต่มักเกิดปัญหากับเด็กที่ปรับตัวยาก ซึ่งมักใช้เวลาในการปรับตัวนาน พ่อแม่ต้องเป็นส่วนช่วยผลักดัน ให้กำลังใจ และคอยช่วยเหลือ (บ้าง) เพื่อให้เขาได้มีพัฒนาการไปพร้อมๆ กับเพื่อนในห้อง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ จะเกิดผลสำเร็จได้ หากคุณพ่อคุณแม่มีการวางแผนการเรียนของบุตรหลาน โดยพิจารณาข้อมูลต่างๆ อย่างรอบคอบ และเหนืออื่นใดคือศักยภาพของบุตรหลานด้วย นอกจากครูในโรงเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังมีส่วนที่จะสามารถดึงศักยภาพที่อยู่ในตัวเด็กออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด เปรียบเหมือนการพายเรือที่มี มือพาย 2 อันย่อมไปได้เร็วกว่าที่มีมือพายเพียงมือเดียว แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักผลักให้เรือจ้างทำหน้าที่พายเรือเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พ่อแม่ต้องเป็นพายมือหนึ่งที่คอยควบคุมทิศทางของเรือ ด้วยตนเอง มันน่าจะดีกว่าหากเราช่วยกัน เพื่ออนาคตของเขาเหล่านั้นต่อไป

ครูจา

Aug
24
2014

บรรยากาศการแข่งขัน

ติดภาพบรรยากาศการแข่งขันจินตคณิตคิดไว เมื่อวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 มาให้ดูกัน เราจะเห็นความมุ่งมั่นของเด็กกลุ่มใหญ่ และความเอาจริงเอาจังของเขาเหล่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นได้ต้องขอขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองที่พาบุตรหลานเข้าร่วมการแข่งขัน และฝึกซ้อมเด็กๆ จนเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังต้องขอบคุณเด็กตัวน้อยทุกๆ คนที่ตั้งอกตั้งใจ และทำให้ดีที่สุด และที่ขาดไม่ได้ก็คือผู้จัดการแข่งขัน ที่ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสได้แสดงฝีมือของเขาออกมา

นอกจากนี้แล้ว ขอแสดงความยินดีกับเด็กๆ ที่ได้รับรางวัลทุกๆคน แต่น้องๆ ที่ไม่ได้รับรางวัลไม่ได้หมายความว่าน้องๆ ไม่มีความสามารถ เพียงแต่ในการแข่งขันมีปัจจัยต่างๆ มากมาย นอกจากสมาธิในการแข่งขัน แล้วยังอาจเกี่ยวกับประสบการณ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันด้วย เช่นอาจตื่นสนาม หรือไม่เคยถูกฝึกมาภายใต้ภาวะที่กดดันในเรื่องเวลา และรางวัลก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่า เด็กคนนั้นไม่มีความสามารถ เพียงแต่ความพร้อมยังน้อยกว่าคู่ต่อสู้เท่านั้นเอง ปีหน้าฟ้าใหม่น้อง ๆ อาจมีความพร้อมมากขึ้น แล้วเก็บเหรียญรางวัลในคราวต่อๆ ไปก็เป็นได้ขอเป็นกำลังใจให้เด็กทุกๆ คน ให้มีความมุมานะในการเรียนรู้ในทุกๆ วิชาที่เรียนค่ะ

ครูจา

Aug
17
2014

เรียนแล้วสับสน??

images (4)            อีกครั้งกับข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการเรียนจินตคณิต หลายๆ ครั้งมักได้ยินว่าการเรียนจินตคณิตมักทำให้เด็กสับสนกับการเรียนในโรงเรียน หรือ กล่าวว่าการเรียนจินตคณิตไม่มีประโยชน์กับเด็กๆ ข้อสงสัยดังกล่าวอาจทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจผิด เนื่องจากการใช้ลูกคิดในการคิดคำนวณจะเริ่มจากหลักที่มากที่สุด เช่น หลักร้อย แล้วจึงดำเนินการต่อในหลักสิบ และหลักหน่วย ตามลำดับ ซึ่งต่างจากการเรียนในโรงเรียนที่มีการดำเนินการทางคณิตศาสตร์จากหลักที่เล็กที่สุดก่อน ซึ่งถ้าเป็นเด็กประถมต้น ก็จะเริ่มจากหลักหน่วย แล้วดำเนินการต่อไปยังหลักสิบ และหลักร้อยตามลำดับ

จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ ไม่ได้สร้างความสับสนในการคิดคำนวณคณิตศาสตร์ในโรงเรียนแต่อย่างใดเลย เนื่องจากหากเด็กสามารถจินตนาการได้ เขาจะสามารถคิดคำนวณโดยการใช้ลูกคิด (ในหัวของเขาเอง) โดยไม่ต้องมีการทดเลข (กรณีการบวกและการคูณ) หรือยืม (ในการลบ) แต่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ปกครองที่เห็นเด็กที่ใช้ลูกคิด จะต้องดำเนินการ (ทั้งการบวก ลบ คูณ หรือ หาร) จากหลักหน้าก่อนเสมอ ซึ่งตรงกันข้ามกับการเรียนในโรงเรียนในแบบปกติ แต่ไม่ว่าการคิดคำนวณในแบบใด ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ วิธีการเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว การใช้จินตนาการในการคิดคำนวณมักถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วกว่าการดำเนินการในแบบปกติด้วย หากเด็กๆ ที่เรียนจินตคณิตมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มักส่งผลให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับการเรียนในทุกๆ ด้านเช่นเดียวกัน แต่หากพ่อแม่ผู้ปกครองส่งบุตรหลานเรียน แต่ไม่ได้ให้การเอาใจใส่ และเรียนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ผลที่ได้รับก็ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก นั่นหมายความว่าผลสัมฤทธิ์ (ไม่ว่าจะการเรียนใดๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี หรือวิชาการ) แปรผันตรงกับความต่อเนื่องและการฝึกฝนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นหากต้องการให้บุตรหลานประสบผลสำเร็จ จึงจำเป็นต้องมีวินัยในการเรียน ต้องให้เวลา มีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

สุดท้ายนี้ หากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์ของเด็กๆ ที่เรียนจินตคณิต ก็สามารถเข้าไปแวะชมการแข่งขันจินตคณิตได้ ในช่วงเวลา 9:00  น. ที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ  วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 นี้คะ

ครูจา

Aug
10
2014

ทำไมไม่เรียนตามระดับ?

images (3)            พ่อแม่ ผู้ปกครอง เมื่อส่งบุตรหลานเรียนพิเศษ ย่อมหวังว่าบุตรหลานของตน ต้องเรียนอยู่ในระดับชั้น หรือมีความรู้เทียบเท่า และสามารถต่อยอดกับสถาบันต่างๆ ได้ทันที

หลายๆ วิชาอาจเป็นเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงของการเรียนคณิตศาสตร์ อาจไม่เป็นเช่นนั้น บางสถาบันที่เป็นการเรียนในกลุ่มใหญ่ จะไม่มีการทดสอบพื้นฐานความรู้ทางคณิตศาสตร์ สามารถเข้าไปเรียนในกลุ่มได้เลย ในการเรียนดังกล่าวจะไม่มีปัญหาใดๆ หากเด็กนั้นมีพื้นฐานความรู้ทางคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์ แต่หลายๆ คนที่มีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ไม่เป็นไปตามชั้นเรียน จะไม่สามารถเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนในกลุ่มใหญ่ เนื่องจากความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ในการต่อยอดความรู้ไม่เพียงพอ เช่น เด็กๆ จะเรียนเรื่องร้อยละได้ยาก หากไม่มีความเข้าใจ หรือความรู้พื้นฐานเรื่องเศษส่วน และทศนิยม หรือเด็กจะไม่สามารถเข้าใจเรื่องเศษส่วนได้ ถ้าเขาไม่มีความเข้าใจเรื่องการคูณการหาร นั่นเอง ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรติดตามความเข้าใจในบทเรียนของบุตรหลาน โดยการติดตามจากผลการสอบกลางภาค และการสอบย่อยต่างๆ

การเรียนอีกรูปแบบหนึ่ง คือการเรียนในแนวของการปูพื้นฐาน หลายๆ สถาบันเลือกที่จะมีการทดสอบความรู้พื้นฐาน หรือทักษะทางคณิตศาสตร์ก่อน ว่าเด็กอยู่ในระดับใด ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้ง เด็กถูกดันไปเรียนในระดับที่ยากกว่า หรือโตกว่าระดับชั้นจริง และในทางกลับกัน เด็กก็ต้องถูกลดระดับการเรียนลงเพื่อปรับพื้นฐานก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาในระดับจริงได้ ดังนั้นการเลือกสถานที่เรียน ต้องเลือกให้เหมาะกับความรู้พื้นฐานของบุตรหลานด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา และได้ประโยชน์สูงสุด

ครูจา

Aug
3
2014

เครื่องคิดเลขส่วนตัว

math-clip-art-kid-holding-calculator            มักมีข้อสงสัยมากมายกับการเรียนจินตคณิต คำถามหนึ่งที่มักถูกถามบ่อยๆ คือ เมื่อเลิกเรียนแล้วเด็กจะลืมไหม? สิ่งที่ต้องตั้งคำถามกลับไปก่อนที่จะตอบคำถามคือ เขาได้นำมันไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการเรียนคณิตศาสตร์บ้างหรือไม่ การเรียนจินตคณิตจนถึงขึ้นที่สามารถจินตนาการเป็นภาพลูกคิดได้นั้น เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด ในการเรียน แต่เมื่อเด็กเรียนจนสามารถจินตนาการได้คล่องแล้ว  ก็เปรียบเสมือนการพกเครื่องคิดเลขล่องหนในหัว ซึ่งไม่มีใครสามารถขโมยมันไปได้ แต่มันก็มีแนวโน้มที่จะเสื่อมได้ ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้แบตเตอร์รี่เครื่องคิดเลขเครื่องนี้ไม่เสื่อม หรืออยู่ทนได้ ก็คือการที่เด็กต้องใช้มันทุกๆ วัน เพื่อเป็นการเพิ่มทั้งความแม่นยำและความเร็วให้มากขึ้น แต่ในทางกลับกันหากคุณพ่อคุณแม่ ส่งให้บุตรหลานเรียนจินตคณิต แต่ไม่มีการเชื่อมโยง หรือประยุกต์ให้เด็กได้นำไปใช้ เขาก็จะไม่ได้มีการฝึกฝนแบบเป็นกิจวัตร มันจะทำให้หน่วยความจำในเครื่องลดลงและเสื่อมไปในที่สุด

ดังนั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการประโยชน์สูงสุดในการเรียน ซึ่งการเรียนจนิตคณิตเปรียบได้กับการติดอาวุธล่องหนให้กับบุตรหลานแล้ว เพียงแต่สอนวิธีใช้ในช่วงแรก เพื่อให้เขามีความมั่นใจ และเชื่อมความสัมพันธ์กันระหว่างจินตคณิตกับคณิตศาสตร์ เท่านี้ก็เป็นการติดอาวุธสมองให้เจ้าตัวน้อยได้แล้ว

ครูจา

Jul
27
2014

ถอดกรอบการเรียนคณิตศาสตร์

การเรียนของเด็กๆ นั้น วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่พ่อแม่ผู้ปกครองมักให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ นั่นอาจเกิดจากเหตุผลหลายประการ เช่น ตัวพ่อแม่ผู้ปกครองเองไม่ชอบคณิตศาสตร์ จึงไม่อยากให้บุตรหลานไม่ชอบคณิตศาสตร์เหมือนตนเอง หรืออาจเนื่องมาจากพ่อแม่ผู้ปกครองเห็นว่าหากเด็กๆ ไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ จะส่งผลระยะยาวจนเขาโตขึ้น โอกาสในการเลือกเรียนนสาขาวิชาต่างๆ ก็จะน้อยลงด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายๆ ครอบครัวจึงปูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ปฐมวัย บางครอบครัวก็เลือกวิธีที่จะสอนเอง โดยใช้สิ่งของเป็นสื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายๆ ครอบครัวใช้วิธีการส่งบุตรหลานเรียน หลายครั้งที่เด็กๆ ทำแบบฝึกหัดแบบซ้ำเดิม จนในที่สุดเด็กจำได้ เมื่อเห็นตัวเลขก็สามารถตอบได้ทันที การเรียนในแบบดังกล่าวให้ผลทั้งสองด้านกับเด็ก คือเด็กจะมีความมั่นใจและชอบคณิตศาสตร์มากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม การเรียนโดยวิธีการใช้ความจำไม่เหมาะกับการเรียนคณิตศาสตร์ เนื่องจากเมื่อเด็กเจอตัวเลขที่พลิกแพลงไม่ตายตัว เขาก็อาจจะติดอยู่ในกรอบของการจำจนทำไม่ได้ เช่น หากมีการให้ใส่ตัวเลข อะไรก็ได้ที่มีผลลัพธ์เป็น 5 หากเด็กรู้จักเพียงแค่ 4 + 1 แล้ว เขาจะได้เพียงคำตอบเดียว  ซึ่งหลายๆ ครั้งที่คณิตศาสตร์ไม่ได้ต้องการเพียงคำตอบเดียว การเรียนคณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาท่องจำเหมือนวิชาประวัติศาสตร์ (เนื่องจากประวัติศาสตร์เป็นบันทึกความจริงที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้) ส่วนการเรียนคณิตศาสตร์ เมื่อเรียนขึ้นไปจนถึงชั้นมัธยม การเรียนคณิตศาสตร์จะเป็นการเรียนในขั้นที่สูงขึ้น ซึ่งต้องใช้จินตนาการและความเข้าใจมากขึ้นในการเรียน เด็กที่ถูกฝึกให้คิดอยู่ในกรอบ จะมีแบบและวิธีคิดแก้ไขปัญหาคณิตศาสตร์ได้ค่อนข้างจำกัดจนในที่สุดความมั่นใจและความชอบคณิตศาสตร์ก็จะลดลง หากเป็นเช่นนี้ มันคงจะดีกว่าหากเราไม่ใส่กรอบในการเรียนคณิตศาสตร์

ครูจา

Jul
20
2014

เป็นโค้ช..ดีกว่ามั้ย?

Boy_Learning_To_Play_Cricket_with_a_Coach_Royalty_Free_Clipart_Picture_100131-179300-669042หลังจากเปิดภาคเรียนกันมาระยะหนึ่ง ช่วงนี้เป็นช่วงของการเข้าสู่ฤดูสอบกลางภาค หลายๆ ครอบครัวจะเตรียมตัวบุตรหลานอย่างขะมักเขม้น เพื่อให้เด็กๆ ได้ทบทวนบทเรียน ซึ่งในแต่ละครอบครัวก็จะมีแนวคิดที่แตกต่างกัน บางครอบครัว ก็จะปล่อยให้เด็กๆ เรียนรู้หรืออ่านหนังสือด้วยตนเอง แต่หลายๆ ครอบครัว พ่อแม่จะเป็นผู้ย่อยและคัดกรองเนื้อหาต่างๆ ให้กับบุตรหลาน เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนที่ดี

แนวทางแบบใดที่ดีกว่า หากมองกันจริงๆ การเรียนในบางวิชา เช่น คณิตศาสตร์ ก็เหมือนกับการฝึกให้เด็กมีความมุมานะ พยายาม ในการแก้ปัญหา หากเพียงเรื่องเรียนซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเด็กๆ ยังไม่สามารถที่จะทำได้ เราก็ต้องตั้งคำถามก่อนว่าเราจะสามารถช่วยเขาได้ถึงเมื่อไร และหลังจากที่เราไม่ช่วยเขาแล้ว เขาจะสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเองเมื่อใด หากเป็นเช่นนี้ ทำไมเราไม่ใช้วิธีที่ค่อยๆ ปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ลองผิดลองถูก เหมือนกับการเดิน ก่อนการเดินเขาจะต้องเรียนรู้ที่จะคืบ คลานและตั้งไข่ตามลำดับ คงไม่มีใครที่ไม่ผ่านกระบวนการดังกล่าวหรือข้ามขั้นใดขั้นหนึ่งไปได้ การเรียนก็เช่นกัน หากเราทำหน้าที่เป็นโค้ชที่คอยแนะนำ ให้กำลังใจ อยู่ข้างสนามเพื่อคอยชี้นำหรือแนะวิธีการที่ถูกต้องก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เขาได้มุมานะ พยายามด้วยความสามารถของตนเอง ไม่เคยมีโค้ชคนไหนเข้าไปเล่นแทนนักกีฬาเลย โค้ชมีหน้าที่เพียงชี้แนะและฝึกหัดให้มีข้อด้อย น้อยที่สุดเท่านั้น เช่นเดียวกับพ่อแม่ที่คอบชี้แนะ ให้เขาได้ลองผิดลองถูกและสร้างกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง ซักวันเขาก็จะกลายเป็นนักเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดในที่สุด

ครูจา

Jul
13
2014

มาเปิดหู เปิดตากัน

IMG_2404            นับถอยหลังจากนี้ไปอีก 5 สัปดาห์ จะมีการจัดการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ของ PAMA Thailand ซึ่งประกาศรับสมัครทั้งบุคคลทั่วไป และสำหรับเด็กตามวัย ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557 นี้ หากท่านผู้ปกครองมีความสนใจ สามารถส่งบุตรหลานเข้าร่วมการแข่งขันได้

ในการแข่งขันคณิตคิดเร็วนั้น ไม่จำเป็นว่าเด็กจะต้องเรียนจินตคณิตมาถึงจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ แต่ในความเป็นจริงคือ แนวการแข่งขันในรูปแบบนี้ เหมาะสำหรับเด็กที่ถูกฝึกมาให้คิดแบบต่อเนื่อง โดยไม่ใช้วิธีการจับคู่คิดในใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีดังกล่าวใช้ไม่ได้ เนื่องจากการแข่งขันดังกล่าวทางคณะกรรมการจะใช้ความเร็วและ ความถูกต้องแม่นยำ เป็นตัวตัดสินการแพ้ชนะ แต่หากต้องการเปิดหูเปิดตา พ่อแม่ผู้ปกครองก็สามารถพาบุตรหลานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและจะได้พบกับกลุ่มเด็กๆ ที่เรียนจินตคณิตที่มีประสิทธิผล  เด็กนับร้อย ที่ใช้วิธีการคิดเลขแบบจินตคณิต เพียงชั่วพริบตาก็สามารถหาคำตอบได้เป็นสิบๆ ข้อ

ทางสถาบันก็มีการจัดการซ้อมเพื่อส่งเด็ก ๆเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อให้เด็กๆ ได้พบกับกลุ่มเพื่อนที่ใช้วิธีการคิดเลขในแบบเดียวกัน ได้มีประสบการณ์ของการแข่งขัน โดยมีความตั้งใจ และ มุ่งมั่นในการฝึกซ้อม ต้องขอขอบพระคุณ คุณพ่อคุณแม่ ที่เสียสละเวลาอันมีค่า เพื่อสร้างความมุมานะให้กับบุตรหลานด้วยคะ

ครูจา