Jun
19
2012

KidDSquare.com ออกรายการ Talk about kids เรื่อง ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด

KidDSquare.com ได้รับเชิญจาก KidscoveryTV รายการในเครือ รักลูกกรุ๊ป เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง “ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด” เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 ดำเนินรายการโดยคุณทวีรัตน์ จิรดิลก และผู้ร่วมรายการคือ ครูจา และ ครูอู๊ด จาก KidDSquare.com  คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองท่านใดสนใจหรือต้องการทราบรายละเอียดว่า จินตคณิตคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับเด็กๆ   เรียนกันแบบไหน แนะนำให้ดูจนจบ พิธีกรถามได้ละเอียดและเข้าใจดีมากครับ

ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 1/4

ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 2/4 


ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 3/4


ฝึกจินตคณิตด้วยลูกคิด 4/4

Jun
29
2010

การเรียนจินตคณิตโดยใช้ลูกคิด

จินตคณิตคืออะไร

จินตคณิตโดยลูกคิด คือการใช้ลูกคิดเป็นอุปกรณ์ในการเรียนรู้

เรียนจินตคณิตมีประโยชน์อย่างไร

ในการเรียนจินตคณิตนั้นจุดประสงค์หลักไม่ได้ให้เด็กนั้นสามารถคิดเลขได้เร็วและถูกต้อง แต่เป็นการเรียนโดยใช้ลูกคิดเป็นสื่อกลางในการบังคับใช้สมองทั้งสองซีก ซึ่งผลพลอยได้จากการเรียนคือ

  • การเข้าใจเรื่องจำนวนและตัวเลข เนื่องจากลูกคิดแต่ละแกนจะแทนค่าประจำหลักในแต่ละหลัก
  • การคิดเลขที่ถูกต้องและแม่นยำ ทั้งการบวก ลบ คูณ หาร และนอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กที่เพิ่งเริ่มท่องสูตรคูณสามารถท่องจำได้อย่างแม่นยำ  มีผลการวิจัยทางสมองหลาย ๆ งานพบว่าศักยภาพสมองของเด็กนั้นมีไม่จำกัด แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ปล่อยโอกาสของวัยนี้ โดยไม่ได้มีการส่งเสริมศักยภาพของวัยนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุให้พลาดโอกาสในวัยทองนี้ไป

ฟังก์ชั่นของสมอง

สมองของมนุษย์ประกอบด้วยกันอยู่ 2 ซึกนั่นคือ สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา เด็กประมาณ 95% จะใช้สมองซีกซ้ายเพียงซีกเดียว โดยขาดการใช้สมองซีกขวาซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของความฉลาด

หน้าที่ของสมองซีกซ้าย

  • การคิดวิเคราะห์ข้อมูล
  • ภาษา
  • การคำนวณ

หน้าที่ของสมองซีกขวา

  • การสังเคราะห์ข้อมูล
  • จินตนาการ
  • ความคิดสร้างสรรค์

สมองทั้งซีกซ้ายและขวานั้นจะมีการทำงานและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เป้าหมายของเราเพื่อกระตุ้นการใช้สมองทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การใช้สมองทั้งสองซีกของเด็กนั้นจึงเป็นศักยภาพที่แท้จริง แต่ ….    เราจะกระตุ้นการใช้สมองสองซีกพร้อม ๆ กันได้อย่างไร

การเรียนจินตคณิตโดยใช้ลูกคิดเป็นวิธีทางหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการใช้สมองสองซีกในเวลาเดียวกันได้ ในปัจจุบันการเรียนการสอนลูกคิดนั้นเราจะใช้ลูกคิดญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า “Soroban abacus” ซึ่งมีลูกคิดแถวบน 1 เม็ด และแถวล่าง 4 เม็ด การใช้ลูกคิดนี้สามารถปูพื้นความรู้เรื่องจำนวน การคำนวณให้แก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ การคำนวณด้วยวิธีการใช้ลูกคิดนั้นทำให้เด็กสามารถคำนวณตัวเลขได้ถึง 10 หลักและสามารถจินตนาการได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องคิดเลขด้วย

ในการใช้ลูกคิดของเด็กนั้น ในขณะที่เด็กใช้มือในการเคลื่อนเม็ดลูกคิดนั้นจะเกิดการประสานระหว่างมือกับการกระตุ้นเซลสมอง เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ของสมองทั้งหมด

นอกจากเรื่องการคำนวณแล้วการเรียนลูกคิดยังสามารถเพิ่มศักยภาพด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้อีกด้วย

  • ทำให้เด็กมีสมาธิ
  • เพิ่มศักยภาพของการจำ
  • ทำให้เด็กสามารถฟังและอ่านเร็วขึ้น

ในประเทศญี่ปุ่น นักการศึกษายังคงเชื่อมันกับการใช้ลูกคิดเพื่อช่วยเด็กพัฒนาการคิดเลขเร็ว ซึ่งมีส่วนช่วยให้

  • เด็กเข้าใจระบบตัวเลขฐาน 10 และค่าประจำหลัก
  • เข้าใจถึงหลักการยืม และการทดในการคิดคำนวณ

โรงเรียนในเอเชียหลาย ๆ โรงยังนิยมนำลูกคิดเข้าร่วมในหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถม 4 ซึ่งพบว่าเด็กทิ่เริ่มการเรียนการสอนด้วยลูกคิดก่อนการเรียนแบบเก่าจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความสับสนกับการคิดเลขแบบปกติ แต่หากเด็กที่เริ่มการเรียนแบบปกติก่อน อาจต้องใช้เวลามากกว่าปกติเพื่อความเข้าใจในการใช้ลูกคิด

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ:

  1. ลูกคิดคืออะไร?
  2. การใช้ลูกคิดแตกต่างอย่างไรกับการใช้เครื่องคิดเลข?
  3. การเรียนลูกคิดมีข้อดีอย่างไร?
  4. อายุเท่าใดจึงเป็นอายุที่ดีที่สุดที่เริ่มเรียน?
  5. ลูกคิดมีกระบวนการคิดที่แตกต่างอย่างไรกับการคิดคำนวณที่สอนในโรงเรียนโดยทั่วไป?
  6. วิธีการใช้ลูกคิดทำให้เด็กสับสนกับการคิดคำนวณที่โรงเรียนหรือไม่ ?

ลูกคิดคืออะไร

ลูกคิดคืออุปกรณ์ที่คิดโดยประเทศจีนเมื่อ 2000 ปีที่แล้วเพื่อการคิดคำนวณ

การใช้ลูกคิดแตกต่างอย่างไรกับการใช้เครื่องคิดเลข?
การใช้เครื่องคิดเลขนั้นเด็ก ๆ เพียงใส่ข้อมูลลงในเครื่องแล้วให้เครื่องคำนวณออกมา แต่การใช้ลูกคิดนั้นเด็กจะต้องแปลงตัวเลขเพื่อดีดลงบนลูกคิดจนได้คำตอบออกมา หลังจากการดีดลูกคิดจนเกิดความชำนาญ เด็ก ๆ จะถูกฝึกให้จินตนาการในสมองซีกขวาได้อย่างแม่นยำ

การเรียนจินตคณิตด้วยการใช้ลูกคิดมีข้อได้เปรียบอย่างไร
ในประเทศญี่ปุ่นนักการศึกษายังสนับสนุนให้มีการเรียนการสอนลูกคิดในโรงเรียนเพื่อช่วยพัฒนาสมองส่วนของการคิดเลขเร็วหรือการจินตนาการ ซึ่งทำให้เด็กสามารถเข้าใจในระบบตัวเลข โดยเฉพาะในระบบตัวเลขฐาน 10 ซึ่งรวมถึงการเข้าใจในการยืมและการทด ความเข้าใจในคู่ 5 และคู่ 10

การเรียนจินตคณิตมีประโยชน์อย่างไรต่อเด็ก
การเรียนการคิดคำนวณด้วยลูกคิดนั้นจะช่วย…

  • ทำให้เด็กมีความมั่นใจในเรื่องการทำคณิตศาสตร์มากขึ้น
  • พัฒนาความสามารถในการคิดคณิตคิดเร็ว
  • ฝึกให้มีการคิดโดยอัตโนมัติ
  • เพิ่มการจินตนาการ
  • เพิ่มความสามารถในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์
  • เพิ่ม/ฝึก สมาธิ

ช่วงวัยใดที่เหมาะในการเริ่มเรียนจินตคณิต
ไม่มีงานวิจัยใดสนับสนุนหรือระบุช่วงวัยที่แน่นอนในการเรียน แต่โดยส่วนใหญ่เด็กจะเรี่มเรียนในวัยอนุบาลจนถึงชั้นประถมปีที่ 4

การเรียนลูกคิดต่างจากการคำนวณแบบปกติอย่างไร
การคิดคำนวณโดยการใช้ลูกคิดนั้นจะมีการตีค่าของตัวเลขออกมาเป็นเม็ดลูกคิด ซึ่งต่างจากการคำนวณแบบปกติที่มีการคำนวณเป็นค่าตัวเลขที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นผลให้สามารถสร้างภาพขึ้นได้บนสมองซีกขวา และยังเป็นผลต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดการคำนวณที่มีความรวดเร็วและแม่นยำ

การเรียนลูกคิดก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือสับสนกับการเรียนในแบบปกติที่โรงเรียนหรือไม่?
โดยปกติเด็กที่เริ่มการเรียนลูกคิดก่อนที่จะคิดคำนวณคล่องนั้น มักไม่พบปัญหาและยังทำให้เด็กนั้นสามารถคำนวณได้ทั้ง 2 ระบบ แต่ในเด็กที่เริ่มเรียนหลังจากที่มีการคิดคำนวณจนคล่องแล้วนั้นมักต้องใช้เวลาในการเรียนที่ยากลำบากในช่วงแรก เนื่องจากการใช้ลูกคิดในช่วงแรกจะทำให้เด็กมีความรู้สึกยุ่งยากกว่าการคิดคำนวณแบบปกติ แต่หลังจากการใช้ลูกคิดจนคล่องก็จะสามารถสร้างจินตนาการขึ้นที่สมองซีกขวาได้เหมือนกัน

Jun
19
2016

อย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก

images (7)            สัปดาห์นี้เรามาคุยกันเรื่องการวางแผนการศึกษาของบุตรหลานกันดีกว่า การศึกษาของบ้านเรา (ไม่รวมถึงการศึกษาในแนวของโรงเรียนนานาชาติ) จะมีการแบ่งช่วงชั้นที่ชัดเจน ได้แก่ อนุบาล , ประถมศึกษา , มัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา

หากแยกกันตามลักษณะการเรียนรู้ ก็มีทั้งแนวบูรณาการ แนวเร่งเรียน แต่ถ้าแยกตามความเข้มข้นทางด้านภาษาก็จะมี 2 แนวหลักๆ คือ แนวที่ยังเป็นแบบปกติ และแนวที่มีการเรียนเน้นภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยการเพิ่มวิชาเรียนได้แก่ Math , Social และ Science ซึ่งหลักๆ จะกล่าวถึงการเลือกโรงเรียนให้กับบุตรหลานจะเลือกแนวทางของภาษาเป็นหลัก

ในการปรับตัวของบุตรหลานที่เปลี่ยนแนวทางการศึกษาจะส่งผลกระทบกับตัวเด็กไม่มากนั้ก หากช่วงเวลาในการเปลี่ยนแนวการศึกษาไม่เกินประถมต้น แต่หากบุตรหลานต้องเปลี่ยนแนวในช่วงตั้งแต่ประถมปลายขึ้นไป การสอบแข่งขันจะยากขึ้น รวมถึงหากบุตรหลานได้รับคัดเลือกในการสอบ การปรับตัวในเรื่องการเรียนก็ยากไม่แพ้กัน เหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากหากเด็กเรียนในแนวของการเรียนแบบสองภาษา เวลาที่จะเรียนคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ก็จะถูกแบ่งไปเรียน Math และ  Science ทำให้ความเข้มข้นในเนื้อหาของ 2 วิชาดังกล่าวก็จะน้อยลงไปด้วย ส่วนเด็กที่ถูกเปลี่ยนแนวจากการเรียนในแบบปกติ มาเป็นแบบสองภาษา ก็ต้องปรับตัวในการเรียนเนื่องจากต้องมีการจำคำศํพท์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะที่นอกเหนือจากความเข้าใจพื้นฐานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

หากเด็กๆ สามารถปรับตัวได้ การเรียนรู้ก็จะไม่มี่ปัญหาเกิดขึ้น แต่หากเด็กไม่สามารถปรับตัวได้ ทำให้เขาไม่มีความสุขกับการเรียน จนถึงวันที่ต้องเข้าสู่สนามการสอบคัดเลือก อาจจำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว หรือเสียค่าใช้จ่ายที่มากกว่าปกติใน

ดังนั้น การศึกษาของบุตรหลานของท่าน ควรมีการวางแผนกันเป็นช่วงยาวๆ จะดีกว่าการเปลี่ยนม้ากลางศึก เพราะเขาอาจจะแพ้สงครามเนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับม้าที่นำมาเปลี่ยน เมื่อเทียบกับม้าที่กรำศึกมาด้วยกันมานาน

ครูจา

 

Jun
12
2016

อย่าทำร้ายหนูเลย!

crying-boy-8672512      แนวโน้มเด็กไทยในยุคสังคมก้มหน้า เนื่องจากหลายๆ ครอบครัวที่เป็นครอบครัวขยาย เด็กกลายเป็นศูนย์กลางของครอบครัว อยู่กับลุง ป้า น้า อา ทุกคนจะแห่แหนกันดูแล เอาใจเด็กอยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากทำอะไรก็ได้ในบ้าน ซึ่งเกินความพอดี จนบ่มเพาะนิสัยที่เฉื่อย เหม่อลอย เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความพยายามหรือกระตือรือร้นในการทำอะไรให้สำเร็จได้ด้วยตนเอง เขาจะไม่มีการลองผิดลองถูก ไม่มีประสบการณ์ของความล้มเหลว รวมไปถึงไม่มีประสบการณ์ของความสำเร็จด้วยเช่นกัน เนื่องจากการทำอะไรก็ต้องมีผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา

สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นไม่ใช่ดาบสองคม แต่เป็นดาบเพียงด้านเดียวที่ทำร้ายเด็กโดยตรง เนื่องจากเด็กๆ จะไม่มีการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทุกอย่างที่รู้เกิดจากการป้อนข้อมูลที่สำเร็จแล้วทั้งสิ้น ไม่มีการคิดวิเคราะห์เหตุผล ไม่มีการฝึกทักษะทางด้านการควบคุมอารมณ์ เนื่องจากทุกอย่างที่ได้มา ได้มาอย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาในการรอคอย ขาดการฝึกทักษะด้านการเข้าสังคม เด็กกลุ่มนี้จะมีเพื่อนช้า หรืออาจไม่มีเลย ไม่ถูกฝึกให้รู้จักความผิดหวัง และสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความไม่รู้สึกภูมิใจในตัวเอง

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ข้างต้นจะส่งผลแย่ลงอย่างรวดเร็วถ้ามีตัวกระตุ้นจากการส่งเทคโนโลยีให้กับเขาเหล่านั้น หากไม่ต้องการทำร้ายบุตรหลานที่เรารัก เราจำเป็นต้องปรับวิธีการเลี้ยงดูบุตรหลาน โดยให้เค้ามีความทักษะรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม โดยให้เค้าได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ให้รู้จักการรอคอย รู้จักความผิดหวัง รู้จักใช้เหตุและผล ไม่ใช่การเรียนรู้ผ่านจออย่างแท๊ปเล็ค มือถือ หรือทีวี ที่ได้แต่ความพึงพอใจของเด็กเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

ครูจา

Jun
5
2016

เรียนจินตคณิตแล้วลูกจะสอบเข้า สาธิตได้มั้ย..?

picuเรียนจินตคณิตแล้วลูกจะสอบเข้า ในเครือคาลทอลิคได้มั้ย?..คำถามแบบนี้ครูเจอทุกวัน อยากตอบดัง ดัง ว่า..ไม่ทราบค่ะ..แต่..ครูมีเหตุผล..เพราะหลักสูตรจินตคณิตไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสอบเข้าสาธิต และ รร.ในเครือคาลทอลิค…แต่..
หลักสูตรจินตคณิตถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารสมอง ในช่วงวัย3ขวบถึง7ขวบ เป็นช่วงวัยที่สมองต้องการอาหารที่ดีเพื่อทำให้เนื้อสมองฟูเต็มที่ สมองทำงานพร้อมกันทั้งสองด้านอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเนื้อสมองฟูเต็มที่และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าว่าแต่สอบเข้าสาธิตหรือรร.ในเครือคาทอลิคเลย เอ็นเข้าจุฬายังได้ มหิดลวิทยานุสรน์ หรือที่ไหนๆก้อได้ค่ะ เพราะอย่างเช่นสอบเข้าในเครือสาธิตในช่วงอ3 ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นแนวข้อสอบแบบเชาวน์ ให้เด็กมองภาพ ให้เด็กๆคิดวิเคราะห์ และคำนวณ ใช้สมาธิใช้สมองในการพิจารณา ถ้าสมองดีได้รับอาหารเต็มดีเด็กๆก็จะมีสมาธิและพร้อมและเข้าใจในการทำข้อสอบ หรือไปติวสอบเข้าในหลายๆสถาบันที่รับติวเข้าสาธิตหรือรร.ในเครือคาลทอลิคเด็กๆส่วนใหญ่ต้องมีความพร้อม สมองต้องพร้อม เพราะถ้าสมองไม่พร้อมไปตามเพื่อนในคลาสไม่ทันสุดท้ายก้อสอบไม่ได้..การเตรียมความพร้อมให้กับสมองด้วยการเรีบนจินตคณิตถือเป็นอาหารที่ดีและมีประโยนช์กับสมองมากๆอย่างหนึ่ง เหมือนเราปลูกต้นไม้ การเตรียมดินเป็นขั้นตอนแรกของการปลูกต้นไม้และเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากที่สุด เพราะถ้าดินดี ดินได้รับสารอาหารเต็มที่ คุณจะปลูกอะไรก็ได้งดงามทั้งนั้นแล้วแต่ใจต้องการแต่ถ้าดินไม่ดี อย่าว่าแต่ปลูกต้นไม้เลย ต้นหญ้ายังไม่กล้ามาขึ้นด้วยซ้ำ..ดินเป็นสมอง ปุ๋ยเป็นอาหารของดิน จินตคณิตอาหารของสมอง..ขอบคุณค่ะ..แล้วพบกันใหม่นะค่ะ

May
29
2016

เลือกเพื่อนของลูกหน่อยดีมั้ย

335338,1282066796,12            ในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization)  ทำให้โลกดูแคบลง วิวัฒนาการรวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ มีการแผ่ขยายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดนส่งผลให้การใช้เวลาในการหาข้อมูล การติดต่อสื่อสารได้แม่นยำและรวดเร็ว แต่ในทางกลับกัน การรับเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เราให้เวลาในการศึกษาถึงผลดี ผลเสียน้อยเกินไปจนทำให้เกิดผลเสีย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คือ เกมส์

เกมส์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มของเด็กในยุคปัจจุบัน คือเกมส์ที่ผู้เล่นมักเป็นตัวทำลายล้าง หรือ โจรปล้นธนาคาร ที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหนีตำรวจ หรือแม้กระทั่งการยิงตำรวจเพื่อให้ได้แต้มมา ในเกมส์จะสอนวิธีการปล้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อเด็กได้เริ่มเล่น ในช่วงแรกจะเป็นการเรียนรู้วิธีเล่นจนรู้สึกสนุก จนเกิดการหล่อหลอมจนเด็กเป็นเด็กที่ก้าวร้าวโดยไม่รู้ตัว พ่อแม่ผู้ปกครองก็ปล่อยปละละเลย เพราะถือว่าเป็นเพียงเรื่องในเกมส์ จนกระทั่งการหล่อหลอมนานวันเข้า จนความก้าวร้าวกลายเป็นนิสัยของเด็กโดยที่พ่อแม่หลายๆ ครอบครัวไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ไม่สามารถดึงเด็กออกจากเกมส์ได้ ไม่สามารถใช้เหตุผลกับเค้าได้ ก็ได้แต่มานึกเสียใจกับการหาเพื่อน (ผู้ก้าวร้าว) ให้กับลูกในวันที่ผ่านมา

อย่าให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับครอบครัวของใครเพิ่มขึ้นอีกเลย มิฉะนั้นสังคมเมืองไทยจะกลายเป็นสังคมแห่งความก้าวร้าว เห็นแก่ตัว ในอนาคตอันสั้นไม่นาน

ครูจา

May
16
2016

เทคโนโลยี กับ คนเก่ง

13124425_1012865902136578_3768923125518552236_n            หลายๆ ท่านน่าจะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตการสอบคัดเลือกคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ และเภสัชศาตร์ ในวันที่ 7 – 8 พ.ย. ที่ผ่านมา ของมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีการใช้อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ นั่นคือการติดกล้องไว้กับแว่นตาเพื่อถ่ายภาพข้อสอบ และมีการส่งคำตอบกลับไปยังนาฬิกาข้อมือ ซึ่งทางสถาบันกวดวิชาจะมีการรับรองผล โดยที่ผู้เข้าสอบจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเบื้องต้นคือ นาฬิกาเป็นเงิน 50,000 บาท แล้วหลังจากที่มีการประกาศผลสอบแล้ว ผู้เข้าสอบต้องชำระอีกเป็นจำนวนเงิน 800,000 บาท ซึ่งทางสถาบันกวดวิชามีการรับรองผลในการสอบทั้งสามคณะ ได้แน่นอน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว มันสามารถแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของสถาบันกวดวิชา ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง แต่ขาดจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ ซึ่ง 3 คณะดังกล่าวเป็นคณะที่เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตคนทั้งสิ้น หากจะกล่าวว่าทางสถาบันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะถึงขนาดฉลาดใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยได้อย่างแยบยลเช่นนี้ อีกส่วนก็เป็นส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งแน่นอนต้องเป็นผู้ที่ชำระเงินตามที่ทางสถาบันกวดวิชาเป็นผู้เรียกเก็บในอัตราที่สูงลิบลิ่ว หากการทุจริตครั้งนี้สำเร็จ แน่ใจหรือว่าบุตรหลานจะสามารถเรียนได้ หากเรียนไม่ได้จะต้องมีการทุจริตอีกกี่ครั้ง ต้องถูกเรียกเก็บค่าทุจริตอย่างนี้เรื่อยไปจนจบ แล้วสุดท้ายเมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วยผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้น แล้วตัวบุตรหลานเองจะหาความภูมิใจในตนเองได้อย่างไร ในเมื่อความสำเร็จในการศึกษาได้มาเพราะเงินที่พ่อแม่ทุ่มไป ไม่ใช่ความสามารถของตนเองเลย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราควรต้องย้อนกลับมามองวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันทีมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งในการอยู่เป็นเพื่อน (ที่สอนให้เรารู้จักความก้าวร้าว) เป็นพี่เลี่ยง (เมื่อเวลาที่พ่อแม่ไม่อยากให้เราอยู่ใกล้) พ่อแม่เป็นเพียงเครื่องหารายได้ เพื่อปรนเปรอความต้องการของลูกหลานในทุกๆ เรื่องเท่านั้น ครอบครัวขาดการพูดคุย ถึงเหตุการณ์ในแต่ละวัน เพื่อการอบรมบ่มนิสัย และบ่มเพาะจริยธรรมให้กับบุตรหลานกันหรือเปล่า

ครูจา

May
1
2016

จินตคณิตกับการเรียนคณิตศาสตร์

download            ผู้ปกครองหลายๆคน มักคิดว่าการเรียนจินตคณิตเป็นการเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ในเด็กทุกๆ วัย คราวนี้เรามาดูรายละเอียดของการเรียนจินตคณิต และการเรียนคณิตศาสตร์ในแต่ละช่วงวัยกันดีกว่า

การเรียนจินตคณิตมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้เด็กผึกใช้สมองสองซีกในการคำนวณโดยใช้ลูกคิดเป็นสื่อ แต่ผลพลอยได้ที่จะเกิดขึ้น นั่นคือการคำนวณที่ถูกต้องแม่นยำ สมาธิที่เกิดจากการใช้สมองทั้งสองซีกในการคำนวณ และทัศนคติในเชิงบวกกับวิชาคณิตศาสตร์นั่นเอง

ส่วนรายละเอียดใกนการเรียนคณิตศาสตร์แบ่งตามช่วงชั้นต่างๆ ดังนี้

ช่วงอนุบาล เป็นช่วงที่เด็กจะต้องเรียนรู้และเชื่อมโยงตัวเลขกับค่าของตัวเลขแต่ละตัว มีความเข้าใจถึงค่าของตัวเลขที่มากกว่า หรือน้อยกว่า

ช่วงชั้นที่ 1 นั่นคือ ประถม 1 – 2 การเรียนคณิตศาสตร์ ยังเน้นเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีของการบวก (การเพิ่ม) การลบ (การลด) การคูณ (การบวกซ้ำๆ) การหาร (การลบซ้ำๆ) เรื่องค่าประจำหลัก และมีการแก้ไขปัญหาโจทย์โดยอ้างอิงจากทฤษฎีที่เรียนมาเป็นสำคัญ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญในวัยนี้ในการเรียนคณิตศาสตร์ ก็คือ การคำนวณ และการอ่าน

ช่วงชั้นที่ 2 นั่นคือระดับ ประถม 3 – 4 เป็นวัยที่มีความรู้ด้านทฤษฎีแม่นยำ และการอ่านที่คล่องแคล่วแล้ว ก็จะเริ่มมีการแก้ไขปัญหาโจทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นในช่วงวัยดังกล่าวสิ่งที่สำคัญก็ยังคงเป็นเรื่องของการคำนวณ พร้อมกับการตีความอย่างถูกต้อง ซึ่งหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเรียนคณิตศาสตร์ก็จะทำได้ไม่ดีนัก

ช่วงชั้นที่ 3 ได้แก่ประถม 5 – 6 คณิตศาสตร์ในวัยนี้ถ้ากล่าวถึงการคำนวณ ก็จำเป็นที่จะต้องรู้ทฤษฎีของลำดับของเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ (ซึ่งได้แก่ วงเล็บ , บวก , ลบ , คูณ และหาร) อย่างแม่นยำ การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใหม่ๆ เช่น ทศนิยม เศษส่วน ร้อยละ สมการ เป็นต้น สิ่งที่สำคัญในการเรียนคณิตศาตร์ในช่วงชั้นนี้ก็ยังคงหนีไม่พ้นเรื่องของการคำนวณและการตีความในโจทย์ปัญหานั่นเอง

จากข้อมูลดังกล่าวเบื้องต้น เราจะพบว่า ไม่ใช่เพียงแต่การคำนวณที่ถูกต้องแม่นยำเท่านั้นที่เป็นส่วนสำคัญของการเรียนคณิตศาสตร์ในทุกๆ ช่วงชั้น แต่การอ่าน การตีความ ก็ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการเรียนคณิตศาสตร์ด้วยเช่นกัน

ครูจา

Apr
22
2016

เกร็ดจากน้องเมย์ รัชนก

may_3            ในช่วงนี้เรามีข่าวดีของชาวไทยนั่นคือ น้อยเมย์ รัชนก อินทนนท์ ครองตำแหน่งนักแบตมินตันหญิงเดี่ยวอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวไทยกันทั่วหน้า

นอกจากความภาคภูมิใจในตัวสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้แล้ว ยังมีข้อคิดดีๆ หรือเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราควรนำมาปรับใช้นั่นคือข้อมูลจาก โค้ชเซี๊ยะ จือหัว ซึ่งเป็นชาวจีน และฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านทองหยอดมากว่า 20 ปี เผยว่า กว่าน้องเมย์ จะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่แค่เรื่องพรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวง ด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก โดยเธอต้องใช้ชีวิตฝึกซ้อมแบดอยู่ที่โรงยิมตลอด 365 วัน ไม่มีวันหยุด!โดยซ้อมหนักสุดวันละ 7 ชั่วโมงและน้อยสุดวันละ 3 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือ เธอทำเช่นนี้ทุกวันๆ นับตั้งแต่อายุ 6 ปี

จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ว่า ความสำเร็จของใครก็ตาม มักมีเบื้องหลังที่แลกมาด้วยความเพียรพยายาม การฝึกฝน อย่างจริงจัง เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนในวิชาใดๆ ในช่วงแรกของการเรียนรู้ ไม่มีใครรู้ว่าตนเองมีพรสวรรค์ด้านไหน แต่คนที่มีพรสวรรค์ทางด้านไหน มักชอบทำในสิ่งนั้นเป็นประจำ เช่นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์มักชอบแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ ซึ่งถือเป็นการฝึกฝนที่มากกว่าทำให้เกิดทักษะและความชำนาญที่มากกว่า การฝึกทักษะในโจทย์ที่หลากหลายจะทำให้เกิดวิธีคิด วิเคราะห์ที่หลากหลายมากขึ้นตามประสบการณ์ที่ได้จากการแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กที่ไม่มีพรสวรรค์ทางคณิตศาสตร์จะต้องเรียนคณิตศาสตร์แย่ทุกคน แต่เด็กจะต้องใช้พรแสวง ที่ต้องเก็บเกี่ยวทีละเล็กทีละน้อย อย่างค่อยเป็นค่อยไปก็ได้เช่นกัน

ครูจา

Apr
3
2016

บททดสอบบทแรก

เมื่อวาน…คงเป็นวันที่เด็กๆหลายคนดีใจและเด็กอีกหลายคนเสียใจ เพราะเป็นวันประกาศผลสอบเข้าเรียนต่อม.1ของทุกๆโรงเรียน..ครูขอแสดงความยินดีกับเด็กๆ ที่สอบได้ในรร.เรียนที่เลือก ที่ตั้งใจเอาไว้ …เก่งมากๆ..ที่สามารถฝ่าฟันผู้ลงสนามสอบเป็น1000คนเข้าไปเรียนได้สำเร็จ..แต่อีกมุมนึงครูอยากบอกว่า…การสอบเข้าไปได้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น เปลี่ยนแปลงสังคมใหม่ๆ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ และเนื้อหาที่ยากขึ้นตามลำดับของการเรียน ทั้งหมดคือการเปลี่ยนแปลงที่เด็กๆต้องเจอกับมัน โดยเฉพาะเนื้อหาของการเรียนที่เข้มข้นขึ้น ต้องการการตั้งใจเรียนที่มากขึ้น ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญมาก..
….ส่วนคนที่พลาดหวัง..ไม่ได้เรียนในรร.ที่ตั้งใจไว้ ครูอยากบอกว่า..การเสียใจเป็นเรื่องปกติของการพลาดในสิ่งที่เราหวังเอาไว้..เสียใจได้แต่อย่าท้อ…เพราะยังมีอีกหลายรร. ที่ดีและพร้อมรองรับพวกหนูเข้าไปเรียนกัน การที่เราพลาดไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งสู้คนอื่นไม่ได้ บางคนพูดว่า..หนูโง่..อย่าว่าตัวเองอย่างนั้น..เพียงแต่..เรายังเตรียมตัวมาไม่มากพอ คนที่เตรียมตัวมาได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบเรามากว่าจำความผิดพลาดนี้ไว้เป็นบทเรียนและปรับปรุงมันให้ดีขึ้น..
……………..เชื่อครูเถอะว่า….เรียนรร.ไหนก็เหมือนกัน ต่อให้สอบเข้าไปเรียนในรร.ที่เป็นอันดับต้นๆของประเทศแต่..หนังสือไม่อ่าน การบ้านไม่ทำ แบบฝึกหัดไม่ทบทวน วันๆเล่นแต่ ipad
เล่นแต่มือถือ เล่นแต่เกม ก็สอบตกได้เหมือนกัน..
………………แต่ถ้าหากเรียนในรร.ธรรมดา ไม่ได้มีชื่อเสียงเหมือนที่อื่นๆ แต่ตั้งใจเรียน หมั้นฝึกฝน ทบทวนเนื้อหา เตรียมความพร้อมเยอะๆ เกรด4 ไม่หนีไปไหน ไม่น้อยหน้าคนอื่นแน่นนอน....สถามบันคิดสแควร์ทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้กับเด็กทุกคน..สู้กันต่อไปนะค่ะ..แล้วพบกันใหม่..บ้ายบาย

12512654_871649192963269_2922076687200383852_n

Mar
27
2016

พี่เลี้ยงของหนู

12376364_864966883631500_1789777730002027356_n

Feb
27
2016

ฆัมเมอร์แคมป์

สถาบันคิดสแควร์เปิดรับนักเรียนช่วงซัมเมอร์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ครูจิ๋ม 084-5273651 คะdaycamp_18c